เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
23 เรื่องเห็ดๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ ?
24 กุมภาพันธ์ 2560
332
เมื่อกล่าวถึง "เห็ด(Mushroom)" เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเห็ด ที่นำมาประกอบอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อยถึงใจ ไม่ว่าจะปรุงแต่งในเมนู ผัด นึ่ง ยำ ทอด อบ ฯลฯ สารพัน ก็ยั่วลิ้นให้หยุดลิ้มรสได้ยาก จนเห็ดกลายเป็นสินค้าเกษตรที่ครองตลาดพืชผักได้มากกว่าพืชผักชนิดไหน ๆ ไปแล้ว ด้วยเพราะมีหลายประเภท หลายรสสัมผัสและสามารถเพาะทานได้ตลอดปี แต่ทว่ายังมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเห็ดที่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่เคยรับรู้มาก่อนก็ได้ว่า เห็ดที่เราเห็นกันจนเจนตานั้นมีที่มาที่ไปหรือมีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อชีวิตมนุษย์เราบ้าง ซึ่งเราจะพาไปเรียนรู้เรื่องเห็ดแบบง่ายๆ ให้เหมือนกับธรรมชาติของเห็ด กับ 23 เรื่องเห็ดๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้กันในวันนี้ แล้วเราจะได้รู้จักเห็ดกันมากขึ้น
"เส้นใยเห็ดฟางในสภาพโรงเรือน"
23 เรื่องเห็ดๆ ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้


1.เห็ด ที่เราทานกันในรูปแบบผักมาตลอดนั้นจริงๆ แล้ว ไม่ใช่ผักแต่เป็นเชื้อราชั้นสูงที่จัดอยู่ในประเภทของจุลินทรีย์(Microorganisms)

2.เห็ดไม่ใช่พืช จึงไม่มีสารสีเขียวหรือคลอโรฟิลล์(Chlorophyll) ที่จะทำให้เห็ดสามารถสังเคราะห์อาหารได้เองเหมือนพืช ในการเพาะเลี้ยงเห็ด จึงต้องมีการเตรียมอาหารไว้เพื่อให้เห็ดเติบโต

3.เห็ดเองก็มีเพศไว้เพื่อการสืบพันธุ์ เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ บนโลกนี้เช่นกัน ซึ่งเพศของเห็ดคือสปอร์(Spore) และเห็ดบางชนิดก็สืบพันธุ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเพศ

4.เชื้อไมคอร์ไรซา(Micorrhiza) ที่มีการนำไปใช้ร่วมกับการปลูกพืชบางชนิด เช่น ถั่วลิสง และมีการนำไปใช้รักษาอาการรากเน่า-โคนเน่าของพืช คือ เห็ดชนิดหนึ่งที่อาศัยบริเวณรากพืช เพื่อการเติบโตแบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน (Symbiotic fungi)

5.เห็ดที่ทำให้เกิดโรคแก่สิ่งมีชีวิตอื่น เรียกว่า ปรสิต(Parasitic fungi) เช่น เห็ดที่ทำให้เกิดโรครากขาว ยางพารา



6.เห็ดที่มนุษย์นำมาเพาะทานกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เช่น เห็ดนางรม-นางฟ้า,เห็ดฟาง,เห็ดเข็มเงิน-เข็มทอง ฯลฯ เป็นเห็ดที่ต้อง อาศัยสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้วเพื่อการเติบโต(Saprophytic fungi)

7. มนุษย์เราทราบชื่อเห็ดแล้วประมาณ 100,000 ชนิด และ คาดว่าจะมีเห็ดอีกมากกว่า 1.5 ล้านชนิดบนโลกนี้ที่มนุษย์ยังไม่ได้ทำความรู้จัก

8.ในแต่ละปีทั่วโลกมีการผลิตเห็ดทุกชนิดรวมกันมากถึงกว่า 4 ล้านตัน โดยมีการผลิตเห็ดแชมปิญองมากที่สุดส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากประเทศอเมริกา รองลงมาคือเห็ดหอมที่ผลิตกันมากในประเทศญี่ปุ่น ถัดไปเป็นเห็ดฟาง ที่พบว่ามีการผลิตมากที่ประเทศ จีน ไทย ไต้หวัน และ เห็ดนางรม-นางฟ้า ตามลำดับ

9.ในปี พ.ศ.2533 ประเทศจีนขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ผลิตเห็ดแห้งมากที่สุดในโลก โดยผลผลิตที่จีนผลิตได้ในขณะนั้นคือ 29,000 ตัน

10.สำหรับประเทศไทยมีการผลิตเห็ดฟางมากที่สุด รองลงมาเป็นเห็ดสกุลนางรม เห็ดหูหนู เห็ดหอม และ เห็ดอื่นๆ




11.เห็ด 1 ดอกมีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงถึง 90% และ เป็นน้ำหนักแห้ง 10 % ซึ่งในส่วนของน้ำหนักแห้งนี้คือ โปรตีนไขมัน และ ธาตุอาหารอื่นๆ

12.หากคำนวณจากส่วนที่เป็นน้ำหนักแห้งของเห็ด 10% จะพบว่าใน เห็ดนั้นมีโปรตีนสูง ถึง 19-35% ซึ่งสูงกว่าโปรตีนที่มีอยู่ในข้าว ส้ม และ แอปเปิ้ล และมีโปรตีนใกล้เคียงกับถั่วเหลืองที่มีโปรตีนประมาณ 39%

13.เห็ดมีองค์ประกอบหลักเป็นเส้นใย (Fiber)ดังนั้นเห็ดจึงเป็นแหล่งอาหารที่ให้เส้นใยสูง และ จัดเป็นอาหารที่ย่อยยาก ผู้ที่ระบบการย่อยไม่ดีควรเลี่ยงการทานเห็ด

14.คนที่ดื่มแอลกอฮอลล์หรือของมึนเมาเข้าไปไม่ควรทานเห็ด เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำให้สารอัลบูมิน ในเห็ดแข็งตัวมากขึ้น ทำให้ย่อยเห็ดได้ยากขึ้น

15.เห็ดเป็นเชื้อรา ที่นำมาใช้เป็นยารักษาและป้องกันโรคอย่างได้ผล โดยต้นกำเนิดการนำเห็ดมาทำยารักษาโรคนั้นเกิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น




16. เห็ดที่นำมาใช้เป็นยา ได้แก่

- เห็ดหัวลิง (Hericium erinaceus)มีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน บรรเทาปวดหลังผ่าตัด ยับยั้งเนื้องอก และ รักษาระบบลำไส้

- เห็ดหลินจือ (Ganoderm lucidum)มีส่วนช่วยในการคลายเครียด แก้อ่อนเพลีย ช่วยบำรุงหัวใจและระบบการหายใจ แก้โรคนอนไม่หลับ และ ต้านไข้หวัด

- เห็ดหอม(Lentinus edodus)ใช้เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย รักษาโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ป้องกันโรคตับ รักษาเนื้องอก(ใช้ร่วมกับการฉายรังสี) แต่มีผลข้างเคียงทำให้เม็ดเลือดลดลงต่ำ

- เห็ดหูหนูขาว(Themella fuciformis)ช่วยแก้ไอ - หวัด ลดอาการเจ็บปวดเนื่องจากการฉายรังสีเพื่อรักษาเนื้องอก และมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งเม็ดเลือดได้ถึง 65%

17.ชนชาติแรกในแถบยุโรปที่ทำการเพาะเห็ด คือ ฝรั่งเศษซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2193 หรือ กว่า 300 ปีมาแล้ว โดยมีวิวัฒนาการในการเพาะเริ่มจาก เพาะเห็ดกลางแจ้ง แบบปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม แล้วเปลี่ยนไปเพาะในถ้ำ ในห้องใต้ดิน และ โรงเรือนตามลำดับ

18.สถาบันปาสเตอร์(Pasteur Institute) ประเทศฝรั่งเศษ ถูกจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2437 เพื่อค้นคว้าทดลองเกี่ยวกับการเพาะเห็ดแชมปิญอง จนค้นพบวิธีการทำเชื้อเห็ดแชมปิญองบริสุทธิ์ เป็นที่แรกของโลก ก่อนที่วิทยาการนี้จะแพร่กระจายไปสู่ประเทศ อังกฤษ ออสเตรเลีย ยุโรป อเมริกา และ ประเทศอื่นๆ อย่างรวดเร็วในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2



19.ประเทศจีนเป็นประเทศแรกในแถบเอเชียที่ผลิตเห็ดฟางได้จากการนำฟางเก่าที่เห็ดฟางเคยขึ้นมาสุมทับรวมกองกับฟางใหม่ที่แช่น้ำแล้ว

20.การเพาะเห็ดฟางเลียนแบบภูมิปัญญาชาวจีนที่ค้นพบ เกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งแรกโดยคนจีนที่บริเวณสะพานซังฮี้ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

21.ก่อนจะเรียกชื่อ เห็ดฟาง กันจนติดปากอย่างในปัจจุบัน เห็ดชนิดนี้เคยถูกเรียกว่าเห็ดจีนหรือเห็ดบัวจนติดปากมาก่อน ซึ่งมีที่มาจากการที่ชาวจีนเป็นผู้ค้นพบวิธีการเพาะและเห็ดชนิดนี้ชอบขึ้นบนเมล็ดบัวเก่า

22.ในปี พ.ศ. 2479 อาจารย์ก่าน ชลวิจารณ์ เป็นผู้พัฒนาการเพาะเห็ดฟางและค้นคว้าทดลองการทำเชื้อเห็ดฟางบริสุทธิ์ คนแรกของประเทศไทย โดยเพาะจากมูลม้าผสมเปลือกเมล็ดบัวหมักไว้ 35-45 วัน จนประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ริเริ่มการเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดอื่นๆ เช่น นางรม-นางฟ้า เห็ดหอม เห็ดหูหนู ตลอดจนมีการเปิดอบรมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงและเขียนตำราเพาะเห็ดเผยแพร่ มานับตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 จนกระจายไปทั่วประเทศอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

23.ในกลุ่มชนพื้นเมืองเม็กซิกันได้มีการใช้เห็ดกลุ่มหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า "เห็ดโอสถลวงจิต" ที่อยู่ในสกุล Peilocybe ร่วมกับพิธีทางไสยศาสตร์ เพื่อให้ผู้ที่อมหรือทานเข้าไปแม้เพียงเล็กน้อย เกิดจินตนาการและภาพหลอน


เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์ Web Content Editor
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
- http://renunakhon.nakhonphanom.doae.go.th
- ดำเกิง ป้องพาล. เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชา พส 413 สาขาพืชผัก ภาควิชาพืชสวน คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×