มันพื้นบ้านหรือมันป่าของไทย

จำนวนผู้ชม 7121 คน
พิมพ์หน้านี้
คนไทยกับพืชหัวตระกูลมัน นอกจากมันเทศแล้วก็จะมีมันพื้นบ้านที่มีขึ้นอยู่ตามป่า ภูเขา หรือบริเวณบ้านก็ดี คนไทยรู้จักการนำเอามันพื้นบ้านมาใช้ประโยชน์เป็นเวลานานแล้ว มีการนำมาบริโภคแล้ว มีการนำมาบริโภคด้วยมีกรรมวิธีที่ต่างกันออกไป

มันพื้นบ้านหรือมันป่าชนิดต่างๆ ของไทย :

++ มันมือเสือ ++
ด้วยลักษณะหัวของมัน จะเป็นหยักคล้ายนิ้วมองดูเหมือนอุ้งมือเสือ ในแต่ละท้องถิ่นก็อาจเรียกต่างกันออกไปบ้าง เช่น มันอ้อน มันมุ้ง มันจ้วง เป็นต้น ด้วยลักษณะของเนื้อมือเสือจะเหนียว ชาวมอญนิยมนำมาแกงเลียงมันมือเสือ หรือภาษามอญเรียก “ฟะเซีย” หรือ ใส่แทนมันฝรั่งในแกงมัสมั่น หรือ แกงกะหรี่

**เคล็ดลับในการบริโภคมันมือเสือ ควรต้องนำไปปรุงหรือทำให้สุกเสียก่อน หากทานดิบจะทำให้คันคอ หรือบางท่านที่แพ้เวลาปลอกมันมือเสือ อาจจะคันผิวหนังหรือเป็นผื่น วิธีแก้คือใช้น้ำมะนาวมาทาบริเวณที่คัน เมื่อปลอกมันมือเสือแล้ว หั่นเป็นก้อนพอคำ ให้แช่ในน้ำปูนใส จะช่วยให้มันมือเสือคงรูปไม่เละเมื่อนำไปประกอบอาหาร
++ มันเสาหรือเป็นมันที่มีหัวขนาดใหญ่ ++

มีรูปทรงต่างๆ เช่น ยาวตรงกว่า 50 ซม. ทรงกลม ทรงนิ้วมือ ทรงโค้งงอ เป็นต้น จึงมีชื่อเรียกที่ต่างกันออกไปในแต่ละท้องงถิ่นหรือลักษณะของหัวมันที่พบ เช่น มันงู มันหลวง มันแข้งช้าง มันเขาวัว มันจาวมะพร้าว มันมือหมี มันตีนช้าง ฯลฯ ด้วยลัษณะเป็นมันพื้นบ้านขนาดใหญ่จึงมีชื่อเรียกว่า greater yam สามารถนำไปประกอบอาหาร ขนม หรือ ต้มจิ้มกับน้ำตาล

++ มันเลือด ++

มีจุดเด่นตรงที่ผิวเปลือกมันจะมีสีม่วงเมื่อผ่าเนื้อจะมีสีขาวจะพบว่าเนื้อมันจะมีสารสีม่วงกระจายทั่วเนื้อ เมื่อนำมาต้มหัวมันเลือดจนสุกจะพบว่าเนื้อมันเลือดจะเป็นสีม่วง เนื้อจะเหนียวคล้ายมันเทศนึ่ง ขณะต้มควรใส่เกลือเล็กน้อยรับประทานกับน้ำตาลทราย หรือนำไปแกงบวดกะทิมันเลือดมีรสชาติอร่อยไม่แพ้แกงบวดจากมันเทศเช่นกัน

++ มันขมิ้น ++

ชาวบ้านเรียกมันนก, มันอีโม้, ว่านพระฉิม, มันอีลุ้ม, มันเหน็บ,มันขี้หนู ฯลฯ มันขมิ้นมีทั้งหัวใต้ดินและบนกิ่งติดกับลำต้น หัวบนกิ่งจะกลมหรือเป็นรูปไต ผิวเรียบเป็นสีน้ำตาล เนื้อในสีเหลืองอ่อน หัวบนดินนำมาปรุงธรรมดาก็กินอร่อย แต่หัวใต้ดินแข็งมาก แต่แช่น้ำเสียก่อนจึงนำมาประกอบอาหาร เช่น แกงเหลือง แกงมัสมั่น ฯลฯ

** ช่วงหลายปีที่มามันพื้นบ้านได้เข้ามามีบทบาทในเรื่องของอาหารสุขภาพ ที่คนรักสุขภาพให้ความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ ในต่างประเทศเองอย่างตะวันตกเองให้ความสนใจกับมันพื้นบ้านอย่างมาก ซึ่งชาวต่างชาติจะรู้จักในชื่อ แยม (yam) โดยเฉพาะมันพื้นบ้าน หรือ แยม ในประเทศแอฟริกา ชนิดหนึ่งที่เป็นสายพันธุ์ที่ด้รับความนิยมจากทั่วโลกเอาไปปลูก
++ ประโยชน์ของมันพื้นบ้าน ++

เนื่องด้วยสรรพคุณที่กล่าวถึงมันพื้นบ้านหรือแยม จากแอฟริกาว่าจะช่วยรักษาสุขภาพฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่เป็นฮอร์โมนสำคัญของเพศหญิง นอกจากนั้นมันพื้นบ้านหรือเป็ยแยม (Yam) ของชาวตะวันตกก็มีแคลเซียม แมกนีเซียม โปรแทสเซียม วิตามิน และกรดโฟลิกสูง จะช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนของผู้หญิงและล้างพิษในร่างกาย จึงไม่แปลกใจเลยว่าในต่างประเทศจึงนำ แยม (Yam) หรือมันพื้นบ้านเอาไปทำเป็นอาหารเสริมสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายชนิด

สำหรับมันพื้นบ้านในบ้านเรา ก็จะมีออกมาจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นในชนบทเป็นส่วนใหญ่เพราะยังหาได้ในเขตป่าอุดมสมบรูณ์ในช่วงฤดูแล้งของทุกปี คือ ธันวาคม-เมษายน

------------------------------------- ^ ^ -----------------------------------------
ที่มา :
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ.วารสารเส้นทางกสิกรรม ฉบับที่16 เดือนมกราคม 2552.ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร.พิจิตร.2552.