การทำโรงเรือน - ปลูกแบบหลังคาทรงหน้าจั่ว - กว้าง 5.80 เมตร ยาว 6.80 เมตร สูงจากพื้นถึงชายล่างของหลังคา 2.50 เมตรและสูงจากพื้นถึงยอดบนสุดของหลังคา 3.50 เมตร - ประตูหน้า-หลัง ด้านละ 2 บานกว้าง 0.75 เมตร สูง 1.75 เมตร บนประตูทั้ง 4 บาน ทำหน้าต่างกว้างเท่ากับประตู สูง30 เซนติเมตร - พื้นโรงเรือน อาจเทคอนกรีตหรือไม่เทก็ได้ถ้าจะเทคอนกรีตจะต้องเว้นเป็นช่องใต้ชั้นไว้เพื่อให้โรงเรือนได้รับอุณหภูมิและความชื้นจากดินแต่ถ้าไม่เทคอนกรีตอาจใช้หินคลุกอัดให้แน่นแทนก็ได้ ชั้นสำหรับวางวัสดุเพาะ - ควรใช้เสาคอนกรีตหรือไม้ไผ่ก็ได้ (เพื่อความคงทนและป้องกันปลวก) ส่วนอื่นๆควรใช้ไม้ไผ่เพียงอย่างเดียว ห้ามใช้ท่อประปาและท่อ พี.วี.ซี.เพราะอาจจะเคลือบสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อการเกิดดอกเห็ดได้ - พื้นของชั้นปูด้วยไม้ไผ่ (ไม้รวก) ห่างกันประมาณ 5-10 เซนติเมตร เครื่องมือวัดอุณหภูมิในโรงเรือน - ใช้เทอร์โมมิเตอร์ชนิดที่มีสเกลวัดเป็นองศาเซลเซียส 1-2 อัน หม้อต้มผลิตไอน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือน ใช้ถังน้ำขนาด 200 ลิตรวางถังนอนบนเตา (ที่ทำขึ้นเอง) คู่กัน หันด้านที่เปิดฝาขึ้นด้านบน (ฝาเกลียวเล็กๆ)ต่อท่อหัวเกลียวที่มีขนาดเท่ากับฝาถัง (ประมาณ 2 นิ้ว) ออกมา ทำที่สำหรับเติมน้ำแล้วใช้สายยางต่อจากท่อเหล็กไปยังโรงเรือน โดยให้สามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกโรงเรือนไอน้ำจะออกจากถังต้มผ่านท่และสายยางไปเข้าโรงเรือนเพื่อฆ่าเชื้อต่างๆที่เป็นอันตรายต่อการเกิดดอกเห็ดหม้อต้มอาจดัดแปลงทำได้หลายแบบแล้วแต่ทุนมากหรือน้อย ส่วนเชื้อเพลิงอาจใช้ฟืน แก๊สน้ำมัน หรือเชื้อเพลิงอาจใช้ฟืน แก๊ส น้ำมัน หรือเชื้อเพลิงอย่างอื่นแล้วแต่จะหาได้แต่ต้องเป็นเชื้อเพลิงที่ให้ความร้อนสูง
วิธีการหมัก 1. เมื่อได้ทะลายปาล์มมา ถ้ายังไม่ได้รดน้ำให้คลุมทะลายปาล์มไว้ก่อนแต่ถ้าพร้อมที่จะลดน้ำก็หมัก ทะลายปาล์มโดยการใส่ กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ EM ครึ่งลิตรผสมน้ำแล้วราดให้ทั่วกอง จากนั่นหวานปุ๋ยยูเรีย(ปุ๋ยโฟม) ประมาณ ครึ่งกิโลปูนขาว 2 กก. รดน้ำวันเว้นวัน วันละประมาณ 2 ชม. ปิดกองไว้ ( โดยไม่มีการกลับกองเมื่อครบ 7 วันนำเข้าโรงเรือนเพื่อเลี้ยงเชื้อรา เมื่อเอาทะลายปาล์มวางเรียงบนชั้นแล้วให้ทำการล้างทะลายปาล์มให้สะอาดปิดไว้ 1 คืน *การใส่กากน้ำตาล+EM ก็เพื่อเร่งการย่อยสลายทะลายปาล์ม *การใส่ปุ๋ยยูเรียก็เพื่อให้จุลินทรีย์ในกองเพาะเร่งการสร้างก๊าซแอมโมเนียเพื่อให้เชื้อราบางชนิดเติบโต(เชื้อราที่จะเป็นธาตุอาหารของเห็ดต่อไป) *การใส่ปูนขาวก็เพื่อปรับค่า Ph (ความเป็นกรดด่าง)ให้เหมาะสม * การรดน้ำกองเพาะก็เพื่อใช้น้ำเป็นตัวเร่งการย่อยสลายของจุลินทรีย์ * การปิดคลุมกองเพาะด้วยพลาสติก ก็เพื่อสร้างความร้อนให้กองเพาะ 2. เช้ามาทำการเลี้ยงรา โดยใช้ รำละเอียด 10 กก. อาหารเสริมเห็ดฟาง 2 ถุง (2กก.)แป้งเห็ด 2 ถุง (2กก.) ส่วนผสมทั้งหมดแบ่งให้ได้เท่าจำนวนชั้นแล้วนำไปหว่าน หว่านเสร็จ ล้างข้างฝาและพื้นให้สะอาด ปิดให้แน่นทิ้งไว้ 3 คืนหลังจากนั้น 3 คืน อบไอน้ำ 70 องศา นาน 1.5-2 ชม. เพื่อทำการฆ่าเชื้อรา * ส่วนการเลี้ยงเชื้อรานั้น จะเลี้ยงในกองหมัก หรือเลี้ยงในโรงเรือนก็ไม่ต่างกัน(ขอให้มีเชื้อราเกิดขึ้นมาก ๆ ก็ใช้ได้) - หลังจากเลี้ยงเชื้อราไว้ประมาณ 24 ชั่วโมงให้ทำการอบไอน้ำในโรงเรือนเพื่อฆ่าเชื้อราและเชื้ออื่นๆ ที่อุณหภูมิ 60-65 องศาเซลเซียส ประมาณ 5-6 ชั่วโมง แล้วพักโรงเรือนไว้ 1 คืน - โรยเชื้อเห็ดฟางให้ทั่วทุกชั้น โดยใช้เชื้อเห็ดฟางชั้นละประมาณ 15-20 ถุงควรเลือกใช้เชื้อเห็ดที่มีคุณภาพดี มีเส้นใยสีขาวเดินเต็มถุง ไม่มีเชื้ออื่นปนเชื้อไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป เมื่อโรยเชื้อเห็ดเสร็จแล้ว ปิดโรงเรือนให้มิดชิดอย่าให้แสงเข้าได้ ควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนไว้ประมาณ 35-36 องศาเซลเซียส ประมาณ 3 วัน ใยเห็ดจะเดินทั่วแปลง - เมื่อเห็นว่าใยเห็ดเดินทั่วแปลงแล้วให้เปิดวัสดุบังแสงออกให้หมดทุกด้านถ้าวัสดุที่ใช้บังแสงเป็นหญ้าแฝกให้รวบเข้าหากัน แล้วใช้ลวดหรือตอกมัดเป็นช่วงๆปิดไว้ 2-3 วัน - เปิดประตู หน้าต่างๆ เพื่อไล่แก๊สแอมโมเนียและแก๊สอื่นๆที่เป็นอันตรายแก่การเกิดดอกเห็ด และเป็นอันตรายแก่คนออกจากโรงเรือนให้หมดโดยเปิดโรงเรือนไว้ประมาณ 3-5 นาที ต่อครั้ง - หลังจากเปิดแสงไว้ 2-3 วันใยเม็ดเมื่อได้รับแสงจะยุบตัวลงและมีการสะสมอาหารที่จะนไปสร้างเป็นดอกเห็ด การปฏิบัติอื่นๆ หลังโรยเชื้อเห็ด -ถ้าอากาศร้อน ภายในโรงเรือนร้อนจัดให้เปิดประตูระบายอากาศและความร้อน แต่ถ้าต้องการระบายไม่มากนักให้เปิดเฉพาะหน้าต่างๆ โดยเปิดเป็นช่วงๆ วันละ 4-5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 3-5 นาทีห่างกันประมาณ 2 ชั่วโมง จะช่วยให้อากาศภายนอกเข้าไปไล่อากาศเสียในโรงเรือนออกมาและยังเป็นการช่วยให้ดอกเห็ดได้รับแสงบ้างเป็นครั้งคราวด้วย -ตรวจดูความชื้นภายในโรงเรือน ถ้าหน้ากองเพาะ แห้งเกินไปให้พ่นน้ำเป็นฝอยที่ผิดหน้าให้ซุ่มพอสมควร แต่อย่าให้แฉะ -เมื่อออกดอกควรเปิดหน้าต่างไว้ตลอด เพื่อไล่อากาศเสีย แต่ต้องคอยควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ต่ำกว่า28 องศาเซลเซียส การปฏิบัติปลีกย่อยทั่วไป -ก่อนการเพาะเห็ดโรงเรือนจะต้องสะอาด เมื่อเก็บดอกเห็ดหมดแล้ว จะต้องเก็บวัสดุทุกชิ้นออกให้หมดทั้งบนชั้นเพาะและพื้นโรงเรือน ใช้น้ำล้างทำความสะอาด -ต้องเปิดโรงเรือนทิ้งไว้4-7 วัน เพื่อให้โรงเรือนแห้ง และก่อนจะเพาะเห็ดรุ่นต่อไปต้องฆ่าเชื้อต่างๆด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโดยใช้หัวฉีดพ่นเป็นฝอยทั้งบนพื้นและบนชั้นเพาะโดยเฉพาะบนชั้นจะต้องทำการฉีดพ่นให้ทั่วทุกซอกทุกมุมแล้วใช้ปูนขาวโรยให้ทั่วอีกครั้งหนึ่งทั้งบนพื้นและบนชั้น -ถ้ามีปัญหาเรื่องดอกเห็ดมีขน ดอกแตก ดอกเป็นตุ่มคล้ายหนังคางคกแสดงว่าภายในโรงเรือนมีแก๊สมาก มีกลิ่นเหม็นฉุน อุณหภูมิสูงต้องแก้ไขโดยเปิดประตูโรงเรือนออกทุกด้าน ใช้น้ำฉีดล้างพื้นให้สะอาด ดอกเห็ดจะค่อยๆหายเป็นปกติ -ดอกเห็ดบานเร็ว แสดงว่าความชื้นภายในโรงเรือนสูงให้เปิดประตูระบายอากาศและห้ามใช้น้ำ เมื่อแปลงเพาะเห็ดแห้ง -ถ้าดอกเห็ดเน่าชุ่มน้ำมากมีสาเหตุมาจากแปลงเพาะแฉะมากเกินไปวิธีแก้ไขนั้นควรปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ 4 -เมื่อดอกเห็ดขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆ อย่าฉีดน้ำบนดอกเห็ดเพราะจะทำให้ดอกเห็ดฝ่อและตายได้ การเก็บดอกเห็ด -ควรใช้ความระมัดระวังเก็บเฉพาะดอกที่ต้องการ อย่าให้ดอกเล็กๆ ติดขึ้นมาด้วยเพราะจะทำให้ได้ผลผลิตน้อยลงเนื่องจากเห็ดดอกเล็กจะเจริญเติบโตเป็นเห็ดขนาดที่ต้องการในวันต่อไป -เวลาเก็บดอกเห็ดที่เหมาะสมควรเป็นเวลาบ่ายใกล้เย็นเพราะอุณหภูมิภายนอกกับภายในโรงเรือนจะใกล้เคียงกัน คนเก็บจะเก็บได้อย่างสบายเพราะอากาศไม่ร้อนจัด แต่ถ้าท้องถิ่นใดมีความจำเป็นจะต้องเก็บเวลาอื่นก็สามารถทำได้ -หลังจากเก็บดอกแล้ว ควรตัดรากออกให้หมดมิฉะนั้นดอกเห็ดที่เก็บมาจะเจริญเติบโตต่อและเห็ดจะบานเร็วขึ้น ทำให้เสียราคา