สวนเงินไร่ทอง
การปลูกผักอินทรีย์ผสมผสาน
ทีมรักบ้านเกิด 29 มกราคม 2556
การปลูกพืชผักปลอดสารพิษโดยวิธีบริหารศัตรูพืชแบบผสมผสาน เป็นวิธีการปลูกที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำและให้ผลตอบแทนสูงไม่แพ้การปลูกผักด้วยวิธีการอื่นๆ จึงนับได้ว่าเป็นการผลิตผักที่ปลอดภัยอีกวิธีหนึ่งที่เป็นทางเลือกของเกษตรกร
แชร์
31,342
คุณวิชัย ทวินันท์ เกษตรกรวัย 56ปี เริ่มต้นทำการเกษตรในรูปแบบการทำไร่นาสวนผสมตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 บนพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่เคยทำนามาโดยตลอด จนกระทั่งผลผลิตเริ่มลดลงและขาดแคลนแหล่งน้ำและราคาปุ๋ยแพงทำให้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนจัดทำระบบไร่นาสวนผสมขึ้น แบ่งพื้นที่การเกษตรอย่างเป็นสัดส่วน โดยจัดเป็นพื้นที่ทำนา 3ไร่ ทำสวน 1ไร่ ขุดบ่อเลี้ยงปลา 1 ไร่ สร้างโรงสีข้าว 1 ไร่ และพื้นที่ปศุสัตว์และที่อยู่อาศัยอีก 1 ไร่ จัดทำเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเมืองแก้วโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดในการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ฯ โดยมีหน่วยงานที่สนับสนุนด้านวิชาการจากสำนักงานเกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสรวง สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหน่วยอำเภอเมืองสรวง ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้รับการรับรองการปลูกพืชอินทรีย์แบบผสมผสาน จากกรมวิชาการเกษตร


++ หัวใจสำคัญของการปลูกพืชผักอินทรีย์ผสมผสาน ++

- ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพบำรุงพืชผัก

- น้ำหมักสมุนไพรขับไล่แมลง

++ การปลูกพืชผักอินทรีย์ในแปลงปลูก ++

- ขุดดินที่จะทำแปลงผักลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 1 เมตร ความยาวตามความต้องการโดยเอาเอาดินที่ขุดออกไว้ข้างแปลง

- โรยปุ๋ยหมักชีวภาพลงในแปลงประมาณ 10 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร

- เอาหน้าดินที่ขุดออกลงใส่ คลุกให้เข้ากันกับปุ๋ยให้สูงกว่าระดับเดิมพอประมาณ

- นำน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำรดแปลงให้ชุ่มวันละครั้งติดต่อกัน 7 วัน

- พรวนดินที่แปลงคราดให้เรียบ

- นำผักลงปลูก

- รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน รดน้ำหมักสมุนไพรทุก 5-7 วัน และพรวนดินทุก 3 สัปดาห์
++ การปลูกพืชผักอินทรีย์ในรูปแบบกางมุ้ง ++

- ขุดดินที่จะทำแปลงผักลึก 25-30 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร ความยาวตามขนาดที่ต้องการ

- สร้างโรงเรือนขนาดความกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร ความสูง 2.50 เมตร

- ใช้ผ้าแสลนเขียวคลุมโรงเรือนให้มิดชิดเพื่อป้องกันลมจากภายนอกและสามารถควบคุมแสงแดดได้

- วางระบบสปริงเกอร์แบบแขวนโปรยน้ำจากด้านบน นอกจากจะให้น้ำแล้วสามารถให้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำทางใบได้

- โรยปุ๋ยหมักชีวภาพลงในแปลงประมาณ 10 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร

- นำน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำรดแปลงให้ชุ่มวันละครั้งติดต่อกัน 7 วัน

- พรวนดินที่แปลงคราดให้เรียบ

- นำผักลงปลูก

- รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน

- การปลูกผักปลอดสารพิษแบบกางมุ้งจะไม่มีโรคแมลงมารบกวน


++ ประโยชน์จากการปลูกผักอินทรีย์ ++

1 .เป็นแปลงผักถาวรที่สามารถปลูกผักติดต่อกันได้ตลอดทั้งปี

2. แปลงผักจะมีจุลินทรีย์ ทำให้ดินร่วนซุย

3. ผักจะเจริญงอกงามดี แข็งแรง ต้านทานโรค มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

4. ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง ปลอดภัยจากสารพิษ

++ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากเศษใบไม้แห้งบำรุงผัก ++

วัสดุอุปกรณ์ :

1. ใบไม้แห้ง จำนวน 10กิโลกรัม

2. มูลสัตว์ จำนวน 10กิโลกรัม

3. รำข้าว จำนวน 5กิโลกรัม

4น้ำสะอาด จำนวน 10ลิตร

5. สารเร่ง พ.ด. 1จำนวนครึ่งซอง

6. กากน้ำตาล จำนวน 1ลิตร

ขั้นตอนการทำ :

- เตรียมใบไม้แห้งที่จะนำมาทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ประมาณ 10 กิโลกรัม ผสมมูลสัตว์ และรำข้าว คลุกเคล้าให้เข้ากันจนทั่ว

- นำน้ำผสมกับสารเร่ง พด.1และกากน้ำตาล คนให้กากน้ำตาลละลายจนหมด นำไปรดบนกองวัสดุที่ผสมมูลสัตว์และรำข้าวไว้แล้ว ใช้จอบคนให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากันดีทั่วทั้งกอง

- เกลี่ยกองปุ๋ยในกระบะหมักไว้นานประมาณ 15 - 20 วันจะสามารถนำปุ๋ยมาใช้งานได้

++ การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชแบบชีววิถี ++

ปัญหาหลักจากการปลูกผักปลอดสารพิษในแปลงปลูกคือแมลงศัตรูพืชชนิดเพลี้ยกระโดดซึ่งมักจะระบาดในแปลงผักเป็นประจำทุกปี

วิธีการกำจัด :

- ใช้ถุงพลาสติกสีเหลืองความหนาพอประมาณทาบริเวณผิวภายนอกด้วยกาวดักแมลงที่มีจำหน่ายตามร้านเคมีเกษตรทั่วไป นำไปครอบขวดน้ำที่มีน้ำบรรจุอยู่หรือวัสดุที่มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดพอดีกับถุงพลาสติกตั้งไว้ในแปลงผักที่ปลูก วางระยะห่างประมาณ 50-100 เซนติเมตร

- หรือใช้กาวเหนียวติดกับแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีเหลืองขนาด 5x6นิ้ว ปักในแปลงปลูกผักให้สูงกว่าระดับยอดผักประมาณ 1 ฟุต 15 - 20 กับดัก/ไร่

- เมื่อมีการระบาดเพลี้ยกระโดดจะมีปฏิกิริยากระโดดเข้าหาถุงพลาสติกสีเหลืองทำให้เพลี้ยกระโดดติดกาวที่เราทาไว้ใช้เวลาไม่เกิน 2 วันเพลี้ยกระโดดที่ระบาดจะติดกาวจนหมด

- นำเพลี้ยกระโดดที่ติดกาวไปกำจัดโดยวิธีการเผาและฝังกลบลงดินได้

- นอกจากเพลี้ยกระโดแล้วสามารถกำจัดเพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ ผีเสื้อหนอนใยผัก หนอนกระทู้หอม หนอนคืบ หนอนกินใบ และแมลงหวี่ขาว นอกจากนี้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชอีกด้วย

++ การทำน้ำหมักสมุนไพรขับไล่แมลง ++

วัสดุ-อุปกรณ์ :

1.ใบสะเดาสับหรือฉีกหรือเมล็ดสะเดาทุบที่หาได้ตามบ้านทั่วไป 1 กิโลกรัม

2.กากน้ำตาล 60 ซี.ซี.

3.หัวเชื้อจุลินทรีย์ 1 ช้อนโต๊ะ

4.น้ำสะอาด 1 ลิตร

ขั้นตอนและวิธีการทำ : นำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมกันผสมน้ำพอท่วมหมักทิ้งไว้ 1 เดือนในถังพลาสติกเก็บไว้ในที่ร่ม

การนำไปใช้งาน : โดยใช้น้ำหมัก 100 ซีซี.ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน ใช้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดหนอนในแปลงผักได้

++ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพบำรุงพืชผัก ++

วัสดุ-อุปกรณ์ :

1. เศษพืชผักผลไม้ทุกชนิด 3 กิโลกรัม

2. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม

3. น้ำสะอาด 10 ลิตร

4. หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 1 ลิตร

ขั้นตอน/วิธีทำ :

- สับและนำเศษผักผลไม้ ใส่ในถังพลาสติก

- ผสมน้ำกับกากน้ำตาลคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

- เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น ผสมลงในน้ำและกากน้ำตาล

- เททับลงบนเศษผัก ผลไม้ ในถังให้ทั่ว

- ปิดฝาถังหมักให้สนิท ไม่ให้แสงและอากาศเข้า

- หมักทิ้งไว้ในที่ร่ม ประมาณ 90 วัน เป็นอย่างน้อย ก็จะได้ปุ๋ยน้ำคุณภาพดี เหมาะสำหรับรดพืชผักทุกชนิด

การนำไปใช้งาน :

1. ผสมน้ำ 1 : 100 รดดิน

2. ผสมน้ำ 1 : 200-400 ฉีดพ่นทางใบและลำต้น

----------------------------------- ^ ^ -------------------------------------

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แหล่งอ้างอิง :
คุณวิชัย ทวินันท์ อายุ : 56 ปี
ที่อยู่ : 228 หมู่ที่4 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×