การปลูกพุทราไต้หวัน

จำนวนผู้ชม 621 คน
พิมพ์หน้านี้
พุทราพันธุ์ไต้หวันนี้สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี แต่ที่สวนของลุงทองปานนี้จะมีผลผลิตออกมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน - เดือนมีนาคมของทุกปี โดยการปลูกพุทราพันธุ์ไต้หวัน ของคุณลุงทองปานนี้จะใช้วิธีนำต้นพุทราพันธุ์พื้นเมืองมาต่อกิ่งกับตอดพันธุ์พุทราไต้หวันและยังมีการเพาะกล้าขายต่อเพื่อให้ผู้อื่นนำไปปลูกอีกด้วย

++ การเพาะกล้าพุทราพันธุ์พื้นเมืองตามวิธีของคุณลุงทองปาน พิมพ์พานิช ++

1.แช่เมล็ดพันธุ์พื้นเมืองไว้ 1 คืนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการงอกดีขึ้น

2.โรยเมล็ดที่แช่แล้วลงในภาชนะปลูก เป็นแบบสี่เหลี่ยมแล้วน้ำแกลบดำคลุกปุ๋ยคอกผสมกันกลบทับภาชนะที่ปลูกไว้ทันทีเพื่อเป็นการเก็บความชื้น

3.รอจนกระทั่งครบ 7 วันเมล็ดพันธุ์ต้นอ่อนจะเริ่มงอกออกมา

4.เมื่อเมล็ดพันธุ์งอกขึ้นมาพ้นแกลบประมาณ 1-2 เซนติเมตร ให้ย้ายเมล็ดพันธุ์ไปลงปลูกในถุงดำ ถุงละ 1 ต้นซึ่งในถุงนั้นก็ต้องบรรจุดินร่วนผสมปุ๋ยคอกไว้เรียบร้อยแล้ว

5.จากนั้นก็ดูแลรดน้ำเช้าเย็นจนกระทั่งต้นกล้าโตเท่าขนาดดินสอจึงนำกล้าพันธุ์นั้นมาต่อยอดอีกครั้งกับพุทราพันธุ์ไต้หวันซึ่งจะเริ่มต่อได้ในช่วงปลายเดือนเมษายน ? เดือนพฤษภาคมของทุกปี

6.เมื่อกล้าพันธุ์โตเหมาะสมเท่าขนาดของดินสอแล้วก็ให้ตัดกล้าพันธุ์ไปเสียบกับกิ่งพุทราพันธุ์ไต้หวันที่เลือกไว้แล้วได้เลย

7.มัดกล้าพันธุ์เสียบกับยอดกิ่งพุทราพันธุ์ไต้หวันโดยใช้เทปสำหรับตอนพืชพันบริเวณที่ต่อยอดให้มิดชิดและแน่นหนา เพื่อป้องกันน้ำเข้าถ้าน้ำเข้าไปโดนอาจจะทำให้เน่าได้ จากนั้น 1 เดือนเบี้ยพันธุ์ที่ตอยอดไว้ก็จะแตกยอดมีใบโผล่ออกมา

8.เมื่อเบี้ยพันธุ์พุทราพันธุ์ไต้หวันที่เหมาะในการปลูกแล้วก็สามารถนำไปลงแปลงปลูกได้เลยที่สำคัญต้องปลูกในตอนเย็นประมาณ 5-6 โมงเย็นเพื่อให้เบี้ยพันธุ์ได้ปรับตัวตลอดทั้งคืนเพื่อให้พร้อมรับแสงแดดแรกในตอนเช้าวันใหม่

9.รักษาหน้าดินให้ชุมชื้น รดน้ำใส่ปุ๋ยดูแลรักษาให้ดีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งกล้าพันธุ์แตกกิ่งออกมาและออกดอกออกผลต่อไป

10.ให้สังเกตการแตกกิ่งของกิ่งพุทรานั้นจะแตกกิ่งออกมาถี่มาก แต่ให้เด็ดกิ่งทิ้งทั้งหมด ให้เหลือไว้ประมาณ 4 กิ่งเท่านั้นเพราะทั้ง 4 กิ่งนี้จะมีตายอดเยอะและจะออกผลทุกยอดอยู่แล้ว ถ้าเหลือกิ่งไว้เยอะผลที่เกิดมาอาจดกเกินไปทำให้กิ่งหักไม่สามารถรับน้ำหนักได้

++ ขั้นตอนการปลูกพุทราพันธุ์ไต้หวัน ++

1.การเตรียมดินไถพรวน ถ้าปลูกในที่ลุ่มก็ต้องยกร่องให้สูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง โดยขุดหลุมกว้าง50 เซนติเมตรลึก 40 เซนติเมตรรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกผสมคลุกเคล้ากับดินในอัตราหลุมละ 3 กิโลกรัมและปุ๋ยเคมีสูตร15-15-15 จำนวน 2 ช้อนแกง ต่อ 1 ต้น ผสมลงไปในดินด้วยจากนั้นก็เอาเบี้ยพันธุ์ลงปลูก กลบดิน ระยะห่างระหว่างต้นอยู่ที่ 6*6 เมตรเมื่อต้นพุทราโตขึ้น กิ่งใบของแต่ละต้นก็จะจรดกันพอดี

2.หลังจากปลูก 15 วันก็ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 เพิ่มอีกต้นละ 1-2 ช้อนแกงรอบๆโคนต้น

3.รดน้ำทุกวันๆละ 1 ครั้ง หรือ 2-3 วันต่อครั้ง หน้าฝนไม่ต้องรดเลยและต้องหาเศษหญ้าเศษฟางมาคลุมบริเวณโคนต้นไว้ด้วยเพื่อเป็นการรักษาความชื้นของหน้าดินไว้ให้สม่ำเสมอ

++ การดูแลรักษา ++

1. ฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลงและป้องกันเชื้อราเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผิวด้านนอกของพุทราสวยงามสม่ำเสมอ

2. ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพฉีดพ่นให้อาหารทางใบ 3 วันต่อครั้งเพื่อบำรุงยอดและใบ หรือถ้าไม่มีเวลาก็ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพสัปดาห์ละครั้ง

3. สำหรับพุทราพันธฺุ์จัมโบ้จะต้องมีการห่อผลด้วยถุงพลาสติกตั้งแต่เริ่มออกผลเพื่อป้องกันแมลงวันทองเข้าไปเจาะวางไข่ใส่ภายในซึ่งอาจจะทำให้เกิดหนอนในลูกได้และห่อไว้เพื่อป้องการสารเคมีโดยตรง

4. แมลงศัตรูพืชที่สำคัญคือผีเสื้อกลางคืนและแมลงวันทอง ป้องกันโดยฉีดสารเคมีฆ่าเชื้อกันแมลงเดือนละ 1 ครั้งซึ่งจะเยอะมากในช่วงเดือนมกราคม ของทุกปี
ผลผลิตและราคา

5. ผลผลิตพุทราพันธุ์ไต้หวันนี้จะออกผลในช่วงเดือน พฤศจิกายน ? เดือนมีนาคมของทุกปีหลังจากนั้นก็จะเริ่มตัดแต่งกิ่งในวันที่ 1 เมษายน ของทุกปี

6. ราคาขายพุทราพันธุ์ไต้หวัน จะแบ่งออกเป็น 2 ราคา คือ ถ้าเป็นพุทราลูกเล็กปกติจะขายที่ราคากิโลกรัมละ 30 บาท ส่วนราคาพุทราจัมโบ้ อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท

7. สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยจากการขายพุทรา ได้ปีละ 100,000 บาท

---------------------- ^ ^ -----------------------
แหล่งอ้างอิง :
คุณทองปาน พิมพ์พาณิชย์ อายุ : 54 ปี
ที่อยู่ : 44 หมู่ที่4 ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร