สวนเงินไร่ทอง 
 
การปลูกมะลิและพุดจีบร้อยมาลัย
รักบ้านเกิดทีม 21 มกราคม 2556
นางชอุ่ม นวลเส้ง เกษตรกรในพื้นที่บ้านไม้แดง ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีฯ มีอาชีพปลูกต้นมะลิและต้นพุด เพื่อเก็บดอกมาร้อยมาลัยขาย เป็นเวลา 10 กว่าปี โดยใช้พื้นที่รอบ ๆ บ้านประมาณ 1.5 ไร่ ปลูกดอกไม้ทั้ง 2 ชนิด เหตุผลที่เลือกปลูกดอกไม้เหล่านี้ เพราะปลูกง่าย ดูแลรักษาไม่ยาก เป็นที่ยอมรับของตลาด มีราคาดี
7,699

คุณชอุ่ม ใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ ปลูกดอกมะลิจำนวน 200 ต้น โดยจะปลูกให้มะลิได้รับแสงแดดเต็มที่ เพื่อจะได้มีดอกเยอะ ๆ หากปลูกได้ช่วงต้นฤดูฝน จะดีมาก เพราะมะลิชอบดินร่วนมีการระบายน้ำดี เริ่มการปลูกโดยการปรับปรุงดิน พรวนดินให้ร่วนซุย กำจัดวัชพืช ให้หมดและขุดหลุม ลึก กว้าง ยาวด้านละ 50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุม คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ตากดินไว้ประมาณ 1 วัน แล้วเอาต้นมะลิใส่ลงไปในหลุม กลบดินให้แน่น


++ การดูแลรักษา ++

1.การให้น้ำ ต้องให้น้ำพอสมควร หากดินยังแฉะอยู่ไม่ควรรดน้ำ ควรรอให้ดินแห้งหมาด ๆ เสียก่อน ในฤดูแล้งให้น้ำวันละ 1-2 ครั้ง ช่วงเช้าและเย็น ในช่วงฤดูฝนระวังอย่าให้น้ำท่วมขัง เพราะจะทำให้ต้นมะลิรากเน่า ใบเหลือง และตายได้

2.การกำจัดวัชพืช หากเห็นวัชพืชขึ้นใต้โคนต้นมะลิ ให้กำจัดทิ้ง เพื่อป้องกันวัชพืชแย่งอาหารต้นมะลิ 3.การใส่ปุ๋ย คุณชอุ่มเน้นใส่ปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมี สูตร 15 15 15 เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อประหยัดต้นทุน 4. การตัดแต่ง หลังจากเห็นว่ามะลิแตกกิ่งก้านสาขาเยอะเกินไป ให้ตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มให้โปร่ง จะช่วยให้มะลิมีทรงพุ่มสวยงาม โรคและแมลงลดน้อยลง และจะทำให้มะลิมีอายุยืนยาวเป็น 10 ปี



พื้นที่ส่วนที่เหลือ คุณชอุ่มใช้ปลูกดอกพุดประมาณ 50 ต้น วิธีการปลูกและการดูแลรักษาเหมือนกับดอกมะลิ ส่วนการเก็บเกี่ยวดอกไม้ทั้ง 2 ชนิด ต้องเก็บขณะดอกตูม มีความเจริญเต็มที่ วิธีเก็บให้ใช้มือเด็ดตรงก้านดอกใต้กลีบเลี้ยง เริ่มเก็บตอนเช้ามืดประมาณ 03.00-04.00 น.

แบ่งดอกไม้ที่เก็บได้เป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 จะส่งไปขายกิโลกรัมละ 100-120 บาท มะลิ 200 ต้น เก็บได้วันละ 5-6 กิโลกรัม ส่วนดอกพุดขายได้กิโลกรัมละ 80 บาท เงินที่ได้แต่ละวัน ประมาณวันละ 700-800 บาทส่วนที่ 2 นำมาร้อยมาลัยเล็ก ๆ แล้วไปขายต่อให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อตอนเช้า ในราคาพวงละ 3 บาท




คุณชอุ่มเล่าว่าปัญหาสำคัญในการปลูกดอกไม้ทั้ง 2 ชนิดคือ ปัญหาเรื่องรากเน่าโคนเน่า โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ทำให้ดอกไม้ชะงักการเจริญเติบโต ใบมีอาการเป็นสีเหลือง หากน้ำขังเป็นเวลานาน ต้นจะตาย และในช่วงนี้ต้นไม้ก็ออกดอกไม่มาก จะออกมาในช่วงฤดูแล้ง และอีกโรคหนึ่ง คือ หนอนเจาะดอก จะทำให้ได้ดอกไม่สวย ไม่สามารถนำดอกไม้นั้นมาใช้ประโยชน์ได้ แต่คุณชอุ่มก็บอกแนวทางแก้ไขปัญหาว่า ควรจะตกแต่งกิ่งก้านของดอกไม้ให้โปร่งอยู่เสมอ เมื่อเห็นว่าต้นดอกไม้โดนทำลายมาก ควรจะกำจัดทิ้ง โดยการเผาทิ้งในระยะที่ไกลจากสวนออกไป

--------------------------------- ^ ^ -------------------------------
แหล่งอ้างอิง :
คุณชอุ่ม นวลเส้ง อายุ : 41 ปี
ที่อยู่ : 17 หมู่ที่6 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช