ทุ่งรวงทอง 
 
  •  
วิธีขยายพันธุ์กระเช้าสีดาด้วยสปอร์
จำนวนผู้ชม 6,674 คน
 
กระเช้าสีดาหรือเขากวาง ภาคใต้เรียก "ชายผ้าสีดา" ภาคอีสาน เรียก "กระเช้าสีดา" หรือ"สไบสีดา" และภาคเหนือเรียก "ห่อข้าวสีดา" หรือ "หัวเฒ่าย่าบา" เป็นไม้ที่ต้องเลี้ยงใต้ร่มเงาไม้ใหญ่โดยให้เกาะกับกิ่งหรือลำต้นในบ้านเรา เป็นเฟิร์นที่มีเสน่ห์ มีลักษณะที่แตกต่างจากเฟิร์นทั่วไป จัดอยู่ในจำพวกไม้อากาศ ในธรรมชาติพบเกาะอยู่ตามคาคบไม้ แต่ไม่ได้เป็นไม้กาฝาก เพียงขอเกาะอาศัย เพื่อรับแสงแดดและลม หรืออาจพบเกาะอยู่ตามโขดหิน หน้าผาหิน ก็มี ด้วยเสน่ห์น่าหลงไหลของเฟินชายผ้าสีดา จึงเป็นที่นิยมนำมาปลูกประดับสถานที่ กำแพงบ้าน หรือกระถางแขวน กระเช้าแขวน หรือเกาะบนต้นไม้ใหญ่ในสวน


ภาพที่1:ต้นกระเช้าสีดาที่นำมาติดไว้กว่า 10 ปีเพื่อจะนำสปอร์มาขยายพันธุ์

คุณสมทรง กฐินสด เกษตรกร อ.ภูเรือ จ.เลย ผู้ที่สามารถขยายพันธุ์กระเช้าสีดา เพื่อจำหน่ายเป็นการสร้างรายได้ได้ดีเลยทีเดียว แต่จะใช้ระยะเวลานานราว 1 ปี ขึ้นไป ถึงจะสามารถขายได้ โดยตั้งราคาไว้อยู่ที่ 300 - 5,000 บาท ทางคุณสมทรง จึงได้แนะนำวิธีการขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ ดังนี้

วิธีการเก็บสปอร์
ก่อนอื่นทางคุณสมทรง ได้ทำการเก็บสปอร์เองจากต้นแม่พันธุ์ที่มีอายุปลูกราว 10 ปีขึ้นไป ที่นี่ได้นำกระเช้าสีดามาปลูกไว้บนต้นมะม่วง และจะทำการเก็บสปอร์ด้วยการนำกระสอบปุ๋ยมาตัดและเย็บติดกันให้เป็นผืนเดี่ยวกัน เพื่อนำมาล้อมโอบให้พอดีกับต้นไม้ ให้กระสอบปุ๋ยอยู่ใต้โคนเพื่อเป็นตัวอุ้มสปอร์แก่เต็มที่ก็จะล่วงลงมาใส่กระสอบปุ๋ย เมื่อได้สปอร์แล้วก็ปฏิบัติดังนี้ค่ะ เพื่อเป็นการขยายพันธุ์


ภาพที่2:นำสปอร์มาเพาะใส่ลงไปในกาบมะพร้าว อนุบาลใส่ตะกร้าใช้เวลานานกว่าจะแทงรากออกมา

วิธีการขยายพันธุ์
1.นำกาบมะพร้าวแก่(กาบจะออกสีน้ำตาลเข้ม) ตัดหัวและท้ายออก ให้มีความยาวประมาณ 3-5 นิ้ว ไปแช่น้ำประมาณ 2-3 คืน เพื่อให้ขุยมะพร้าวยุ่ยและอุ้มน้ำ
2.ใช้ไม้จิ้มฟันแตะเอาสปอร์มาติดใส่ในขุยมะพร้าวจัดเรียงใส่ในตะกร้า นำเข้าโรงเรือนโดยให้พ้นจากแสงแดดจ้า ใช้ระยะเวลาในการอนุบาลราว 1 ปี ถึงจะออกยอดใบมา สำหรับในต้นที่ยังเล็ก อายุยังน้อย มันอาจต้องการแสงแดดเพียงรำไร หรือแสงแดดที่ได้ผ่านการกรองบ้างแล้ว หรือหากได้รับแสงแดดตรงๆ ควรเป็นแสงแดดอ่อนๆ เช่นช่วงเช้า-สาย หรือช่วงหลังบ่ายใกล้ค่ำ
3.กระเช้าสีดาต้นที่โตพอสมควร มันจะมีระบบรากควรเลือกปลูกเกาะกับตอไม้ แผ่นไม้ ที่เป็นไม้เนื้อแข็ง ไม่ผุเปื่อยเร็ว หรือปลูกติดภาชนะที่ทนทาน เช่น โอ่งดินเผา แผ่นกระเบื้อง กำแพง เป็นต้น และหากสามารถปลูกติดกับต้นไม้ได้ยิ่งสวยงาม เหมือนสภาพในธรรมชาติ


ภาพที่3:กระเช้าสีดา ที่มีอายุ 3 ปีแล้ว พร้อมจะนำไปขายได้แล้ว ในราคาต้นละ 500 - 1,000 บาท

การให้น้ำ
หลักสำคัญที่สุดเลย คือ กระเช้าผ้าสีดาทุกชนิด ไม่ชอบให้น้ำเปียกชุ่มแฉะที่ระบบรากอยู่ตลอดเวลาติดต่อกันหลายๆ วัน เกิน 5-7 วัน จำเป็นต้องมีช่วงที่ระบบรากแห้งสนิทบ้าง มิฉะนั้นแล้ว จะทำให้ชายผ้าสีดามีโอกาสเน่าและตายได้ ดังนั้น การให้น้ำชุ่มสักครั้งแล้ว ควรรอให้ระบบรากแห้งก่อน จึงจะให้น้ำชุ่มอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก:คุณสมทรง กฐินสด เกษตรกร อ.ภูเรือ จ.เลย

ที่มา:ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.ขอนแก่น (IDF4191)


  •