บ้านตะกวน ม.3 ชุมชนแห่งความพอเพียง

จำนวนผู้ชม 7475 คน
พิมพ์หน้านี้
บ้านตระกวน ม.3 ต.พิงพวย อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ เป็นชุมชนเผ่าดั้งเดิม ชาวพื้นเมืองมีวัฒนธรรมแบบส่วย มีประเพณีเป็นของตนเอง และยังมีการอนุรักษ์จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นที่ราบ จึงเหมาะสำหรับการทำนา มีลำห้วยทา คลองระวีและหนองพิงพวยเป็นแหล่งน้ำสำคัญ พื้นดินเป็นดินร่วนปนทราย ฤดูแล้งขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร จนเป็นเหตุให้เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องหันมาพึ่งพาตัวเอง มีการรวมกลุ่มการผลิตตามแนว “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”


ผู้ใหญ่วุฒิชัย

     คุณวุฒิชัย สัตพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านหนุ่ม วัย 38 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 ม.3 บ.ตระกวน ต.พิงพวย อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 และเป็นผู้ก่อตั้งโครงการต่างๆภายในชุมชนที่ประสบความสำเร็จ จนได้รับรางวัลหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด ในปี 2552

     บ้านตระกวน ม.3 ตำบลพิงพวย ประกอบไปด้วยประชากร 200 ครัวเรือน มีประชากรจำนวน 1,007 ราย  ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ภายในชุมชนมีบุคคลากรที่มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาในด้านต่างๆ  ดังนี้

   - นายฤทธิ์ ศรีสุข เป็นผู้มีความรู้ในด้านภูมิปัญญาขนบธรรมเนียม-ประเพณีพื้นบ้าน

   - นายนันท์ บรรพชาติ เป็นผู้มีภูมิปัญญาในด้านการจักรสาน

   - นายคิน ประทุมวงศ์ เป็นผู้มีภูมิปัญญาในด้านสมุนไพรพื้นบ้าน

   - นายยงยุทธ มีตาบุญ เป็นผู้มีความรู้ในด้านเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ

   - นางฤทธิ์ หาญศึก เป็นผู้มีองค์ความรู้ในด้านการทำขนมโบราณพื้นบ้าน

   - นางลัดดา มะโนชาติ เป็นผู้มีองค์ความรู้ในด้านการทอผ้า

   - นายปัญญา ปทุมวงศ์ เป็นผู้มีองค์ความรู้ในด้านดนตรีพื้นบ้าน

   - นายบุญ สุดไสย์ เป็นผู้มีองค์ความรู้ในด้านภูมิปัญญาปราชญ์ชาวบ้าน  

บ้านตระกวน

      กิจกรรมหลักๆภายในชุมชนนั้นเน้นไปที่การจัดทำเวทีประชาคม ชี้แจงรายละเอียดต่างๆที่ได้รับข้อมูลจากทางอำเภอมาเผยแพร่ และให้ประชากรในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการให้คำชี้แนะกับข้อเสนอต่างๆ มีการรวมตัวกันเพื่อร่วมประกอบกิจกรรมสาธารณะต่างๆของหมู่บ้าน อาทิ ร่วมกันวางแผนการพัฒนาชุมชน ร่วมกันพัฒนาศาสนสถาน การพัฒนาอาชีพ พัฒนาโรงเรียน ร่วมก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ก่อสร้างถนนคอนกรีต ร่วมกันปฏิบัติธรรมทุกวันพระ ร่วมการจัดทำโครงการต่างๆ เป็นต้น….กิจกรรมการจัดตั้งเป็นกฎระเบียบในกองทุนสงเคราะห์ฌาปนกิจทุกครัวเรือน ผู้ที่จะได้รับทุนจะต้องเป็นผู้ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในภายในหมู่บ้านมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป กฎระเบียบการมีส่วนร่วมในการประกอบอาชีพ ยอมรับมติส่วนใหญ่ของที่ประชุมเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ในการกำหนดใช้ข้อปฏิบัติภายในชุมชนนั้นจะจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและประชุมประชาคมแล้วติดประกาศให้ชุมชนได้รับทราบ…ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสืบทอดประเพณี-วัฒนธรรม เช่น ประเพณีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วและในการตัดสินใจในแต่ละด้านจะให้ตุลากรของชุมชนเป็นผู้ตัดสินซึ่งถือเป็นมติสูงสุดที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน…ภายในชุมชนมีการจัดตั้งกองทุนฌาปณกิจสงเคราะห์ กองทุนแม่ของแผ่นดิน กองทุนเงินล้านและกองทุนชุมชนพอเพียง มีสมาชิกทั้งสิ้น 200 ครัวเรือนหรือ 100%ของชุมชน เป็นกองทุนที่ให้ความช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนในด้านอาชีพของชุมชน  ช่วยเหลือคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในการสนับสนุนด้านอาชีพและให้ทุนการศึกษา…จัดให้มีการออมเงินวันละ 1 บาทเมื่อครบกำหนดสามารถมาเบิกไปใช้ได้..ภายในชุมชนมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 674 คน มีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในแต่ละครั้งแล้วมากกว่า 90%...จัดให้มีกิจกรรมการเล่นกีฬาและการส่งเสริมอาชีพให้กับเยาวชน…ประชาชนมีการ ลด ละ เลิก อบายมุขทั้งปวงภายในชุมชน ร่วมกันปลูกป่าชุมชนในที่สาธารณะ  ร่วมกันทำกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อวิถีชีวิตที่พอเพียงในการศึกษาเรียนรู้ ฝึกอบรมเกษตรพอเพียงนอกสถานที่ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ  ฝึกอบรมผู้นำเครือข่ายต่อสู้วิกฤตเศรษฐกิจเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ออกทำการฝึกสาธิตการพึ่งพาตนเองตามรอยพ่อหลวงให้กับเด็กนักเรียนในชุมชน

    กิจกรรมที่เด่นๆ ภายในชุมชนที่ส่งเข้าประกวดในโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2552 อาทิ การปลูกผักสวนครัวในล้อยางรถยนต์เพื่อบริโภคในครัวเรือน,การทำเกษตรกรรมธรรมชาติโดยการเลี้ยงหมูหลุมเพื่อจำหน่ายและผลิตปุ๋ยโดยการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนม,การเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด,การเผาถ่าน-แกลบและพืชสมุนไพรเพื่อใช้ขับไล่แมลง,เพื่อการทำปศุสัตว์อินทรีย์,ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักชีวภาพและอาหารเลี้ยงสัตว์ไว้ใช้เองเพื่อลดรายจ่ายในการซื้อปุ๋ยและเป็นการเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสและลดการใช้สารเคมี,จัดทำโรงเพาะเห็ดเพื่อส่งเสริมอาชีพชุมชน,จัดตั้งกลุ่มจักรสานพื้นบ้าน,  จัดตั้งกลุ่มจัดทำฟอร์นิเจอร์พื้นบ้าน,กลุ่มสมุนไพรพื้นบ้าน,กลุ่มการทำขนมโบราณพื้นบ้าน,กลุ่มดนตรีพื้นบ้าน,การจัดทำบัญชีครัวเรือนที่มีสมาชิกมากกว่า 50%,ส่งเสริมการผลิตน้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพูสมุนไพรและน้ำยาเอนกประสงค์ใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน  มีการประชุมประจำเดือนเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชากรในชุมชน จัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนกันเองเพื่อใช้ศึกษาร่วมกันภายในชุมชน คือ ศูนย์เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงหมูหลุม ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงปลา-กบ ศูนย์เรียนรู้การเพาะเห็ดขอนไม้  จุดเรียนรู้การเผาถ่านและการทำน้ำส้มควันไม้  จุดเรียนรู้การผสมอาหารหมู ปลา กบ จิ้งหรีด ไว้ใช้เอง และจัดทำเป็นจุดเรียนรู้อื่นๆในอีกหลายๆจุดภายในชุมชน เป็นต้น 

ผสมอาหารสัตว์ผลิตอาหารสัตว์

     ชุมชนได้รับเครื่องผสมอาหารสัตว์จากโครงการต่างๆ ที่ทุกคนมีส่วนร่วมในกันทำประชาพิจารณ์ จัดตั้งอยู่ภายในบริเวณศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เกษตรทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานร่วมกันได้ โดยชาวบ้านจะต้องนำวัตถุดิบมาเองและทำการผสมอาหารเอง  มีวัตถุดิบกลางที่ใช้ร่วมกันได้ เช่น แกลบดิบ รำข้าว ปลาป่น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ   และยังมีเครื่องผสมอาหารที่เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาชาวบ้านโดยเอาเครื่องบดหมูใช้วิธีบดปั่นด้วยสายพานที่มีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ แบบใช้จักยานปั่นและแบบใช้เครื่องยนต์จากรถไถนาเดินตามปั่นจากนั้นนำมาผสมอาหารเพื่อนำไปเลี้ยงหมูหลุมและปลาดุกต่อไป 

การเลี้ยงหมูหลุม

 การเลี้ยงหมูหลุมหรือการเลี้ยงหมูแบบต้นทุนต่ำ เป็นการเลี้ยงสุกรแบบอินทรีย์ตามแบบฉบับของเกษตรธรรมชาติ  เริ่มต้นผู้ใหญ่วุฒิชัยได้รับมอบหมูพ่อ-แม่พันธุ์เหมยซาน จากกองทุนแม่ของแผ่นดินและโครงการอยู่ดีมีสุขมาจำนวน 1 คู่  ทำการผสมพันธุ์และนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรผู้สนใจเลี้ยงในชุมชนจนสามารถรวมกลุ่มกันผลิตปัจจัยในด้านอาหารอีกทั้งสามารถขยายพันธุ์ได้เองโดยมีสมาชิกที่เลี้ยงรวมกันกว่า 36 กลุ่มๆละ 5-6 ตัว ทั้งมีผลผลิตออกจำหน่ายให้กับชุมชนใกล้เคียงและบริโภคเองในครัวเรือน ผู้ใหญ่บอกว่าราคาหมูที่จำหน่ายออกไปจะมีราคาตามท้องตลาดแต่หากเลี้ยงแบบต้นทุนต่ำนั้นกำไรมีมากกว่านั่นเอง

เลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก

  ภายในชุมชนมีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก  จากโครงการอยู่ดีมีสุขและกองทุนแม่ของแผ่นดิน เช่นกัน บ่อจะมีขนาด 2x4 เมตร ความลึก 80 เซนติเมตร สามารถเลี้ยงปลาดุกได้ 300-400 ตัว ใช้อาหารที่ผสมเองจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 3 เดือนก็สามารถนำไปจำหน่ายได้ราคาดีและใช้สำหรับบริโภคในครัวเรือนได้ในเวลาเดียวกัน

กลุ่มเพาะเห็ดเยาวชนเพาะเห็ดขอนไม้

   "กลุ่มเพาะเห็ดเยาวชน"  เป็นการฝึกอาชีพให้กับเยาวชนเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ลด ลด เลิก อบายมุข ในชุมชนโดยมีน้องๆสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูแลรักษาโรงเรือนและเก็บผลผลิตออกจำหน่ายในชุมชนร่วมกัน เห็ดที่เพาะส่วนใหญ่ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดขอนขาว เป็นต้น  

  การเพาะเห็ดขอนมะม่วง เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาที่เผยแพร่ในชุมชนเพื่อทำการเพาะเห็ดไว้บริโภคเองในครัวเรือน ทำการเรียงเป็นชั้นๆอย่างลงตัวกับภูมิทัศน์ของบริเวณบ้านที่มีแตกต่างกันออกไปของแต่ละครอบครัวโดยวิธีการนำขอนไม้จากต้นมะม่วงที่ตัดมาสดๆใหม่ความยาวพอประมาณสะดวกพอที่จะยกได้จากนั้นจะใช้ฆ้อนตอกเหล็กเจาะรูที่มีขนาดประมาณ 6 หุนให้ลึกประมาณ 1 คืบ ห่างกันประมาณ 15-20 เซนติเมตรแล้วแต่จะดีไซน์จากนั้นจะนำเชื้อเห็ดขอนขาวหรือขอนดำก็ได้มาใส่ไว้ในรูทำการกดให้แน่นปิดด้วยฝาไม้ที่เจาะออกแล้วหรืออาจจะใช้กิ่งไม้อุดรูก็ได้ จากนั้นก็เก็บขอนไม้ในที่ร่มบ่มไว้ประมาณ 20 วัน อาจจะมีการรดน้ำเป็นบางครั้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้ได้ผลผลิตที่มีขนาดของดอกที่ใหญ่ในชุดแรกและชุดถัดไปขนาดจะค่อยๆลดลงตามปริมาณของเชื้อที่ใส่เข้าไป

กลุ่มแม่บ้านอาวุโส

   กลุ่มแม่บ้านอาวุโส  จัดทำขนมโบราณซึ่งเป็นภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในชุมชน โดยการนำต้น“ตดหมา” (ภาษาอีสาน)หรือที่บางแห่งเรียกว่าต้นกระพังโหม มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยขึ้นทั่วไปในป่า โดยอาศัยต้นไม้ใหญ่ในการเจริญเติบโต ลำต้นมีสีเขียวอ่อน มีขนาดเล็ก เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ทั้งลำต้นและใบมีกลิ่นเหม็นสมชื่อคล้ายๆ กลิ่นเหม็นเขียว ถึงแม้จะมีชื่อไม่ไพเราะหูเท่าไรนัก แต่ต้นตดหมาก็มีสรรพคุณทางด้านสมุนไพรพื้นบ้านมากมาย ทั้งเป็นยา แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ กลิ่นเหม็นเขียวช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ขับลมได้ดี ช่วยย่อยอาหาร หรือแม้กระทั่งเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาโรคดีซ่าน และโรคเบาหวานได้ จากภูมิปัญญาชาวบ้านที่นิยมนำมาปลูกใกล้บ้านเพื่อเก็บรับประทานและนำต้นตดหมามาทำขนมแสนอร่อยได้อีกหลายอย่าง ภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยก่อนจะใช้น้ำคั้นจากเถาตดหมามาปรุงเป็นขนมขี้หนู ทำให้มีสีเขียว ส่วนยอดอ่อนและใบอ่อนกินเป็นผักสด จิ้มน้ำพริกก็ได้ หรือจะทำเป็นขนมหวานรสชาติกลมกล่อมที่มีชื่อเรียกว่า“ขนมปังโฮม”ก็ได้เช่นกัน…คุณยายฤทธิ์ หาญศึก ผู้มีองค์ความรู้ภูมิปัญญาในด้านการทำขนมโบราณพื้นบ้านกล่าวว่า"ปังโฮม เป็นภาษาเขมรที่แปลว่า ขนมตดหมา บางคนที่เขาได้ยินชื่อก็ไม่กล้าซื้อกิน เพราะว่าเขากลัวมีกลิ่นเหม็น   ขนมตดหมามีลักษณะและรสชาติคล้ายกับขนมจาก ต่างกันตรงวัสดุที่นำมาห่อขนมเท่านั้น ขนมตดหมาจะใช้ใบตองห่อ แล้วนำไปปิ้งจนขนมสุก ส่วนผสมของขนมตดหมามีทั้ง เกลือ น้ำตาลปี๊บ แป้งข้าวเหนียว และที่ขาดไม่ได้เลยคือน้ำคั้นจากต้นตดหมา วิธีการทำโดยนำส่วนผสมทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงเพื่อให้ขนมขึ้นแป้งและมีรสชาติดี …ส่วนที่ยากที่สุดของขั้นตอนการทำขนมคือน้ำตดหมา เริ่มจากการขุดรากตดหมาซึ่งอยู่ในดินที่แข็ง กว่าจะขุดได้ต้องใช้เวลานานพอสมควร รากบางต้นลึกลงไปเป็นศอก หลังจากนั้นต้องขูดเอาเศษดินที่ติดมากับเปลือกตดหมาออก หั่นเป็นแว่นบางๆ แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง แล้วจึงนำไปต้มจนได้น้ำสีน้ำตาล ถึงจะนำไปเป็นส่วนประกอบของขนมได้…

เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด

   กลุ่มเพาะเลี้ยงจิ้งหรีด  เป็นกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่โดยมีนายยงยุทธ มีตาบุญ ที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นหัวหน้ากลุ่มทำการเลี้ยงจิ้งหรีดดำที่ได้พันธุ์มาจากกลุ่มฟื้นฟูการเกษตรตำบลยางของคุณพ่อเชียง ไทยดี ที่เป็นปราชญ์ชาวบ้านของจังหวัดสุรินทร์ นำมาทำการเพาะขยายพันธุ์เองเพื่อจำหน่ายภายในชุมชนที่มีเกษตรกรหลายท่านเข้าร่วมในกลุ่มทำการเพาะเลี้ยงในกล่องไม้อัดที่มีขนาดความกว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 เมตร และสูงประมาณ 50 เซนติเมตรโดยมีฝาตะแกรงลวดปิดด้านบน จำหน่ายกันในราคากิโลกรัมละ 200 บาทได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังผลิตไข่จิ้งหรีดไว้จำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงเองในราคาขันละ 50 บาท เท่านั้น

น้ำส้มควันไม้สมุนไพร

ขบวนการผลิตน้ำส้มควันไม้สมุนไพร ของผู้ใหญ่วุฒิชัยเป็นลักษณะการกลั่นเอาน้ำส้มควันไม้โดยเฉพาะซึ่งได้จากการเผาแกลบและพืชสมุนไพรภายในถัง 200 ลิตรที่ดัดแปลงออกมาในรูปแบบของถังสำเร็จรูป โดยจะได้ผลผลิต 15 ลิตร/ครั้ง

กลุ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์กระถางจากยางรถยนต์

   กลุ่มทำกระถางจากยางรถยนต์  ได้รับการสนับสนุนในด้านวิชาการจาก กศน.จังหวัดศรีสะเกษ โดยการนำยางรถยนต์เก่ามารีไซเคิลทำเป็นกระถางเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้วัสดุอย่างมีคุณค่าทำการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ ทำให้เกษตรกรมีผักสดบริโภคในครัวเรือน ลดรายจ่าย ปรับปรุงภูมิทัศน์ของหมู่บ้านตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อหา เหมาะสำหรับบ้านที่มีบริเวณพื้นที่จำกัดโดยผักที่เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกกัน ได้แก่ ตะไคร้ ต้นหอม กะเพรา พริก คะน้า กวางตุ้ง ผักชี มะเขือเทศ ข่า เป็นต้นจนถือเป็นสินค้าที่จำหน่ายให้กับชุมชนอื่นๆ เป็นการเสริมรายได้อีกหนึ่งช่องทาง

    กลุ่มอาชีพทำเฟอร์นิเจอร์  เป็นอีกหนึ่งกลุ่มอาชีพที่ผลิตสินค้าจำหน่ายในชุมชนละแวกใกล้เคียงและยังเป็นสินค้าของชุมชนที่มีผู้สนใจสั่งซื้อกัน สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่กล่าวถึงนั่นก็คือการผลิตเครื่องทอกี่หรือเครื่องทอผ้าที่ผู้สูงอายุใช้กันในอดีตซึ่งปัจจุบันไม่มีจำหน่ายกันในตลาดสินค้าทั่วไป กลุ่มอาชีพนี้ได้ทำการนำไม้ที่หาได้ในชุมชนมาทำการปัดฝุ่นภูมิปัญญาขึ้นมาใหม่จากการสร้างเป็นเครื่องทอกี่ที่ใช้สำหรับการทอผ้าหรือทอเสื่อ ในช่วงแรกที่ทำเป็นการผลิตเพื่อใช้งานภายในชุมชน จัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทอผ้าและเสื่อขึ้นเพื่อจำหน่ายเป็นสินค้าของชุมชนพอเพียง แต่ปัจจุบันมีผู้ที่สนใจจากตำบลอื่นสั่งซื้อเครื่องทอกี่อยู่ไม่ขาดสายสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพทำเฟอร์นิเจอร์ได้เป็นอย่างดี 

 

ถ้าชุมชนไหนอยากจะเอาไปเป็นแบบอย่าง ผู้ใหญ่วุฒิชัย บอกว่า "ไม่สงวนลิขสิทธิ์" เพราะเราได้ถือเอาแบบอย่างมาจากพ่อหลวงของเรา ในการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง


แหล่งที่มาของข้อมูล :
คุณวุฒิชัย สัตพันธ์
ที่อยู่ : หมู่ที่3 ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ