ปศุสัตว์เศรษฐี 
 
เทคนิคการจัดการเลี้ยงดูโคขุนระยะสั้น แบบประหยัด
รักบ้านเกิดทีม 19 กรกฏาคม 2555
การเลี้ยงโคขุนระยะสั้น เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการเลี้ยงโคเนื้อในเขตภาคอีสาน โดยข้อดีของการเลี้ยงโคเนื้อแบบนี้ คือ จะใช้ระยะเวลาเลี้ยงดูสั้น คือ รุ่นละ 2-3 เดือนก็สามารถจับขายได้ ปีหนึ่งสามารถเลี้ยงได้ มากกว่า 3-4 รุ่น นับเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี โดยการเลี้ยงเกษตรกรจะให้ฟางข้าวเป็นหลัก และเสริมด้วยอาหารที่ผสมเองจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น จึงทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี
16,947
จากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ Farmer info สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี เพื่อขอความรู้ด้านการเลี้ยงโคขุนให้ประสบผลสำเร็จ จากคุณสว่าง เกตุอินทร์ เกษตรกรวัย 60 ปี แห่งบ้านตาตุ่ม ต.สำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโคขุนในภาคอีสาน คุณสว่าง เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงโค คือ มีเงินลงทุนประมาณ 40,000 บาท ซื้อโคมาจากตลาดนัด โค-กระบือ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จำนวน 4 ตัว มาเลี้ยงขุนประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถขายได้ จากราคาต้นทุนตัวละ 10,000 บาท ขายได้ตัวละ 15,000 -17,000 บาท เห็นว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี จึงเลี้ยงต่อเนื่องมาเรื่อยๆ การเลี้ยงในแต่ละรุ่นจะเลี้ยงในปริมาณไม่มาก รุ่นละไม่เกิน 10 ตัว โดยเลือกซื้อวัวที่ผอม แต่โครงสร้างดี มาขุนจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ จากนั้นจึงนำไปขายเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และสำหรับเกษตรกรผู้สนใจอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ คุณสว่าง แนะนำเทคนิคการจัดการเลี้ยงดูโคขุนระยะสั้น แบบประหยัด ดังนี้

วิธีการเลี้ยง
1. การคัดเลือกโคมาเลี้ยงขุนและการจัดการโรงเรือน
ซื้อโคอายุประมาณ 1 ปีที่มีโครงสร้างลักษณะดี ไม่แคระแกรน โดยเน้นโคเพศผู้เป็นหลัก เพราะจะโตเร็วและอัตราการแลกเนื้อสูง อีกทั้งใช้ระยะเวลาในการขุนให้อ้วนท้วนสมบูรณ์สั้นกว่าเพศเมีย โดยคุณสว่างจะซื้อมาครั้งละประมาณ 4-5 ตัว ที่ตลาดนัดโค-กระบือ จากนั้นนำมาเลี้ยงในคอกที่เตรียมไว้ ซึ่งคอกที่เลี้ยงจะเป็นพื้นดิน มุงด้วยจาก ตีไม้กั้นทำเป็นล็อกๆ มีรางน้ำอยู่ข้างหลัง และรางอาหารอยู่ข้างหน้า

2. การให้อาหาร
การให้อาหาร โคที่เลี้ยงขุนจะให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น โดยจะให้ฟางข้าวที่ราดด้วย EM เจือจาง (EM เจือจาง : Em 2-3 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 10 ลิตร ผสมให้เข้ากันจากนั้นสามารถนำไปใช้ได้ทันที) และอาหารโคขุนที่ทำเอง โดยให้กินไปพร้อมๆกัน

สูตรอาหารโคขุนแบบประหยัด
วัตถุดิบ
1. มันเส้น 50 กก.
2. กากปาล์ม 11 กก.
3. ถั่วเหลืองบด 4 กก.
4. ใบกระถิ่น 6 กก.
5. ข้าวโพดบด 6 กก.
6. กากมะพร้าว 6 กก.
7. รำอ่อน 12 กก.
8. ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) 2 กก.
9. พรีมิก 2 ขีด
10. ไดแคลเซียม 1 กก.
11. เกลือ 1 กก.
12. กากน้ำตาล 11 กก.

วิธีทำ
นำมันเส้นราดด้วยกากน้ำตาลผสมให้เข้ากันก่อน จากนั้นคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน สามารถนำไปให้โคกินได้เลย ที่เหลือนำไปบรรจุในกระสอบเพื่อนำมาให้โคกินในรอบต่อไป การผสม 1 ครั้ง สามารถใช้ได้นาน 1 อาทิตย์ ถ้านานกว่านั้นอาจจะเกิดรา และเสียคุณค่าทางอาหารได้

การนำไปใช้
จะให้เช้า- เย็น วันละประมาณ 5 กิโลกรัม/ตัว (แล้วแต่สายพันธุ์และความต้องการของโค) โดยคุณสว่างจะสังเกตโคที่เลี้ยง บางตัวอาจจะกินเยอะก็ให้เยอะหน่อย บางตัวกินน้อย ก็จะปรับลดปริมาณลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว (การให้อาหารเยอะเกินไป จนเหลือทิ้งจะเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย)

3. การให้น้ำ
ให้โคมีน้ำกินตลอดเวลา โดยให้กินน้ำ EM เจือจาง (EM เจือจาง : Em 2-3 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 10-20 ลิตร ผสมให้เข้ากันจากนั้นสามารถนำไปให้โคกินได้ทันที) เพื่อให้โคสุขภาพจิตดี ระบบขับถ่ายดี และมูลไม่มีกลิ่นเหม็น สามารถเลี้ยงในพื้นที่ใกล้ชุมชนได้ ไม่เป็นที่รังเกียจของเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างเคียง

4. การดูแลเลี้ยงดู
ผู้เลี้ยงต้องคอยหมั่นเดินตรวจดูรางน้ำ รางอาหาร และความสะอาดภายในคอกทุกวัน วันละ 3 ครั้ง (เช้า-กลางวัน-เย็น) เพื่อให้โคมีอาหารกินตลอดเวลาและอยู่ในพื้นที่ๆสะอาด โคที่เลี้ยงก็จะมีสุขภาพจิตดี เลี้ยงง่าย โตเร็ว และเปอร์เซ็นต์เนื้อแดงสูง

ข้อดีของการเลี้ยงโคขุนรูปแบบนี้ คือ
-ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงสั้น เพียงรุ่นละ 2-3 เดือนก็สามารถจับขายได้ ปีหนึ่งสามารถเลี้ยงได้ 3-4 รุ่น
-สามารถเลี้ยงได้ตลอดทั้งปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่อเนื่อง
-ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากใช้อาหารที่ผสมเองจากวัตถุดิบหาง่ายในท้องถิ่นเป็นหลัก
-โคสุขภาพจิตดี และมูลไม่เหม็น เนื่องจากมีการผสมจุลินทรีย์ในอาหารและน้ำ
-นอกจากจะมีรายได้จากการขายโคขุนแล้ว มูลโคยังสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยสำหรับ
พืชได้อีกด้วย

แหล่งที่มาของข้อมูล : สว่าง เกตุอินทร์. สัมภาษณ์, 16 มีนาคม 2555.

เรียบเรียงโดย : ทัศวรรณ สีลาสอน เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี