ทุ่งรวงทอง 
 
SMS : ทุ่งรวงทอง / ข้าว/เตือนเกษตรกรระวังโรคไหม้ข้าว
วันที่ส่ง SMS : 17 มิถุนายน 2552
เวลา : 15:30 น.
ข้อความ : โรคไหม้1)ระบาดต้นกล้าข้าวในภาวะฝนทิ้งช่วงมักพบทุกปีที่ จ.อำนาจเจริญ
              โรคข้าว2)ควรตรวจแปลงอยู่เสมอ ไม่ปลูกข้าวหนาแน่นและใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากไป
เตือนเกษตรกรทำนาระวังโรคไหม้ข้าวในระยะกล้าภัยร้ายที่มากับภาวะฝนทิ้งช่วง
จำนวนผู้ชม 2,476 คน
 
นายเฉลิมศักดิ์ ประสิทธิ์สุวรรณ จังหวัดอำนาจเจริญเปิดเผยว่าในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาในห้วงเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม พื้นที่ของจังหวัดอำนาจเจริญมักจะประสบสภาวะฝนทิ้งช่วงเป็นประจำ ประกอบกับเป็นช่วงต้นฤดูฝนเกษตรกรส่วนใหญ่จะเตรียมความพร้อมที่จะทำนาโดยการ“ไถนาฮุด”(ไถดะ)เพื่อตากดินและตกกล้ารอปักดำในบางปีเกษตรกรต้องเตรียมกล้ารอปักดำนานถึงสองเดือนกว่าที่จะได้ลงมือ

ดังนั้นต้นกล้าต้องอยู่ในแปลงเป็นเวลานานกว่า 60 วัน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดของโรคและแมลงในแปลงกล้าสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะโรคไหม้ในระยะกล้า ซึ่งนับว่าเป็นโรคร้ายในข้าวที่มีผลกระทบต่อการผลิตของพี่น้องเกษตรอย่างมาก นอกจากนั้นแล้วในช่วงนี้มีมรสุมพาดผ่านบริเวณประเทศไทย ทำให้มีฝนตกกระจายทั่วพื้นที่และบางขณะจะทิ้งช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ ทำให้อากาศตอนกลางวันร้อนจัด กลางคืนเย็นและ มีความชื้นในอากาศสูงซึ่งเหมาะสมต่อการเข้าทำลายของโรคไหม้ในข้าวเป็นอย่างดี ซึ่งการระบาดของโรคไหม้จะมีผลต่อเนื่องไปถึงระยะข้าวแตกกอ ตั้งทองและออกรวง ทำให้เกิดโรคไหม้คอรวงข้าวระบาดอีกด้วย

ฉะนั้นเกษตรกรต้องคอยหมั่นเข้าไปสำรวจในแปลงนาสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแปลงนาที่ปลูกข้าวพันธุ์ กข. 6 และข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมปลูกกันมากแต่มักจะอ่อนแอและไม่ต้านทานโรคไหม้ ถึงแม้จะเคยได้รับการพัฒนาพันธุ์ให้มีความต้านทานแล้วก็ตาม

โรคไหม้ข้าวเกิดจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc. เชื้อสามารถเข้าทำลายข้าวในทุกส่วนของข้าวที่อยู่เหนือดินได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า ถึง ออกรวง โดยพบว่าเชื้อจะทำลายที่ใบและรวงมากที่สุด เมื่อเชื้อเข้าทำลายที่ใบจะทำให้ใบข้าวเป็นจุดฉ่ำน้ำ แผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเป็นรูปตา เมื่อเชื้อเข้าทำลายมากจะทำให้ใบไหม้คล้ายถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาใบจะแห้งตายอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่เชื้อเข้าทำลายและมีอาการใบจุดช้ำน้ำ จะพบข้าวแห้งตายภายใน 3 – 5 วัน ซึ่งเรียกอาการนี้ว่าโรคใบไหม้ และเมื่อเชื้อเข้าทำลายข้าวในระยะออกรวงเชื้อจะเข้าทำลายที่คอรวงทำให้คอรวงแห้งตายเมล็ดข้าวจะลีบ เรียกว่าโรคไหม้คอรวง

โรคไหม้ข้าวนี้ พบมีการระบาดทุกปีและพบในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น แปลงที่ใส่ปุ๋ยที่มีปริมาณธาตุไนโตรเจนสูง เช่น ปุ๋ยยูเรีย แอมโมเนียมซัลเฟต ปุ๋ยมูลไก่ เป็นต้น จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย และการแพร่กระจายของโรคเป็นไปไดเร็ว ตามทิศทางลม

แนวทางในการป้องกัน
1.หมั่นตรวจสอบแปลงอย่างสม่ำเสมอเพื่อสังเกตสุขภาพข้าว/ กล้า
2.ทำความสะอาดแปลง ให้อากาศปลอดโปร่ง การระบาย ถ่ายเทอากาศได้สะดวก
3.บำรุงรักษาต้นข้าว/กล้า ให้มีความแข็งแรง ไม่อวบอ้วนจนเกินไป เพราะเชื้อจะเข้าทำลายได้ง่าย
4.ลดการใช้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงในระหว่างฝนทิ้งช่วง
5.แปลงที่พบการระบาดของโรค ให้แจ้งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล(เกษตรตำบล) ได้ช่วยสำรวจและประเมินความรุนแรงของโรค เมื่อพบว่าความรุนแรงของโรคถึงระดับที่จะต้องใช้สารเคมี ควรแจ้งให้ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผู้แทนชุมชน เพื่อขอความช่วยเหลือสนับสนุนด้านสารเคมี กำจัดโรคไหม้ข้าว จาก อบต. หรือ เทศบาล ในพื้นที่
6. หากมีความจำเป็นควรคลุกหรือแช่เมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารเคมีก่อนปลูก เช่น คาร์เบนดาซิม คาซูก้าไมซิน ไตรไซคาร์โซลหรือคาร์เบนดาซิม+แมนโคเซ็บ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
- คลุกเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยสารเคมีก่อนปลูกในอัตราส่วนสารเคมีประมาณ 20-30 กรัมต่อข้าว 1 ถัง (10 กิโลกรัม) คลุกแล้วเก็บไว้นาน 2-3 สัปดาห์จึงนำไปปลูก
- แช่เมล็ดพันธุ์ข้าว ด้วยสารเคมีก่อนปลูกในอัตราส่วนสารเคมี 10-15 กรัมต่อน้ำ 5 ลิตร แช่ทิ้งไว้ประมาณ 24-48 ชั่วโมงจึงนำไปปลูก
- เกษตรกรควรหมั่นลงสำรวจแปลงข้าวบ่อย ๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เมื่อพบโรคระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดเชื้อรา เช่น ไตรโซคาร์โซล คาร์เบนดาซิม อัตราตามที่สลากแนะนำ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : งานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ โทร. 045-270549


แหล่งที่มาของข้อมูล : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการ*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี