เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
19 สูตรสมุนไพร ใช้ระงับอาการไอ ได้ผลชะงัด
01 มีนาคม 2560
465
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อย ร่างกายคนเราอาจมีการปรับตัวไม่ทัน จึงเห็นหลายคนในออฟฟิศ ไอค๊อก ไอแค๊ก กันทั้งวี่ทั้งวัน บางท่านออกอาการไอจนตัวโยกตัวโยน และโลดโผนไปสู่การไอจนมีน้ำปัสสะวะกระปิดกระปอยออกมา จำต้องใส่ผ้าอ้อมช่วยก็มี หากใครลองได้เป็นไอที่ไม่ใช่ I Love You แล้วละก็ จะรู้ซึ้งใจดีว่ามีความทรมานสังขารมากขนาดไหน และสร้างความรำคาญให้คนรอบข้างได้มากน้อยเพียงใด ด้วยอาการไอนั้นสุดแสนจะรำคาญกายา แม้ว่าจะมีการใช้ยาแผนปัจจุบันเข้ามาช่วยบำบัด ก็อาจใช้เวลานานเป็น 2-3 สัปดาห์ กว่าร่างกายจะฟื้นตัวอวัยวะก็คงฉาบไปด้วยเคมีจากยาที่ทานเข้าไป ซึ่งรวมๆ แล้วก็มากโขอยู่ พอหายเจ็บไข้ หมดไอ ตับก็คงจะมีอาการล่อแล่ไปตามๆ กัน ดังนั้น หากใครมีอาการไอที่เกิดจากการเป็นหวัด ภูมิแพ้ ที่ไม่ใช่โรคร้ายแรง เช่น โรคปอดหรือวัณโรคแล้วล่ะก็ ลองหันมาพิจารณา สูตรสมุนไพร บรรเทาอาการไอ ตามแบบแผนโบราณ ที่มีการใช้กันมาอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการทานยาจากโรงหมอ ด้วย 19 สูตรสมุนไพร ใช้ระงับอาการไอ แบบได้ผลชะงัด เหล่านี้ไว้เป็นทางเลือกกันดูดีกว่า รับรองว่าไม่เสี่ยงทำตับพัง และหลายวิธีมีดีกว่ายาเม็ดที่หมอจ่ายมาเสียอีก
"มะแว้งเครือ"
ภาพ : พลอยโพยม
19 สูตรสมุนไพร
ใช้ระงับอาการไอ ได้ผลชะงัด
1. มะขามป้อม : ไม่ว่าจะขบเคี้ยวผลสดๆ จิ้มเกลือหรืออมยาอมรสมะขามป้อมก็ช่วยบรรเทาอาการไอได้ทั้งสิ้น หากไอหนักๆ มีเสมหะแน่นๆ แนะให้ใช้ผลมะขามป้อมตากแห้ง 5-10 ผล ต้มกับน้ำ 2-3 แก้วกาแฟ ต้มจนเดือดเคี่ยวต่อไปอีกเล็กน้อยแล้วยกลงมาจิบอุ่นๆ ระหว่างวันจะช่วยขับเสมหะ ชุ่มคอ ดีนักแล



2. ฟ้าทะลายโจร : ความขมของฟ้าทะลายโจรนั้นเป็นที่เลื่องลือมาช้านานในหมู่คนไทยรุ่นเก่าก่อนว่า ใช้แก้ไข้ แก้ไอได้ผลชะงัดนัก แค่เพียงทานฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูล ตามคำแนะนำข้างขวดหรือใช้ใบสดอมใต้ลิ้นไว้ทั้งวันจะช่วยบรรเทาไอ และทำให้หายไอได้เป็นปลิดทิ้ง (เชื่อเถอะผู้เขียนลองมาแล้ว)

3. มะนาว+น้ำผึ้ง+เกลือ : สูตรฮิตช่วยกู้ชีพเส้นเสียงให้กลับมาคืนดี คงหนีไม่พ้นการคั้นน้ำมะนาวสดๆ 1-2 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และ เกลือครึ่งช้อนชา จิบระหว่างวัน จะช่วยลดเสมหะ บรรเทาไอ ไม่ระคายคอ หรือ ถ้าทนความขมได้พอประมาณ ให้ใช้เมล็ดมะนาว 10-15 เมล็ด คั่วไฟอ่อนให้เหลืองแล้วบดกับพิมเสน 2-5 เกล็ด ให้ละเอียด จากนั้นนำไปชงทานกับน้ำร้อนจิบระหว่างวัน ก็จะได้ยาขับเสมหะชั้นเยี่ยม

4. ใบมะรุม : ใบมะรุมมีวิตามินซีสูง การทานใบมะรุมจึงเสมือนเสริมวิตามินซีจากธรรมชาติให้กับร่างกาย การนำมาใช้บำบัดอาการไอ ให้เลือกใบมะรุมแบบกึ่งแก่กึ่งอ่อน 1- 2 กำมือ มาตำหรือปั่นคั้นกับน้ำ 1 แก้ว แล้วกรองเอาน้ำคั้นที่ได้มาดื่มเพียงแก้วเดียว(ห้ามดื่มเกิน 1 แก้วเด็ดขาด) เท่านี้ก็จะหายจากอาการไอเป็นปลิดทิ้ง หรือ จะเลือกทานแบบแคปซูลตามคำแนะนำข้างขวด หรือ อมวิตามินซีเม็ดแทนก็ช่วยให้หายไอได้เช่นกัน

5. เห็ดหลินจือ : เห็ดหลินจือถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคมาช้านานตั้งแต่เห็ดชนิดนี้ยังไม่เข้ามาในเมืองไทย คนจีนได้นำไปใช้รักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งเห็ดหลินจือนั้นมีสรรพคุณหลักคือ ต้านเนื้องอก-มะเร็ง,ลดน้ำตาลในเลือด,ลดไขมัน ช่วยให้นอนหลับ ฯลฯ และ ช่วยแก้ไอ บรรเทาหวัดได้ โดยสามารถทานเป็นชาชงจิบดื่มระหว่างวันหรือทานในรูปแบบแคปซูลผงก็ช่วยให้หายได้ภายใน 1-2 วัน

6. เห็ดหูหนูขาว : ในบรรดาเห็ดที่คนจีนนิยมนำมาใช้ทำยารักษาโรคนั้น นอกจากเห็ดหลินจือ ก็มีเห็ดหูหนูขาวอยู่ด้วยเป็นอันดับต้นๆ ด้วยมีสรรพคุณเด่นด้านการบำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง ช่วยในการนอนหลับ บำรุงหัวใจ บำรุงไต และบรรเทาอาการไอแห้ง อย่างได้ผล การทานเห็ดหูหนูในรูปของยำหรือนำไปประกอบอาหารจานอื่น ๆ หรือ จะนำมาต้มกับน้ำ ในอัตรา เห็ดหูหนู 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน จนเดือด แล้วเคี่ยวต่อไปอีกเล็กน้อย แล้วยกลงรินจิบอุ่นๆ ระหว่างวันจะช่วยลดการระคายคอสำหรับผู้ที่มีอาการไอแบบไม่มีเสมหะอย่างได้ผลดี
"เห็ดหูหนูขาว"
ภาพ : http://media.bizwebmedia.net
7. มะแว้งเครือหรือมะแว้งต้น : วิธีนี้รับรองได้ผลชะงัด ผู้เขียนชอบใช้เพราะได้ผลแบบทันตาเห็น โดยเฉพาะมะแว้งเครือนั้นให้ทานผลสด(สุก) ครั้งละ 5-6 ผล โดยใช้วิธีเคี้ยวช้าๆ ดูดกลืนน้ำจากผลแล้วคายกากทิ้ง ส่วนมะแว้งต้น ให้ใช้ผลสุกสดๆ 5-10 ผล ตำคั้นน้ำ 1 แก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือใช้ผลสด 10 - 20 ผล เคี้ยวแล้วกลืนทั้งน้ำและเนื้อรับประทานบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น ซึ่งมะแว้งต้นนั้นจะให้ผลดีไม่ต่างจากมะแว้งเครือ แต่มะแว้งเครือจะให้ผลดีกว่า

8. ชะเอมไทย : มีสรรพคุณโดดเด่นด้านแก้ไอ ขับเสมหะโดยเฉพาะ ดังจะเห็นได้ว่า ชะเอมไทย กลายเป็นส่วนผสมหลักในยาแก้ไอหลายขนาน มีทั้งในรูปแบบยาน้ำ ยาเม็ด และ น้ำเชื่อม แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดี และมีต้นสดๆ อยู่ใกล้บ้าน ก็เป็นการดีกว่า ที่จะได้ทำยาแก้ไอจากต้นชะเอมไทยทานเอง แค่เพียงต้องใช้ในส่วนของราก เนื้อไม้ และ ฝัก ในอัตราส่วน รากยาว 3-4 นิ้ว + เนื้อไม้(ปลอกเปลือกออก) 3-4 ท่อน และ ฝัก 2-3 ฝัก ต้มกับน้ำ 5-8 ถ้วย ให้เดือดแล้วยกลง รินเอาน้ำต้มมาจิบดื่มระหว่างวัน ให้ผลดีเช่นเดียวกับการทานยาแก้ไอสำเร็จรูป แต่จะเข้มข้นกว่า

หมายเหตุ : น้ำต้มชะเอมไทยจะมีรสหวานเล็กน้อยจากน้ำตาลกลูโคสและซูโครสที่มีอยู่ในเนื้อไม้ของต้นชะเอมไทย ทำให้รับประทานง่าย

9. พริกไทยดำ + น้ำผึ้ง : ใช้เมล็ดพริกไทยดำ10-15 เมล็ด ตำให้แหลก แล้วนำไปแช่ในน้ำอุ่น 1 แก้ว นาน 10 นาที จากนั้นจึงกรองเอาน้ำที่ได้มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ จิบดื่มระหว่างวัน ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะได้ดี

10. มะดัน : มะดันมีรสเปรี้ยวแฝงอยู่ในทุกส่วนของต้น ดังนั้น ในฤดูที่ไม่มีผล ให้ใช้ใบกึ่งแก่กึ่งอ่อน มาทานจิ้มเกลือเล่นระหว่างวันจะช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ได้ดีพอๆ กับการใช้ผล หรือ จะใช้ใบแห้ง 1 กำมือ บดเป็นผงต้มกับน้ำ 3-5 แก้ว แค่พอเดือด แล้วจิบทานขณะอุ่นระหว่างวัน หรือ ถ้าเป็นช่วงที่มีผลดก แนะให้ทานผลสดจิ้มเกลือ ไปเลยเพียวๆ รับรองเอาอยู่เรื่องแก้ไอ ขับเสมหะ
"มะดัน"
"มะรุม"

"หนุมานประสานกาย"
ภาพ : http://da.lnwfile.com
11. ตะลิงปลิง : ความเปรี้ยวของตะลิงปลิงนั้นเป็นที่ยอมรับไม่แพ้ มะดัน หรือ มะยม ที่คนไทยเก่าก่อนมีการนำลูกตะลิงปลิงไปใส่แกงต้ม แกงส้มต่างๆ ที่ต้องการรสเปรี้ยวมาช้านาน ซึ่งในส่วนของตะลิงปลิงนั้นมีสรรพคุณในการลดไข้ แก้เสมหะเหนียว แก้ไอ และ แก้ลักปิดลักเปิดได้ดี การทานผลสดหรือทานแบบจิ้มเกลือจึงช่วยขับเสมหะ ลดอาการไออย่างได้ผล

12. มะขาม(เปรี้ยว) : ความเปรี้ยวในมะขาม จะเป็นตัวช่วยกัดเสมหะ ทำให้เสมหะละลาย ลดการระคายคอ แก้ไออย่างได้ผล แค่เพียงทานเนื้อผล(มะขามเปียกหรือสด)จิ้มเกลือ หรือ คั้นเป็นน้ำผสมเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ ระหว่างวัน

13. หนุมานประสานกาย : มีคุณสมบัติโดดเด่นในการนำมาใช้บำบัดโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ วัณโรค แก้ไอ ขับเสมหะ ในยาไทยการนำมาใช้แก้ไอ ขับเสมหะ นั้นจะใช้ใบสดสะอาด 2-3ช่อ หรือ 1- 2 กำมือ ตำคั้นน้ำ 1 แก้ว กรองน้ำดื่ม วันละ 2 ครั้ง(ให้ทำ 2 ครั้ง) เช้า-เย็น หรือ ใช้ใบสด 4-5 กำมือ ต้มกับน้ำ 10แก้ว นาน 10นาที จากนั้นยกลงจากเตา รอให้อุ่น รินแต่น้ำดื่มทั้งวัน จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ดีเช่นกัน

14.ขิง : เหง้าขิงมีรสเผ็ดร้อน จึงมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและขับเสมหะได้ แค่เพียงใช้เหง้าขิงแก่ หั่นต้มกับน้ำจนเดือดและเคียวต่อไปจนได้น้ำขิงสีเหลืองเข้มข้นใน อัตราขิง 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน จิบทานระหว่างวัน หรือจะเติมน้ำตาลทรายแดง ลงไปช่วยทำให้ชุ่มคอ และทานง่ายขึ้นก็ได้เช่นกัน

หมายเหตุ : การทานขิง แก้หวัด ขับเสมหะ หรือ แก้ไอ ควรเริ่มตั้งแต่มีอาการเจ็บระคายคอในเบื้องต้น จะช่วยลดการเจ็บคอ หรือ บรรเทาอาการหวัดลงคอ ขับเสมหะ แก้ไอ อย่างได้ผล

"ดีปลี"
"กระเจี๊ยบเขียว"
"เพกา"
15.ดีปลี : เป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนจึงช่วยขับเสมหะได้ดี แค่เพียงนำผลดีปรีแห้ง ครึ่งผลฝนกับน้ำมะนาว ผสมเกลือเล็กน้อยกวาดล้วงคอ หรือ ใช้ต้มน้ำจิบเป็นชาระหว่างวันในอัตราส่วนดีปลี 1/2 ส่วน ต่อ น้ำ 3 ส่วน ก็ได้เช่นกัน

หมายเหตุ : ด้วยความเผ็ดร้อนในดีปลีที่มีอยู่มาก จึงไม่เหมาะต่อผู้ป่วยที่เป็นไข้ตัวร้อน เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มความร้อนในตัวทำให้เกิดอาการร้อนในได้

16.เมล็ดเพกา(ลิ้นฟ้า) : เพกาหรือลิ้นฟ้าเป็นไม้ป่ายืนต้นที่คนไทยนิยมทานในรูปของผักมาช้านาน โดยยอดอ่อน-ดอกอ่อน-ใบอ่อน จะมีรสขม ใช้ลวกจิ้มทานกับน้ำพริก สำหรับฝักนั้นจะทานในขณะที่อายุฝักไม่เกิน 1 เดือน โดยการนำไปเผาไฟ ลอกเปลือก แล้วทานเนื้อข้างใน ด้านการนำเพกามาใช้บำบัดอาการไอจะใช้เมล็ดจากฝักแก่ 5-10 เมล็ด ต้มกับน้ำ 2-3 แก้ว แล้วนำมาจิบดื่มระหว่างวัน

หมายเหตุ : เนื่องจากเมล็ดของเพกา มีสรรพคุณเป็นยาระบาย การทานเมล็ดเพกาในสูตรนี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการระบายท้องอ่อนๆ ได้

17. กระเจี๊ยบแดง : คนเรารู้จักนำกระเจี๊ยบแดงมาทำเป็นเครื่องดื่มดับกระหายมาช้านาน แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า กระเจี๊ยบแดง นั้นช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ลดไข้ ได้ไม่แพ้พืชอื่นๆ ข้างต้นดังกล่าวมา แค่เพียงใช้กลีบเลี้ยง(กลีบที่หุ้มผลสีแดงๆ) แห้ง 5-10กรัม ต้มน้ำ 1-2 แก้ว แล้วจิบดื่มระหว่างวัน

18 . กระเจี๊ยบเขียว(มอญ) : นิยมทานกันในรูปผักสดมาช้านาน โดยชาวมอญจะนิยมนำไปแกงส้ม ชาวไทยนิยทจิ้มน้ำพริก ชาวญี่ปุ่นนิยมทานในรูปแบบของ เทมปุระ ในผลสดจะมีเมือกเหนียวที่จะไปเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่ให้ลุกลาม จึงมีสรรพคุณเด่นด้านการรักษาโรคกระเพาะ แต่ถ้าใช้ผลแก่ตากแห้ง แล้วบดเป็นผงชงกับน้ำ ดื่มจะเป็นการบำรุงกำลังและแก้ไอได้

19. วิคส์ : มีส่วนผสมหลักจากน้ำมันยูคาลิปตัส เมนทอล และ การบูร คนไทยรู้จักมักคุ้นดีในรูปตลับพร้อมใช้ ซึ่งมีประโยชน์ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่า วิคส์ นั้นสามารถนำมาใช้เยียวยา บรรเทาอาการไอ ในเวลากลางคืน เพียงแค่ทาวิคส์ไว้ใต้ฝ่าเท้าและนวดคลึงเบาๆ จากนั้นให้สวมถุงเท้าทับไว้จะช่วยบรรเทาอาการไอหนักช่วงกลางคืน อย่างได้ผล

เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editors


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
เชียงใหม่
24-31°C
นครราชสีมา
25-32°C
ชลบุรี
26-29°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
24-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×