ทุ่งรวงทอง 
 
  •  
การใช้กากเบียร์ผสมอาหารโคขุน
จำนวนผู้ชม 5,589 คน
 
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. เนื้อที่ จำนวน 26-3-50 ไร่ ของ นายสุพี วงศ์พิทักษ์ และนางบุญญาภรณ์ วงศ์พิทักษ์ ถือเป็นฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงโคขุน และจัดตั้งเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนหนองแหน ซึ่งกลุ่มโคขุนหนองแหนนี้ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2544 โดยการรวมตัวของเกษตรกรที่สนใจอาชีพการเลี้ยงโคขุน มีนายสุพี วงศ์พิทักษ์ เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิกครั้งแรก 33 ราย โดยการลงหุ้นกันคนละ 2,000 บาท มีเงินทุนหมุนเวียนครั้งแรก 66,000 บาท ปัจจุบันมีสมาชิก 220 ราย มีเงินทุนหมุนเวียนและทรัพย์สินภายในกลุ่ม 1,200,000 บาท และได้เป็นกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาอาชีพการเลี้ยงสัตว์ ( โคเนื้อ – โคขุน ) ประจำปี 2548 เข้ารับโล่พระราชทานจากสม เด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร ในงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 11 พฤษภาคม 2548


นายสุพี วงศ์พิทักษ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนวัย 55 ปี ผู้มีใจรักในการเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับเมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมจังหวัด ศรีสะเกษ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานตำแหน่งหัวหน้าแผนกทุ่งหญ้า สหกรณ์เลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด จังหวัดสกลนคร ในระหว่าง ปี พ.ศ.2530 - 2532 จึงมีความคิดที่จะมีฟาร์มเลี้ยงโคขุนเป็นของตนเอง และปัจจุบันได้ทำหน้าที่เป็นอาสาปศุสัตว์และอาสาผสมเทียมของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 - 2547 ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ของเกษตรกรให้ดีขึ้น โดยใช้น้ำเชื้อพ่อพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ ผสมกับแม่พันธุ์ลูกผสมบราห์มัน ของเกษตรกร เมื่อมีผลผลิตเกิดขึ้น จึงได้เริ่มเลี้ยงโคขุนเมื่อปี พ.ศ. 2543 จำนวน 2 ตัว และได้ปรับแนวคิดของเกษตรกรในพื้นที่ให้มาเลี้ยงโคขุน โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มเลี้ยงโคขุนหนองแหนเมื่อปี พ.ศ.2544

นายสุพี กล่าวว่า เหตุที่คิดจัดตั้งศูนย์และทำฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงโคขุน ก็เพื่อให้ความรู้และถ่ายทอดเทคนิคและประสบการณ์ในการจัดการผลิตให้ประสบผลสำเร็จให้แก่เกษตรกรผู้สนใจ และเกษตรกรในกลุ่ม ต้องการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการเลี้ยงโคเนื้อก่อนเริ่มต้นในการเลี้ยงจริง หาตลาดรองรับผลผลิตที่มั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต ส่งเสริมการรวมกลุ่มการผลิตเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง ซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าที่ผลิตได้ การเลี้ยงโคจะเน้นใช้วัตถุดิบและวัสดุในท้องถิ่น ในการดำเนินกิจการฟาร์ม เช่น ใช้ไม้ยูคาของตนเองในการสร้างโรงเรือน ใช้ฟางข้าวที่ได้จากการทำนา เป็นอาหารหยาบในการเลี้ยงสัตว์ ในช่วงหญ้าสดขาดแคลน ใช้มูลจากโคใส่แปลงหญ้าทำให้ต้นทุนในการผลิตต่ำ คัดเลือกซื้อโคเข้าขุนที่มีลักษณะดีจากชาวบ้าน เพราะถ้าโคเข้าขุนมีลักษณะที่ดีถูกต้องตามลักษณะ ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโต ระยะเวลาเลี้ยงไม่นาน ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ และผลกำไรที่จะได้รับจะสูงตามมาด้วย สำหรับอาหารซึ่งถือเป็นต้นทุนหลัก หากเกษตรกรสามารถผสมอาหารเองโดยใช้ต้นทุนต่ำแต่การเจริญเติบดตเท่าเดิม เกษตรกรก็สามารถทำได้ ดังนี้


สูตรอาหารโคประหยัดต้นทุน
วัตถุดิบ
อาหารสำเร็จรูป 1 ส่วน
กากเบียร์ 1 ส่วน

วิธีทำ
นำอาหารสำเร็จรูป และกากเบียร์ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันตามสัดส่วน จากนั้นนำไปให้โคกินวันละครั้ง (เช้าหรือเย็นแล้วแต่ความสะดวกของผู้เลี้ยง) การผสมหนึ่งครั้งควรให้หมดในครั้งเดียว เพราะถ้าเก็บไว้อาจจะทำให้อาหารบูดและเกิดเชื้อราได้

การให้
อาหารผสม หรืออาหารข้นให้ 10 กิโลกรัม/ตัว/วัน (สำหรับโคขุน นำหนัก 400 กก.)
อาหารหยาบ คุณสุพีจะให้ฟางแห้ง วันละ 2 %ของน้ำหนักตัว

การใช้กากเบียร์ผสมในอาหารสำเร็จรูปเพื่อลดต้นทุนค่าอาหารโค เพราะนอกจากจะมีข้อดีตรงที่ประหยัดต้นทุนค่าอาหารแล้ว กากเบียร์ยังเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยกากเบียร์สดจะมีโปรตีน 8.5% ไขมัน 1.5% เยื่อใย 2.8% และคาร์โบไอเดรต 11.5% ซึ่งกากเบียร์ คือข้าวบาร์เลย์ที่นำมาใส่ถังบ่มแล้วสเปร์น้ำเพื่อให้เมล็ดข้าวบาร์เลย์สร้างต้นอ่อนในเมล็ดจะเรียกว่ามอลท์(หรือที่เรียกกันว่าดอกฮอบ์)จากนั้นก็จะไปผ่านขบวนการต้มเพื่อคั้นเอาน้ำแป้งและและน้ำตาลออกไปบ้างส่วนเพื่อไปทำเบียร์ส่วนที่เหลือก็คือกากมอลท์หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากากเบียร์สดชึ่งจะไม่มีแอลกฮอล์ไม่ผ่านขบวนการหมักซึ้งสามารถนำไปเสี้ยงสัตว์ได้ ลักษณะกากที่ได้จะมีความอ่อนนุ่มสะอาดเพราะผ่านการต้มด้วยความร้อนและมีคุณค่าทางอาหารสูงและสามารถนำไปประยุกต์ใช่เสี้ยงสัตว์ได้หลายประเภทโดยไม่ทำอันตรายต่อสัตว์เพราะเป็นวัตถุธรรมชาติและทำให้ต้นทุนการการเสี้ยงลดลงทำให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น สามารถนำไปเสี้ยงสัตว์ได้หลายประเภทเช่น โดนม โคเนื้อ สุกร ปลา ตะพาบน้ำ เป็ด ไก่และอื่นๆอีกมาก


ภูมิปัญญาจาก : คุณสุพี วงศ์พิทักษ์ หมู่ 7 ต.หนองแหน อ.กุดชุม จ.ยโสธร
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677 จ.อุบลราชธานี
  •