ทับทิมศรีปัญญา ทับทิมพันธุ์ดีจากสวนเทพพิทักษ์

จำนวนผู้ชม 7235 คน
พิมพ์หน้านี้
..เป็นที่ทราบกันดีแล้วในอนาคตการบริโภคผลไม้ของประชากรได้หันมาสนใจเรื่องของคุณค่าทางอาหารมากขึ้น และยิ่งเป็นผลไม้ที่ป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ด้วยแล้ว จะขายได้ราคาแพงจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นเป็นลำดับ อย่างกรณีของทับทิมซึ่งจัดเป็นผลไม้แปลกและหายากอีกชนิดหนึ่งและถ้าเป็นสายพันธุ์ทับทิมที่มีขนาดของผลใหญ่, เนื้อสีแดงจัดและมีเมล็ดนิ่มนับได้ว่าเป็นสุดยอดของทับทิม ทับทิมมีคุณภาพดีและมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในโลกอยู่ที่ประเทศสเปนซึ่งผลิตทับทิมได้ประมาณ 300,000 ต้น ต่อปี ผลผลิตทับทิมจะออกสู่ตลาดในช่วงฤดูใบมืร่วงระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ปัจจุบันเป็นที่พิสูจน์แล้วว่าทับทิมจัดเป็นผลไม้สมุนไพรที่ป้องกันการเกิดโรคได้หลายชนิดโดยเฉพาะมีส่วนช่วยในเรื่องระบบหมุนเวียนของโลหิตได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อย้อนมาดูพัฒนาการปลูกทับทิมในประเทศไทยแล้ว ยังจัดว่าเป็นผลไม้ที่เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกน้อย เหตุผที่สำคัญเนื่องจากหาสายพันธุ์ที่ดีมาปลูกไม่ได้ ทับทิมพันธุ์อติชัยเป็นความหวังแรกของการปลูกทับทิมพันธุ์ดีในประเทศไทยแต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมมาทับทิมพันธุ์แสงตะวัน ได้รับความสนใจในช่วงเวลาหนึ่งก็เงียบหายไป โดยภาพรวมของทับทิมทั้งสองสายพันธุ์ดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จในการขยายพื้นที่ปลูก เนื่องจากเมื่อเกษตรกรนำไปปลูกแล้วพบปัญหาเรื่องใบร่วง, เมื่อต้นให้ผลผลิตแล้วตาย(ซึ่งส่วนใหญ่ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง) และผลผลิตทับทิมไม่ได้คุณภาพ เหล่านี้เป็นต้น ในขณะที่ทับทิมซึ่งจัดเป็นผลไม้หายากยังมีตลาดต้องการอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่มีการนำเข้าทับทิมจากประเทศสเปน และมีคนไทยบางส่วนกล้าซื้อมารับประทานแม้จะมีราคาแพงก็ตาม

ปัจจุบันนับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีเกษตรกรไทยประสบความสำเร็จในการผสมพันธุ์ได้ทับทิมสายพันธุ์ใหม่และตั้งชื่อว่าพันธุ์ “ศรีปัญญา” ปลูกและให้ผลผลิตได้ในพื้นที่ประเทศไทย มีการคาดหวังว่าท้บทิมสายพันธุ์นี้จะขยายพื้นที่ปลูกได้หลายพื้นที่ปลูกได้หลายพื้นที่ของประเทศไทยและเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร(บทบรรณาธิการวารสารเส้นทางกสิกรรม ฉบับที่ 159 ประจำเดือนพฤศจิกายน 51)

ประวัติความเป็นมาของทับทิมศรีปัญญา :

ขณะที่คุณไพรัตน์ยังทำสวนน้อยหน่าอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกทับทิมแต่ไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ ใครว่าพันธุ์ไหนดีก็ซื้อมาปลูกแบบผสมผสานในสวน คุณไพรัตน์ได้เล่าให้ฟังว่าในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ของทุกปีจะมีคนไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมากมาติดต่อผลผลิตทับทิมเพื้อนำไปไว้เจ้าโดยผู้ซื้อไม่สนใจด้วยซ้ำว่ารสชาติผลผลิตจะอร่อยหรือไม่ และในขณะนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าถ้าหาซื้อผลทับทิมจะต้องไปซื้อที่ปากช่อง, บางครั้งผลผลิตในสวนไม่มีจะต้องไปหาซื้อจากบริเวณใกล้เคียงมาให้ ตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์คุณไพรัตน์จะต้องไปหาซื้อผลทับทิมมาขายด้วยการปั่นจักรยานมาขายตามป้อมตำรวจผลผลิตมีเท่าไหร่ก็ขายได้หมด

ทับทิมที่มีเนื้อสีขาวไม่ใช่ทับทิมที่คุณภาพดี จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าทับทิมจัดเป็นผลไม้ที่หายากอีกชนิดหนึ่งแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่ประเทศสเปน มีคำถามต่อมาว่าในพื้นที่ประเทศไทยเหมาะที่จะปลูกทับทิมหรือไม่ คนไทยเชื้อสายจีนที่ซื้อทับทิมเพียงต้องการนำไปเพื่อน้ำไปไหว้เจ้าเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงรสชาติว่าเนื้ออร่อยหรือเนื้อภายในมีสีขาวไม่ใช่สีแดง ชื่อของทับทิมที่มีชื่อว่า อติชัยและแสงตะวันได้ยินมาครั้งหนึ่งแล้วก็เงียบหายไป หลายคนเชื่อว่าประเทศไทยไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกทับทิบอีกต่อไป คุณไพรัตน์จัดเป็นเกษตรกรรายหนึ่งที่จุดประกายเรื่องของการพัฒนาการปลูกทับทิมในประเทศไทยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งโดยตั้งโจทย์เริ่มต้นว่า ทับทิมมีคุณภาพดีจะต้องมีสีแดงจัด

++ เริ่มปลูกทับทิมพันธุ์แสงตะวัน 200 ต้นสลับในแปลงน้อยหน่า ++

เมื่อคุณไพรัตน์ได้ปลูกน้อยหน่าที่บ้านห้วยนกแลและมีความต้องการที่จะปลูกทับทิมเชิงพาณิชย์และมีความเชื่อมั่นในเรื่องของการตลาดว่าจะดีมากในอนาคต จึงเริ่มต้นด้วยการซื้อกิ่งตอนทับทิมพันธุ์แสงตะวันมาจำนวน 200 ต้น มาจากปากช่องในราคากิ่งละ 50 บาท นำมาปลูกสลับกับต้นน้อยหน่า เมื่อต้นทับทิมแสงตะวันที่ปลูกด้วยกิ่งตอนนั้นเริ่มติดผลและมีฝนตกลงมาใบก็ร่วงจนเกือบหมดต้นทำให้ไม่ติดผล และถือว่าล้มเหลวเลิกปลูกพันธุ์แสงตะวันแต่ยังมีความมุ่งมั่นที่จะปลูกทับทิมในเชิงพาณิชย์ให้ได้ แม้แต่ทับทิมพันธุ์อติชัยก็นำมาทดลองปลูกก็ไม่ได้ผลเช่นกัน ครั้งแรกคุณไพรัตน์ คิดอยู่เหมือนกันว่าอาจจะเป็นพื้นที่ปลูกทับทิมนั้นไม่มีความเหมาะสม แต่คุณไพรัตน์ได้สังเกตพบว่าต้นทับทิมสายพันธุ์ไทยที่ชาวบ้านปลูกกันอยู่ทั่วไปนั้น ไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมากมายก็ยังติดผล ถึงแม้จะมีคุณภาพของผลไม่ดีแต่ไม่พบปัญหาเรื่องใบร่วงและไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมาก จึงได้ความคิดว่าถ้านำทับทิมสายพันธุ์ไทยมาผสมพันธุ์กับทับทิมพันธุ์ดีอื่ๆและทำการคัดเลือกต้นที่มีความสมบูรณ์และแข็งแรงและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีจะได้ทับทิมสายพันธุ์ใหม่อย่างแน่นอน
++ เริ่มต้นค้นหาทับทิมสายพันธุ์ใหม่ด้วยการผสมพันธุ์ ++

ถึงแม้คุณไพรัตน์ไม่ได้เรียนหนังสือมาทางด้านการเกษตร, ไม่ใช่นักวิชาการเกษตรแต่มีประสบการณ์จากการปลูกแตงโมมา 20 ปี และมีประสบการณ์ในการผสมเกสรดอกแตงโม สายพันธุ์แตงโมที่ลูกยาวมีลูกยาวหรือลูกกลมนั้นจะต้องได้มาจากการผสมพันธุ์นั่นเอง ถ้าจะค้นหาทับทิมสายพันธุ์ใหม่จะต้องได้จากการผสมพันธุ์เช่นกัน ในที่สุดคุณไพรัตน์ ก็ประสบความสำเร็จในการผสมพันธุ์ทิมในการผสมพันธุ์ทับทิมด้วยการผสมพันธุ์ทับทิมสเปนกับทับทิมไทยได้ทับทิมพันธุ์ดีสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า”ศรีปัญญา”

เหตุผลที่สำคัญที่สนับสนุนว่าทับทิมเป็นผลไม้แปลกและหายากอีกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพทางการตลาดดี นอกจากจะเป็นผลไม้เพื่อการบริโภคสดแล้ว น้ำทับทิม ยังจัดเป็นน้ำผลไม้ที่มัรสชาติยอดเยี่ยมและเป็นน้ำผลไม้ที่มีราคาแพงมาก ในต่างประเทศจะมีน้ำทับทิมไว้บริการแขกในบางโรงแรมมีระดับ 5 ดาวขึ้นไปเท่านั้น”

คุณไพรัตน์ยึดหลักผสมพันธุ์ทับทิม โดยใช้การผสมดอกแตงโมเป็นต้นแบบโดยมีความเชื่อในเบื้องต้นว่าทับทิมจะต้องผสมข้ามได้ เริ่มต้นด้วยการนำทับทิมไทยและทับทิมสายพันธุ์สเปนมาปลูกด้วยการเพราะเมล็ดปลูกแทรกลงในแปลงปลูกน้อยหน่า ปลูกโดยไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีให้ต้นทับทิมมีการเจริญเติบโตโดยธรรมชาติ จากนั้นสังเกตการเจริญเติบโตในเบื้องต้นว่าทับทิมต้นไหนใบไม่ร่วง ในธรรมชาติลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นทับทิมนั้นเมื่อดูจากลักษณะภายนอกของทรงต้น ถ้าเป็นทับทิมสานพันธุ์ไทยจะมีทรงต้นที่เลื้อยแต่ถ้าเป็นทับทิมสายพันธุ์สเปนแล้วส่วนใหญ่จะมีทรงต้นชลูด คุณไพรัตน์ได้นำทับทิมทั้งสองสายพันธุ์มาผสมพันธุ์กัน

ปลูกทับทิม 4-5 ต้น อยู่ข้างกระท่อม ศึกษาการออกดอกอย่างใกล้ชิด ทับทิมศรีปัญญาเป็นสายพันธุ์ทับทิมลูกผสมระหว่างทับทิมสายพันธุ์ไทยกับสายพันธุ์สเปน คุณไพรัตน์ได้คัดเลือกต้นพ่อ-แม่พันธุ์มาปลูก 4-5 ต้น ข้างกระท่อมที่พักและทำการศึกษาดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อศึกษาชีววิทยาของการออกดอก ดูว่าดอกทับทิมจะบานช่วงไหนและดอกหุบช่วงไหน ได้เริ่มต้นการผสมพันธุ์ด้วยการศึกษาในเรื่องนี้ก่อน คุณไพรัตน์สังเกตพบว่าเมื่อดอกทับทิมเริ่มบานไม่พบผึ้งบินมาตอมดอกทับทิมเลยแสดงให้เห็นว่าผึ้งไม่ชอบดอกทับทิมที่มีสีแดงและสีส้มแต่พบมดมาตอมที่ดอกมีบ้าง คุณไพรัตน์ได้ทำการศึกษาความพร้อมของเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ในแต่ละครั้งที่ทำการผสมเกสรเสร็จจะต้องทำสัญลักษณ์ว่าผสมวันเวลาใดเมื่อได้ผลผลิตจะปล่อยให้ผลทับทิมแก่ จะนำเมล็ดมาเพราะและขยายพื้นที่ปลูกด้วยการเพราะเมล็ด ศึกษาการเจริญเติบโตเมื่อพบว่าทับทิมต้นใดไม่ดีจะทำการโค่นทิ้งและทำการผสมมพันธุ์ใหม่และนำเมล็ดมาปลูกอีก ทำอย่างนี้มาหลายปีจนทะเลาะกับภรรยาว่าปลูกแล้วโค่นทิ้งเสียเวลาเปล่าๆ ไปหลายปี
++ ได้ทับทิมลูกผสมที่มีชื่อว่า “ศรีปัญญา” เมื่อปี พ.ศ 2541 ++

เมื่อคุณไพรัตน์ได้ผสมพันธุ์และคัดเลือกต้นทับทิมลูกผสมที่มีลักษณะต้องการและมีความพอใจในระดับหนึ่ง จึงได้เพราะเมล็ดปลูกจำนวน 800 ต้นต่อปี พ.ศ 2541 ปลูกสลับอยู่ในแปลงส้มเขียวหวานในการปลูกครั้งนั้นมีเพียงความมั่นใจในระดับหนึ่งเท่านั้น คิดอยู่ว่าถ้ไม่ดีก็จะทำการโค่นทิ้งอีก เมื่อต้นทับทิมเริ่มให้ผลผลิตเนื้อข้างในเริ่มมีสีแดงและมีขนาดของผลใหญ่พอสมควรจึงได้สั่งให้คนงานไปเก็บเกี่ยวเพื่อส่งไปขายทดสอบตลาด โดยไม่ทราบว่าผลทับทิมที่เก็บเกี่ยวไปขายนั้นผลยังไม่แก่จัดเห็นว่าเนื้อมีสีแดงแล้ว ส่งมาขายครั้งแรกที่ตลาดกรุงเทพมหานคร ภรรยาบอกว่าขายไม่ได้ รสชาติเปรี้ยวและเมล็ดแข็งมาก ขณะนั้นคุณไพรัตน์เสียใจมากว่าทับทิมลูกผสมที่ปลูกเกิดล้มเหลวอีกครั้งหนึ่งจึงสั่งให้คนงานหยุดเก็บเกี่ยว หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 เดือน ผลทับทิมที่อยู่บนต้นเกิดแตกพบว่าเนื้อสีแดงจัดและเมล็ดเริ่มนิ่มรสชาติหวาน จึงแน่ใจว่าที่เก็บเกี่ยวผลผลิตทับทิมไปครั้งแรกนั้นเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ไม่แก่จัดไปขาย

ทับทิมศรีปัญญาเริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อนำผลผลิตมาขายที่โรงเรียนสรรพวิทยาคม จ.ตาก เมื่อตลาดกรุงเทพมหานครไม่ยอมรับทับทิมศรีปัญญาในครั้งนั้น คุณไพรัตน์จึงได้นำทับทิมมาขายที่โรงเรียนด้วยตัวเอง ขายครั้งแรกมีผลผลิตมาขายเพียง 20-30 กิโลกรัม เริ่มมีคนว่านำผลผลิตทับทิมจากที่ใดมาขายไม่มีใครเชื่อว่าเป็นทับทิมที่ปลูกที่ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ในขณะนั้นไม่มีใครเชื่อหาว่าเป็นทับทิมนำเข้าจากต่างประเทศนำมาขายและแอบอ้างว่าเป็นทับทิมที่ปลูกในประทศไทย (ผลทับทิมที่นำไปขายมีขนาดผลใหญ่และมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าผลผลิตครึ่งกิโลกรัม) คุณไพรัตน์บอกให้ผู้ซื้อมาดูต้นก็ได้เพราะในต้นที่ปลูกยังมีผลผลิตอยู่บนต้นทับทิม 800 ต้น ในตอนนั้นสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้เงินถึง 2 ล้านบาท ต้นทับทิมลูกผสมศรัปัญญาที่ปลูกด้วยการเพราะเมล็ดจำนวน 800 ต้น เกิดจากการผสมดอกเมื่อให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ และพบว่าในจำนวน 800 ต้นที่เพาะเมล็ดนั้นพบการกลายพันธุ์เพียง 2% เท่านั้น รายได้จากการปลูกทับทิมศรีปัญญาจำนวน 800 ต้น เมื่อคิดเป็นรายได้รวมตลอดปี พ.ศ 2545 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ปลูกแซมต้นส้มเขียวหวานจำนวน 8 ไร่ ทำเงินถึง 2 ล้านบาท ขายผลผลิตจากสวนได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 80-100 บาท ผลผลิตที่ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดเนื่องจากผู้บริโภคบอกกันปากต่อปากว่าเป็นทับทิมที่มีรสชาติอร่อยและมีขนาดของผลใหญ่ ไม่แพ้ทับทิมที่นำเข้าจากต่างประเทศสเปน และผลผลิตทับทิมศรีปัญญามีผลผลิตเพียงสวนเดียวจากสวนเทพพิทักษ์เท่านั้น

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของทับทิมศรีปัญญา :

1.ใบ จะมีลักษณะเรียวเล็ก แหลม สีเขียวเข้ม ใบหนา ทับทิมสายพันธุ์อื่นใบจะมีลักษณะบางใหญ่

2.ยอด ยอดของทับทิมศรีปัญญาจะมีสีแดงส่วนสายพันธุ์อื่นๆจะมียอดสีขาว

3.ทรงต้น ลักษณะต้นของทับทิมศรีปัญญาจะเป็นพุ้มเตี้ย ใบเลื้อยเป็นทรงแผ่ในขณะที่สายพันธุ์อื่นมักจะมีทรงต้นสูงชะลูด

4.เนื้อ เมื่อผลทับทิมศรัปัญญาแก่จนผ่าดูลักษณะภายในจะมีสีแดงจัด, รสชาติหวานและมีเมล็ดนิ่ม

5.การติดผล ทับทิมศรีปัญญาจะออกดอกติดผลตลอดทั้งปี ในขณะที่อย่างอื่นออกดอกและติดผลอย่างน้อย 2 ปีต่อรุ่น และเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็วหลังจากปลูกลงดินไปประมาณ 3 เดือน จะเริ่มออกดอดและติดผล

6.ขนาดของผลผลิต โดยเฉลี่ยแล้วทับทิมศรีปัญญาที่เก็บเกี่ยวส่งขายตลาดจะมีน้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 800 กรัม -1 กิโลกรัม เคยพบผลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีน้ำหนักถึง 1.5 กิโลกรัม


**หลังจากที่คุณไพรัตน์มั่นใจว่าสายพันธุ์ทับทิมที่ได้จากการผสมดอกนั้นเป็นเมล็ดมาปลูกเพื่อให้ผลผลิตและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ จึงได้ตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกทับทิม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทับทิมทั้งหมด 500 ไร่ จัดเป็นสวนทับทิมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย และปลูกด้วยการเพาะเมล็ดเกือบทั้งหมด พื้นที่ปลูกบางแปลงได้ตัดสินใจโค่นต้นส้มเขียวหวานทิ้งและประสบการณ์จากการปลูกทับทิมนั้น, คุณไพรัตน์บอกว่ามีแมลงและโรคศัตรูพืชน้อยมาก จะมีหนอนเจาะดอกบ้าง ดังนั้นในช่วงที่ต้นทับทิมออกดอก จะมีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันบ้างแต่เน้นว่าจะต้องเป็นยาที่ไม่ร้อน เช่น สารคาร์โบซัลเฟต, อะบาเม็กติน ฯลฯ
เป็นเรื่องแปลกจากการสังเกตของคุณไพรัตน์เกี่ยวกับปัญหาการเน่าเสียของผลทับทิม เมื่อได้รับการทำลายจากหนามแท่งหรือแมลงกัดทำลาย เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตทับทิมกลับไม่เน่าเสียทั้งหมดผลจะเน่าเสียเฉพาะช่องผลทับทิมที่ถูกทำลายเท่านั้น ส่วนเมล็ดทับทิมที่เหลืออยู่ในช่องอื่นๆ นำมารับประทานได้ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตทับทิมที่ถูกแมลงทำลายบางส่วนหรือผลแตกหรือผลที่ไม่ได้มาตรฐานจะนำไม่นำมาส่งขายเป็นผลสด จะนำมาแปรรูปเป็นผลเข้มข้น (เป็นน้ำผลไม้ล้วนๆไม่ใส่ปรุงแต่งรสหรือน้ำตาลลงไป) บรรจุขวดโดยคัดเลือกเอาส่วนที่ถูกทำลายทิ้งไป ผู้เขียนได้เคยทดลองบริโภคน้ำทับทิมศรีปัญญาแล้วจะต้องยอมรับ ว่าเป็นสุดยอดของน้ำผลไม้ที่เป็นน้ำผลไม้ที่มีสีแดงจัดรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ขณะนี้น้ำทับทิมจากสวนเทพพิทักษ์เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ สำหรับผลทับทิมที่คัดเกรดและได้คุณภาพส่วนใหญ่จะขายผลผลิตภายในประเทศ ทับทิมศรีปัญญาเพื่อการบริโภคสดถ้ามีการแว็คที่ผลจะเก็บผลผลิตในตู้เย็นด้านประมาณ 2 เดือนโดยผลผลิตไม่เน่าเสีย

จากที่ได้กล่าวมาแล้วหลายหลายครั้งว่าทับทิมพันธุ์ศรีปัญญาเกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างทับทิมสเปนและทับทิมพื้นเมืองของไทยซึ่งมีสภาพทนทานต่อสภาพแวดล้อมของไทย คุณไพรัตน์ ไชยนอก ได้ทำการผสมดอกและคัดเลือกพันธุ์ได้เมล็ดเมื่อนำไปปลูกแล้วพบการกลายพันธุ์น้อยที่สุด เหตุผลที่สำคัญคุณไพรัตน์ขยายพันธุ์ต้นทับทิมด้วยวิธีการเพาะเมล็ดนอกจากจะพบการกลายพันธุ์น้อยมากแล้ว ปัญหาของการปลูกทับทิมด้วยการใช้กิ่งตอนที่ไม่มีระบบรากแก้ว สภาพต้นจะไม่แข็งแรงเมื่อต้นให้ผลผลิตแล้วมักจะเกิดปัญหาสภาพต้นทรุดโทรมและอายุไม่ยืน


------------------------------ ^ ^ -----------------------------
ที่มา :
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร.การปลูกทับทิมในเชิงพาณิชย์ วารสารเส้นทางกสิกรรม ฉบับที่ 159 เดือนพฤศจิกายน.2551.พิจิตร