สวนเงินไร่ทอง
ทานสมุนไพรรสขม ต้านลมหนาว หนุ่ม-สาวห่างไกลหวัด
ทีมรักบ้านเกิด 05 เมษายน 2560
ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย! ....ช่วงนี้ไม่ว่าจะไปทางไหนก็เห็นจะมีแต่เสียง ไอ จาม แว่วมาให้ได้ยินไม่ขาดสาย กับสภาพอากาศที่สุดแสนจะแปรปรวนแบบ 3 วันดี 4 วันร้อน 1 วันฝน ของเมืองไทย ที่รุมกระหน่ำให้หนุ่มล่ำ สาวงามต้องกระแอมไอ เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล กันรายวัน ชนิดที่ถ้าคนหนึ่งแบกหวัดมาออฟฟิศ ภายในไม่ถึงอาทิตย์ ได้ติดหวัดกันระงม ด้วยสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ทำให้ชีวิตคนเมืองใหญ่ต้องทำอะไรแข่งกับเวลา และภาระที่เพิ่มพูนขึ้นมามากมายไม่ว่างเว้น จึงทำให้ต้องโหมงานหามรุ่ง หามค่ำ จนแทบจะไม่มีเวลาให้กับการพักผ่อน ตามที่ร่างกายต้องการอย่างเพียงพอ ยิ่งสภาวะงานเข้า หนี้สินรุมเร้าด้วยล่ะก็ คำว่านอนวันละ 8-9 ชม. นี่แทบจะไม่ได้เฉียดใกล้ หากหนุ่ม-สาวในยุคเกิน 2000 ใช้ร่างกายหนักขนาดนี้ ต่อให้แข็งแรงขนาดไหน ก็เป็นไปไม่ได้ ที่ชีวิตนี้จะไม่โดนพิษไข้หวัดเล่นงานกันเป็นระยะๆ จากความเร่งรีบ ไม่มีเวลาจัดสรรเรื่องอาหารการกิน และ ไม่ชินกับรสขม ชนิดที่ต่อให้ปรับปรุงพันธุ์มะระ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพืชผักสุดขม ให้กลายเป็นมะระที่มีรสเกือบจืดได้ ก็ยังไม่ใช่รายการอาหารที่คนสมัยนี้นิยมทาน
แชร์
3,249
การกินอยู่ของหนุ่ม-สาวสมัยนี้ จึงต่างไปจากหนุ่มสาวในสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งคนไทยสมัยก่อนจะมีอุปนิสัยการกินหลากหลายและมีภูมิปัญญารู้ทันโรคหวัด ชนิดที่โรงหมอต้องเงียบสงัด ด้วยการนำพืชผักรสขมมาเป็นส่วนประกอบในมื้ออาหาร เช่น แกงขี้เหล็ก แกงเผ็ดมะระ เพกาจิ้มน้ำพริก สะเดาน้ำปลาหวาน หรือ แกงส้มดอกแค ที่ล้วนแล้วแต่มีสรรพคุณช่วยต้านหวัด ลดไข้ แก้ไข้หัวลมได้ดีนัก หรือ แม้แต่ถ้ามีอาการหวัดไปแล้วก็ยังใช้พืชรสขมมาบรรเทาอาการหวัด-ลดไข้ได้อีก ซึ่งหลายตำหรับกลับใช้ได้ผลดีกว่ายาแผนปัจจุบันที่กว่าจะรักษาอาการหวัดให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจะต้องทานยามากถึง 18 ชนิดถึงจะครอบคลุมหมดทุกอาการ ซ้ำยังเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย เช่น ยาลดไข้มีผลต่อตับ-ไต ยาลดน้ำมูกทำให้ง่วงซึม ยาแก้ไอ ทำให้ เกิดผื่น คลื่นไส้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ถ้าเทียบกันแล้วพืชสมุนไพรย่อมปลอดภัยและสบายใจกว่าเยอะ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว หากเป็นหวัดคราใดลองหันมาใช้พืชรสขม ในการบำบัดไข้และบรรเทาหวัดให้หายไปจากร่างกาย ด้วย สูตรแนะนำจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตามตำหรับยา ดังนี้

1.บอระเพ็ด ภาคเหนือเรียก เครือเขาฮอ จุ่งจิงก็เรียก หนองคายเรียก เจตมูลหนาม ใต้เรียก เจตมูล

วิธีใช้:เถาที่ใช้เป็นยาต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปีครึ่ง ใช้เถาสดยาว 2 คืบครึ่ง ( 30-40 กรัม ) ตำคั้นเอาน้ำดื่ม หรือต้มกับน้ำ 3 ส่วน เคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มก่อนอาหารวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น หรือเวลามีไข้ เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานอาจบดเป็นผงแห้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย รับประทานครั้งละ 2 เม็ดวันละ 3 – 4 ครั้ง

2. ฟ้าทะลายโจร กรุงเทพฯ เรียก น้ำลายพังพอน สงขลาเรียก หญ้ากันงู ร้อยเอ็ดเรียก สาบสิบดี

วิธีใช้: นำใบฟ้าทะลายโจรสะอาดตากแดดแล้วบดแห้ง ปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานครั้งละ 3 – 4 เม็ด วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน หรือนำใบฟ้าทะลายโจร สะอาด แห้ง ขยำหรือบดเป็นผงแช่เหล้าโรง (พอท่วมยา )เป็นเวลา 7 วัน รับประทานครั้งละ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 – 4 ครั้ง ก่อนอาหาร

3. ลูกใต้ใบ ภาคเหนือเรียกมะขามป้อมดิน ชุมพรเรียก หญ้าใต้ใบ

วิธีใช้:ใช้ลูกใต้ใบทั้งต้นแบบสดสะอาด ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยกาแฟ เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยกาแฟครึ่ง รับประทานครั้งละครึ่งถ้วยกาแฟ วันละ 3-4 ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอนหรือเวลามีอาการไข้

4. รากย่านาง เชียงใหม่เรียก จ้อยนาง ภาคกลางเรียก เถาวัลย์เขียว

วีธีใช้: นำรากแห้งย่านางประมาณ 1 กำมือ ( 15 กรัม ) ต้มน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟครึ่ง ก่อนอาหารวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น

จากสูตรดังกล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นพืชยอดนิยมที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรบำบัดอาการไข้มานานนับศตวรรษ ทั้งยังหาไม่ยาก ราคาไม่แพง และได้ผลชะงัดอีกด้วย...หากเป็นไข้หวัดครั้งใด ลองเลือกใช้วิธีการทานขม ต้านพิษไข้หวัด แล้วจิบน้ำผึ้งผสมมะนาว หรือ ชาใบหม่อน ชาเห็ดหลินจือ ควบคู่กันดูนะคะ รับรองว่าเอาไข้หวัดอยู่แน่นอนค่ะ


เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- ศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- บ้านเมือง.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.banmuang.co.th/news/bangkok/6053
- สรรพคุณสมุนไพร200 ชนิด .(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_09.htm
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×