• / /

ฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงโคขุน "พันธุ์บราห์มันแดง"

จำนวนคนอ่าน 26,299 คน     พิมพ์หน้านี้
“คุณพ่อหน่อย” หรือนายวันทอง เบื้องจรูญ เกษตรกรผู้มีใจรักในการเลี้ยงสัตว์ โดยเริ่มเลี้ยงแม่โคเพื่อผลิตลูกขายและปลูกหญ้าเพื่อจำหน่ายเป็นหญ้าสดและหน่อพันธุ์ให้เกษตรกรที่สนใจ เลี้ยงโคขุนขาย และทำการปรับปรุงพันธุ์โคลูกผสมบราห์มัน-พื้นเมือง หรือ โคบราห์มันแดง และกระบือให้ได้ลักษณะดี เลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนต่อสภาพอากาสร้อนแห้งแล้ง จนได้รับยกย่องให้เป็น ฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงโคขุน


ฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงโคขุนหนองกินเพล  สถานที่ปรับปรุงโคบรามันห์แดง โคลูกผสมพันธุ์ดี เลี้ยงง่าย โตไว ทนต่อสภาพอากาศ

“คุณพ่อหน่อย”หรือนายวันทอง เบื้องจรูญ เกษตรกรผู้มีใจรักในการเลี้ยงสัตว์ โดยเริ่มเลี้ยงแม่โคเพื่อผลิตลูกขายและปลูกหญ้าเพื่อจำหน่ายเป็นหญ้าสดและหน่อพันธุ์ให้เกษตรกรที่สนใจ เลี้ยงโคขุนขาย และทำการปรับปรุงพันธุ์โคลูกผสมบราห์มัน-พื้นเมือง หรือ โคบราห์มันแดงและกระบือให้ได้ลักษณะดี เลี้ยงง่าย โตเร็ว จนได้รับยกย่องให้เป็น "ฟาร์มต้นแบบการเลี้ยงโคขุน" นอกจากเลี้ยงโคแล้วคุณพ่อหน่อยยังทำเกษตรแบบครบวงจร ซึ่งประกอบด้วย ทำสวนยางพารา ทำนาข้าว ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกพืชผักอายสั้น เช่น ถั่ว ฟัก พริก จนได้รับรางวัล  เกษตรกรดีเด่นสาขาทำไร่

      คุณวันทอง เบื้องจรูญ เกษตรกรต้นแบบการเลี้ยโคขุน จ. อุบลราชธานี

คุณวันทอง เบื้องจรูญ เกษตรกรต้นแบบการเลี้ยโคขุน จ. อุบลราชธานี  

 คุณพ่อหน่ายเล่าว่า "เหตุที่ตนยึดอาชีพการเลี้ยงโคขุน เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นอาชีพที่คนเลี้ยงเป็นคนกำหนดราคาเอง และนอกจากจะเลี้ยงโคเพื่อจำหน่ายแล้ว ผู้เลี้ยงยังสามารถปลูกหญ้าอาหารสัตว์ไว้สำหรับเป็นอาหารโคที่เลี้ยง และเป็นรายได้เสริมในช่วงที่โคยังไม่สามารถขายได้ จึงถือเป็นอีกทางเลือก ทางรอดของเกษตรกรอย่างเราๆ"  ปัจจุบันมีโคทั้งหมด 50กว่าตัว ซึ่งมีทั้งโค พ่อ-แม่พันธุ์ โคขุน และลูกโค 

โคลูกผสมพันธุ์บรามันห์แดง

     โคลูกผสมบราห์มัน-พื้นเมือง หรือ โคบราห์มันแดง

โคขุนลูกผสมพันธุ์บราห์มัน-พื้นเมือง หรือ โคบราห์มันแดง เป็นโคที่ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์ จากการนำโคพ่อพันธุ์บราห์มัน ผสมกับโคแม่พันธุ์พื้นเมือง ทำการคัดพันธุ์จนได้เป็นโคลูกผสม เรียกว่า พันธุ์บรามนห์แดง ซึ่งเป็นโคที่มีโครงสร้าง ลักษณะดี (โคขนาดกลาง)  ทนต่อสภาพอากาศร้อน เลี้ยงง่าย โตเร็วมีอัตราการแลกเนื้อสูง

เลี้ยงควายเพื่อการอนุรักษ์ควายไทย

นอกจากเลี้ยงโคขุนเป็นรายได้แล้วคุณพ่อหน่อยยังเลี้ยงควายเพื่อการอนุรักษ์อีกกว่า 50 ตัว

เทคนิคและประสบการณ์ในการจัดการผลิตให้ประสบผลสำเร็จของคุณพ่อหน่อย คือ

1. มีความรู้และประสบการณ์ในการเลี้ยงโคเนื้อก่อนเริ่มต้นในการเลี้ยง

2. มีตลาดรองรับผลผลิตที่มั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต

3. สามารถในการจัดการแปลงหญ้าทำให้ผลผลิตเพียงพอต่อการเลี้ยงสัตว์และเหลือจำหน่ายให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วไป

4. เทคนิคการคัดเลือกซื้อโคเข้าขุน  ถ้าโคเข้าขุนมีลักษณะที่ดีถูกต้องตามลักษณะ จะส่งผลต่อการเจริญ   เติบโต, ระยะเวลาเลี้ยง, ต้นทุนในการเลี้ยง และกำไร

เลี้ยงโคแบบโยนโรง ขังคอก

เลี้ยงโคแบบขังคอก

การเลี้ยงโคเป็นอาชีพที่ทำให้เกิดผลกำไรเรื่อยมา จึงสามารถดำเนินงานมาได้จนถึงปัจจุบัน การเลี้ยงนั้น คุณพ่อหน่อยจะซื้อโคที่มีโครงสร้าง ลักษณะดี แต่ผอมโซ เนื่องจากขาดแคลนอาหาร และไม่ได้ถ่ายพยาธิจากตลาดนัด โค-กระบือในพื้นที่ มาเลี้ยงขุนประมาณ 4-5เดือน ซึ่งจะมีผลกำไรประมาณ 2,536บาท / ตัว

หญ้าเลี้ยงสัตว์

ตอนเช้าและเย็นจะตัดหญ้าสดให้กินแบบเต็มที่

ปล่อยโคแทะเล็มหญ้าช่วงกลางวัน

ตอนกลางวันจะปล่อยโคแทะเล็มหญ้าในแปลงหญ้าที่ปลูกไว้ เพื่อให้โคแข็งแรง

อาหารเสริม สำหรับโคขุน

เสริมด้วยอาหารสำเร็จรูปผสมกากเบียร์ อัตรา 1:1 ให้โคกินวัน 1-2 มื้อ

เทคนิคการขุนโคของคุณพ่อหน่อย คือ ในช่วงหน้าฝนจะตัดหญ้าสดให้กินอย่างเต็มที่ และเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูปผสมกากเบียร์ อัตรา 1:1 ให้กินวัน 1-2 มือ ส่วนหน้าแล้งและหน้าหนาวซึ่งเป็นช่วงที่หญ้าสดมีน้อย จะให้ฟางข้าวราดด้วยกากาน้ำตาล และเสริมด้วยอาหารสำเร็จรูปผสมกากเบียร์ อัตรา 1:1 ให้กินวันละ1-2 มือ

ผลงาน และความสำเร็จจาการประกอบอาชีพ

คุณพ่อหน่อยได้จัดตั้งฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อ จึงเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยน เรียนรู้ชุมชน โดยมี  โคพ่อพันธุ์ 1ตัว โคแม่พันธุ์  20  ตัว  ลูกโคแรกเกิด – 1ปี   10  ตัว  โคอายุ 1 – 2ปี   7ตัว และโคขุน  18ตัว และได้ปรับปรุงพันธุ์โค – กระบือ โดยวิธีการผสมเทียม โดยใช้โคพ่อพันธุ์บราห์มันแดง ออกให้บริการผสมพันธุ์แก่โคของเกษตรกรในพื้นที่และผู้สนใจ ทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์โคให้ดีขึ้น

 รายรับรายจ่ายและผลกำไรจากการทำฟาร์ม

การเลี้ยงโคขุน 4-5 เดือน โดยทั่วไปจะมีผลกำไรประมาณ 2,536 บาท / ตัว

รายได้เพิ่มเติมได้จาก

แปลงหญ้ากินนีสีม่วง

ปลูกหญ้ากินนีขายหญ้าสด

เมล็ดพันธุ์หญ้ากินนี

เก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์จำหน่ายให้ศูนย์บำรุงพันธุ์สัตว์

และในปี2547สามารถผลิตหญ้ากินนีสีม่วง จำหน่ายเป็นหญ้าสดได้จำนวน 12,000ก.ก ในราคากิโลกรัมละ 1บาท ขายต้นพันธุ์หญ้ากินนีสีม่วง จำนวน 1,000ถุง (ถุงขนาดบรรจุประมาณ 30ก.ก.) ๆ ละ 120บาท เป็นเงิน 120,000บาท ซึ่งหญ้า 4ถุงนั้นเกษตรกรสามารถนำไปปลูกได้ในเนื้อที่ 1ไร่นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์หญ้าจำหน่ายให้กับศูนย์บำรุงพันธุ์สัตว์อุบลราชธานี


แหล่งที่มาของข้อมูล :
คุณวันทอง เบื้องจรูญ
ที่อยู่ : หมู่ที่6 ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี