การปลูกไผ่เลี้ยง...ของคนเลี้ยงไผ่

จำนวนผู้ชม 42542 คน
พิมพ์หน้านี้
ภารกิจของผู้นำชุมชนร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.เชียงราย วันนี้ได้เดินทางไปยังไร่ของคุณไพรัตน์ คำเงิน อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.7 ต.ศรีค้ำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เกษตรกรผู้ปลูกไผ่เลี้ยง คุณไพรัตน์ได้ปลูกไผ่เลี้ยงมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว ภายในพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งคุณไพรัตน์ กล่าวว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

พันธุ์ไผ่เลี้ยงที่นำมาปลูกเป็นพันธุ์ที่ได้มาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย โตไว ผลผลิตสูง ถ้าได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงนี้ ส่วนใหญ่แล้วตนจะเก็บผลผลิตทุกๆ 6 เดือนเพราะพึ่งเริ่มปลูกได้แค่ 2 ปี ต้องการให้ต้นไผ่เลี้ยงโตเต็มที่ก่อน จึงสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเป็นอย่างดี มีการจำหน่ายทั้งหน่อสดที่ตัดจากต้น และจำหน่ายหน่อไม้แปรรูปเป็นหน่อไม้โป่ง นอกจากนั้นยังเพาะกล้าพันธุ์ไผ่เลี้ยงออกจำหน่ายอีกด้วย

ขณะนี้ไผ่เลี้ยงได้เริ่มเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมากขึ้น เพราะเป็นไผ่ที่มีรสชาติอร่อย ไม่ขมจัด ปัจจุบันในจังหวัดเชียงรายยังไม่มีผู้ปลูกแพร่หลายมากนัก แต่ผลผลิตก็เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น เป็นไผ่ที่มีลักษณะพิเศษคือไม่มีหนามหรือขนระคายเคืองเหมือนไผ่ชนิดอื่นๆ ลักษณะคล้ายไผ่สร่างไพร ที่พิเศษกว่านั้น คือ ไผ่เลี้ยงสามารถให้ผลผลิตหน่อไผ่ได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรทุกวัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมนำมาปรุงอาหาร ดอง หรืออัดปิ๊บ

พันธุ์ไผ่เลี้ยง : มี 2 ชนิด คือ

1.ไผ่เลี้ยงพันธุ์หนัก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตหน่อได้ตามปกติ คือในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม ในช่วงฤดูอื่นก็จะไม่ให้ผลผลิต หรืออาจจะมีบ้างแต่ก็น้อยมาก ถ้าจะนำหน่อไผ่เลี้ยงพันธุ์หนักไปผลิตเป็นหน่อไผ่นอกฤดูหรือต้นฤดูฝนก่อนที่ผลผลิตหน่อตามฤดูกาลจะออกมา เพื่อที่จะได้จำหน่ายในราคาที่สูงกว่าไผ่ที่ออกตามฤดูกาลนั้น ต้องมีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี และค่อนข้างยาก ต้นทุนสูง ผลผลิตที่ได้ก็น้อยมากไม่คุ้มกับทุน

2.ไผ่เลี้ยงพันธุ์เบา เป็นไผ่เลี้ยงพันธุ์ที่ให้ผลผลิตหน่อไผ่ตั้งแต่ในช่วงฤดูฝนเช่นกัน แต่ไผ่เลี้ยงชนิดนี้สามารถผลิตเป็นหน่อไผ่นอกฤดูกาลได้ดีมาก เพราะมีลักษณะเด่น คือ ปลูกเลี้ยงง่าย บำรุงรักษาง่าย ถ้าได้น้ำ ได้ปุ๋ยดี จะให้ผลผลิตหน่อทันที ไม่ต้องรอถึงช่วงฤดูฝน ผลผลิตที่ได้จะเพิ่มมากขึ้นตามความเอาใส่ใจในการบำรุงรักษา จึงสามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ฉะนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ที่สนใจจะปลูกไผ่เลี้ยงขายหน่อไผ่ ควรปลูกพันธุ์เบาจะเหมาะมาก

ผลผลิต(หน่อไผ่)จะได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการเตรียมดินและการเลือกพื้นที่ปลูก ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ก่อนปลูกจำต้องมีการคัดเลือกพื้นที่ให้ดีก่อน สภาพพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการปลูกไผ่เลี้ยงนั้น ควรมีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย ถ้าเป็นดินเหนียว หรือดินโคกลูกรัง จะทำให้การเจริญเติบโตไม่ดี การให้ผลผลิตหน่อไผ่น้อย และคุณภาพต่ำ ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมดินก่อนปลูก ด้วยการไถ่กลบหน้าดินทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อกำจัดวัชพืช หลังจากนั้นให้ไถ่อีกครั้งเพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนซุยเหมาะแก่การปลูก ระยะห่างในการปลูกที่เหมาะสมคือ ระยะ 4 x 4 เมตร ใน 1 ไร่จะปลูกได้ประมาณ 66 ต้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเกษตรกรด้วยว่าจะเว้นระยะห่างเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม เพราะต้องขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้จัดการกับแปลงปลูก และการดูแลรักษาของเกษตรกรเองด้วย ซึ่งของคุณไพรัตน์เองนั้นได้มีการเว้นระยะห่างประมาณ 3x3 เมตร ถือว่าสะดวก และเหมาะสมกับการจัดการกับแปลงปลูกของตนด้วย
การดูแลรักษาไผ่เลี้ยง ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ต้องคอยกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หญ้าขึ้นรกคลุมแปลงปลูก ในช่วงหน้าแล้งถ้าไม่มีฝนตกควรรดน้ำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อปลูกไผ่ได้ประมาณ 7 เดือนแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งและลำต้นที่เล็กออก แล้วพรวนดินให้ทั่วรอบกอ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 5 – 10 กิโลกรัม แล้วนำหญ้าที่ถอนออกมาคลุมโคนต้นไว้ หรืออาจเป็นใบไม้แห้ง,ฟางข้าวก็ได้ เพื่อเก็บรักษาความชื้นในดินไว้ ควรให้น้ำตลอดช่วงฤดูแล้ง เพื่อเร่งการเจริญเติบโต

เมื่อไผ่มีอายุได้ 8 เดือน ขึ้นไปก็จะสามารถให้หน่อได้และเพิ่มจำนวนต้นในแต่ละกอ เพื่อจะได้ปริมาณจำนวนต้นไว้ผลิตหน่อในฤดูต่อไป เมื่อปลูกไผ่เลี้ยงได้ประมาณ 2 ปี ต้องมีการตัดต้นที่แก่และชิดกันออก ให้แต่ละกอเหลือจำนวนต้นอยู่ประมาณไม่เกิน 12 ต้น ควรตัดแต่งกิ่งทุกปีปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม หลังจากตัดแต่งกิ่งเสร็จให้ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก กอละประมาณ 15-20 กิโลกรัม แล้วรดน้ำทันทีเพื่อเร่งให้ได้ผลผลิตในช่วงต้นฤดู ซึ่งจำหน่ายได้ราคาสูง

ลักษณะของหน่อไผ่ที่เหมาะสมต่อการเก็บผลผลิต ต้องรอให้หน่อไผ่พ้นขึ้นมาจากดินประมาณ 4-6 วัน จะมีขนาดประมาณ 40-50 เซนติเมตร จึงจะสามารถตัดได้ มีขนาดพอดีไม่แก่เกินไป ซึ่งคุณไพรัตน์จะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 8 บาท อาจราคาสูงกว่านี้ในต้นฤดูกาลหรือนอกฤดูกาล นอกจากหน่อไผ่สดที่คุณไพรัตน์จำหน่ายแล้ว หน่อไผ่เลี้ยงยังสามารถแปรรูปเป็นหน่อไม้โป่งขายทั้งในฤดูและนอกฤดูได้อีกด้วย ซึ่งวิธีการผลิตก็ทำได้ไม่ยาก คือ ต้องนำหน่อไม้มาแซ่น้ำไว้ประมาณ 2 คืน หลังจากนั้นนำออกมาต้มให้สุก ช่วงที่ต้มใส่เกลือปรุงรสเล็กน้อย แล้วนำบรรจุถุงออกจำหน่ายในราคา 3 ขีด 8 บาท มีรสชาติอร่อย และยังสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน ถ้าใส่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ถึง 10 วัน
นอกจากนั้นคุณไพรัตน์ยังได้มีการเพาะพันธุ์ไผ่เลี้ยงไว้จำหน่ายอีกด้วย ซึ่งจำหน่ายในราคาต้นละ 40 -50 บาท มีการเพาะพันธุ์โดยการนำเอาเหง้าของลำต้นไผ่ที่มีอายุประมาณ 1 ปี มาชำลงถุงชำ รดน้ำสม่ำเสมอ ชำไว้ประมาณ 2 เดือนก็สามารถนำออกปลูกหรือนำไปจำหน่ายได้

ไผ่เลี้ยง เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี ดูแลรักษาง่าย วิธีการปลูกก็ง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับต้นไผ่เพราะยังไม่ปรากฏชัดเจน อาจมีปัญหาเรื่องหนอนหรือตัวด้วงบ้างที่มาเจาะกินต้นไผ่ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สามารถกำจัดและดูแลรักษาให้ดีได้ จึงเป็นพืชที่สามารถปลูกร่วมกับการทำการเกษตรกรรมชนิดอื่นๆ ได้ดีมาก สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
ที่มา :
ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677

สถานีวิทยุชุมชนร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย

---------- ^ ^ ----------

แหล่งอ้างอิง :

ไพรัตน์ คำเงิน จ.เชียงราย.สัมภาษณ์,29 พฤศจิกายน 2551