การทำหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่าง - ฟาร์มเส้นทางเห็ด

จำนวนผู้ชม 10392 คน
พิมพ์หน้านี้
หลังขั้นตอนการผลิตเชื้อเห็ดบริสุทธิ์บนอาหารวุ้น จนได้เส้นใยเห็ดคุณภาพดีปลอดการปลอมปนจากเชื้อภายนอก ก็มาถึงขั้นตอนของการต่อเชื้อเห็ดบริสุทธิ์จากอาหารวุ้นลงในวัสดุเพาะ เพื่อผลิตเป็นหัวเชื้อเห็ด ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้เพาะกันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ เมล็ดข้าวฟ่าง เนื่องจากมีสารอาหารที่เพียงพอต่อการเลี้ยงเชื้อเห็ดให้เจริญเติบโตได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งการผลิตหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่าง มีขั้นตอนและวิธีการทำ ดังต่อไปนี้

การเลือกใช้เมล็ดข้าวฟ่าง :

ให้เลือกใช้เมล็ดข้าวฟ่างที่มีขนาดใหญ่ ไม่แตกหักมากนัก และ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาจากการเก็บเกี่ยวใหม่ๆ สำหรับจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์เท่านั้น เพราะเมล็ดข้าวฟ่างที่จะนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ จะไม่ค่อยมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้าง เมล็ดข้าวฟ่างสีแดงหรือสีขาวก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน

การล้างทำความสะอาดเมล็ดข้าวฟ่าง :

การล้างทำความสะอาดเมล็ดข้าวฟ่าง จะต้องล้างเอาฝุ่นละอองออกให้หมด และคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้ง เพราะเป็นเมล็ดไม่สมบูรณ์ อาจโดนแมลงแทะแตกหักหรือเชื้อราเข้าทำลาย คัดเลือกเอาแต่เมล็ดที่จมน้ำซึ่งเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์ไว้ใช้เท่านั้น

การทำเมล็ดข้าวฟ่างให้สุกด้วยการนึ่ง :

นำเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการคัดเลือกและล้างน้ำสะอาดแล้ว ไปแช่ในน้ำสะอาดนาน 1 คืน เพื่อให้เมล็ดข้าวฟ่างอ่อนตัวและอมน้ำจนอ่อนนิ่ม เพื่อจะได้นึ่งให้สุกได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อแช่ทิ้งไว้จนครบกำหนด ให้นำขึ้นมาล้างน้ำให้สะอาดหลายๆ ครั้ง หรือ จนกว่าจะหมดกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ที่เกิดจากขบวนการบูดเน่าของเมล็ดแตกหักขณะนำไปแช่น้ำ จากนั้นนำเมล็ดข้าวฟ่างทั้งหมดไปห่อผ้าสะอาดหลวมๆ ให้แต่ละห่อมีขนาดประมาณ 2-3 ขีด แล้วนำห่อเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งในลังถึงหรือหม้อนึ่งความดันจนสุกดี ไม่แฉะเละ หรือจะนำเมล็ดข้าวฟ่างไปต้มให้สุกก็ได้เช่นกัน

การทำเมล็ดข้าวฟ่างให้สุกด้วยวิธีการต้ม :

การต้มเมล็ดข้าวฟ่าง ให้นำเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและคัดเอาแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ไว้ ไปต้มในหม้อ หรือ ภาชนะชนิดไหนก็ได้ ไฟแรงในการต้มให้เดือด เมื่อเดือดแล้วจึงเบาไฟลงพอให้น้ำในหม้อเดือดเล็กน้อย อาจจะต้องใช้ไม้พายช่วยกวนบ้างเป็นระยะ เพื่อเป็นการช่วยกระจายความร้อนให้ทั่วถึงทั้งหม้อ จนกระทั่งเมล็ดข้าวฟ่างเริ่มสุก โดยสังเกตได้จากเมล็ดที่มีลักษณะพองและมีรอยปริแตกเล็กน้อย และไม่ควรต้มจนเมล็ดข้าวฟ่างพองบาน เพราะจะใช้เลี้ยงเชื้อได้ไม่ค่อยดี จากนั้นจึงตักเมล็ดข้าวฟ่างขึ้นมาจากหม้อใส่ตะแกรงแล้วเกลี่ยเบาๆ ผึ่งลมให้สะเด็ดน้ำ

การผึ่งเมล็ดข้าวฟ่างสุก :

นำเมล็ดข้าวฟ่างใส่ในตะแกรงหรือกระด้ง ที่มีช่องทางให้น้ำไหลออกได้ง่าย เช่น ถาดที่พื้นเป็นมุ้งไนล่อน ใส่เมล็ดวางแผ่ให้บางๆ หรือ อาจจะใช้พัดลมช่วยเป่าให้แห้งเร็วยิ่งขึ้นก็ได้เช่นกัน

การกรอกเมล็ดข้าวฟ่างสุกใส่ในขวด :

ขวดที่นำมาใช้ในขั้นตอนนี้นิยมใช้เป็นขวดแบนขนาดใหญ่ ที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและตากแห้งแล้ว การกรอกเมล็ดข้าวฟ่างลงขวดให้นำกรวยมารองบริเวณปากขวดเพื่อป้องกันปากขวดเลอะเปื้อนเมล็ดข้าวฟ่างสุก เพราะถ้าปากขวดเลอะจะทำให้เกิดเชื้อราปนเปื้อนบริเวณปากขวดได้ง่าย และ อาจจะเจริญลุกลามเข้าไปในขวดได้อีกด้วย การใส่เมล็ดข้าวฟ่างให้ใส่แค่ครึ่งขวด หรือ ปริมาณ 2 ใน 3 ของขวด ไม่ควรใส่ในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไปกว่านี้ เพราะถ้าใส่มากไปจะทำให้เส้นใยเห็ดเจริญได้ช้า แต่ถ้าใส่ในปริมาณที่น้อยเกินไป จะทำให้เส้นใยเห็ดเจริญบนเมล็ดข้าวฟ่างได้เร็ว เหมาะแก่การใช้งาน แต่ในด้านการผลิตหัวเชื้อขายจะกลายเป็นว่ามีราคาแพงไม่เป็นที่นิยมของผู้ซื้อ

การอุดปากขวดด้วยจุกสำลี :

ให้ใช้สำลีสะอาดปั้นม้วนจุกให้มีขนาดพอเหมาะกับปากขวด การอุดจะอุดให้ไม่แน่นมากนัก ส่วนการทำจุกสำลีจะใช้วิธีเดียวกันกับการทำจำกสำลีปิดขวดอาหารวุ้น

การป้องกันจุกสำลีเปียกขณะนึ่งฆ่าเชื้อ :

ให้นำถ้วยพลาสติกชนิดทนร้อนมาสวนครอบทีละจุก หรือ จะนำขวดใส่ลงในตะกร้านึ่งหลายๆ ขวด แล้วคลุมด้านบนด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้มิดชิดก็ได้ แต่การทำแบบนี้เหมาะต่อการทำงานแบบต่อเนื่องคือ เตรียมเมล็ดข้าวฟ่างเสร็จในวันนี้ แล้วเขี่ยเชื้อทันทีในวันพรุ่งนี้ ไม่เหมาะต่อการทิ้งขวดไว้นานๆ แต่ถ้าต้องการเก็บขวดเมล็ดข้าวฟ่างไว้เขี่ยเชื้อได้นานๆ ให้ตัดกระดาษหนังสือพิมพ์หุ้มจุกสำลีแล้วรัดด้วยยางให้แน่นหนาก่อนนำขวดเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งฆ่าเชื้อ เมื่อนึ่งฆ่าเชื้อเสร็จจะทำให้เก็บไว้ใช้งานได้นานหลายวันก่อนนำไปเขี่ยเชื้อ โดยต้องไม่แกะกระดาษหุ้มสำลีออก ขณะเก็บรักษาขวดเมล็ดข้าวฟ่าง

การนึ่งฆ่าเชื้อขวดเมล็ดข้าวฟ่าง :

ใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำเช่นเดียวกับการฆ่าเชื้อในอาหารวุ้น โดยใช้ความดันไอน้ำไม่น้อยกว่า 15 ปอนด์ นาน 30-60 นาที ระยะเวลาที่ใช้ในการนึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนขวดที่นึ่ง

การต่อเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ในอาหารวุ้นลงในขวดเมล็ดข้าวฟ่าง :

ก่อนการเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นลงไปในเมล็ดข้าวฟ่าง ต้องสังเกตดูก่อนว่าเมล็ดข้าวฟ่างนั้นไม่บูดเน่า เพราะถ้าเตรียมเมล็ดข้าวฟ่างไม่ดี จะทำให้เมล็ดข้าวฟ่างบูดเน่าภายใน 2 วัน หากสังเกตเห็นว่ามีน้ำเยิ้มสีขาวๆ หรือ เมล็ดข้าวฟ่างแฉะเหนียวหนืด แสดงว่าบูด อาการเน่าบูดนี้มักจะพบในมือใหม่ ซึ่งเกิดจาการใช้หม้อนึ่งความดันโดยไม่มีการไล่ลมออกก่อนหรือไล่ลมออกไม่หมดก่อนให้ความดันเพิ่มขึ้น ทำให้มีเชื้อเหลือตกค้างอยู่ในหม้อนึ่งความดัน ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ทนร้อนได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่พบเชื้อรา เพราะเชื้อราจะตายได้ง่ายกว่า

การเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นลงในขวด เมล็ดข้าวฟ่าง จะใช้เข็มเขี่ยเชื้อที่ลนไฟและทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเขี่ยตัดชิ้นวุ้นในขวดให้ชิ้นวุ้นมีขนาดประมาณ 1 * 1 เซนติเมตร โดยใช้วิธีการเปิดจุกสำลีเช่นเดียวกันกับการเขี่ยเชื้อเห็ดในตู้เขี่ยเชื้อ และขวดอาหารเชื้อบริสุทธิ์ที่นำมาเขี่ยเชื้อ ก็ควรจะมีเส้นใยเจริญดีจนเต็มผิวหน้าของวุ้น หรือเพิ่งเจริญเต็มผิววุ้นใหม่ๆ ไม่มีเชื้ออื่นปลอมปน การเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นลงขวดข้าวฟ่างให้ใช้เทคนิคการปลอดเชื้อเช่นเดียวกับการเขี่ยเชื้อในตู้เขี่ยเชื้อ โดยก่อนตัดชิ้นวุ้นออกมาต้องมีการลนไฟที่ปากขวดฆ่าเชื้อ หลังตัดชิ้นวุ้นเสร็จควรปิดจุกสำลีไว้เหมือนเดิม จากนั้นจับปากขวดข้าวฟ่างขึ้นมาแล้วเปิดจุกสำลี ลนไฟที่ปากขวด ตะแคงขวดให้เมล็ดข้าวฟ่างไหลมาใกล้ปากขวดส่วนหนึ่ง แต่ระวังอย่าให้หกล้นออกมา แล้ววางชิ้นวุ้นลงในส้วนลึกของขวดเมล็ดข้าวฟ่าง โดยคะเนดูว่าเมื่อตั้งขวดในแนวตรงแล้ว เมล็ดข้าวฟ่างจะไหลกลบชิ้นวุ้นที่อยู่ท่ามกลางเมล็ดข้าวฟ่างพอดี เมื่อนำเข็มเขี่ยเชื้ออกมาจากขวดเมล็ดข้าวฟ่างแล้ว ให้ลนไฟที่ปากขวดเมล็ดข้าวฟ่าง ก่อนปิดจุกสำลี และหุ้มด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ รัดยางให้แน่นหนา เพื่อนำขวดไปบ่มเพาะเชื้อต่อไป

++ การบ่มเชื้อข้าวฟ่าง ++

นำขวดที่ได้จากการต่อเชื้อบริสุทธิ์จากอาหารวุ้นแล้ว ไปเก็บบนชั้นวางในห้องที่ไม่ถูกแสงแดดส่งถึง และไม่มีฝุ่นละอองมากเกินไป มีอุณหภูมิอยู่ที่อุณหภูมิห้องปกติ ยกเว้นแต่ถ้าเป็นเชื้อเห็ดหอม ที่จะเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส จึงควรนำไปบ่มในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศจึงจะเหมาะสม จากนั้นให้หมั่นตรวจสอบการเจริญของเชื้อเห็ดบนเมล็ดข้าวฟ่าง หากพบว่ามีขวดใดมีการปนเปื้อนของเชื้ออื่น หรืออาจมีตัวไรกัดกินเส้นใยเห็ด ให้คัดออกไปทำลายทิ้ง หากเชื้อเห็ดแข็งแรงดี จะพบเห็นเส้นใยเห็ดแผ่กระจายออกมาจากชิ้นวุ้น ทุกทิศทางจนเต็มขวด หากเป็นเชื้อเห็ดในกลุ่มนางรม-นางฟ้า จะใช้ระยะเวลา 7 – 10 วันก็จะเดินเต็มขวด หากเป็นเห็ดหูหนูจะใช้เวลา 10-14 วัน ส่วนเห็ดเป๋าฮื้อจะใช้เวลา 15-20 วันจึงจะเดินเต็มขวด

การแก่ของเชื้อเห็ด(ระยะการเจริญของเชื้อที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้งาน) :

เชื้อที่เจริญบนเมล็ดข้าวฟ่าง ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานมากที่สุด คือ ระยะที่เส้นใยเริ่มเจริญเต็มขวดใหม่ๆ เมื่อเขย่าแล้วเมล็ดร่วนง่าย เหมาะต่อการถ่ายเทลงก้อนวัสดุเพาะเชื้อ นับเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการนำเชื้อเห็ดในเมล็ดข้าวฟ่างไปต่อเชื้อที่สุด เพราะถ้าเกินไปจากระยะเวลาดังกล่าว เส้นใยเห็ดจะเริ่มแก่ และ เส้นใยเห็ดจะสานเส้นใยกันแน่น เมื่อเขย่าดุจะไม่ร่วน จึงนำไปถ่ายเทเชื้อต่อไม่ได้ หากมีความจำเป็นแบะต้องการที่จะยืดอายุเชื้อเห็ดในเมล็ดข้าวฟ่างที่เจริญเติบโตที่แล้วออกไป อาจทำได้โดยการเขย่าขวดหัวเชื้อทุกวัน ก็จะทำให้เชื้อร่วนได้ แต่หัวเชื้อที่จะคุณภาพไม่ดี เท่ากับระยะที่เส้นใยเจริญเต็มขวดใหม่ ๆ

การเก็บรักษาหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่าง :

หัวเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่างจะเจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่างที่บรรจุในขวดทั้งหมด จะใช้ระยะเวลาประมาณ 8- 10 วัน (ขวดแบบที่ใส่เมล็ดข้าวฟ่าง 50 กรัม) ควรนำไปใช้ทันที มิฉะนั้นเชื้อเห็ดจะเกิดการรวมตัว และเชื่อมต่อระหว่างเส้นใย ทำให้เส้นใยเหนียวติดกันเป็นก้อน ทำให้นำไปใช้ไม่ได้ หากจำเป็นต้องเก็บหัวเชื้อไว้รอการใช้ ควรเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำ ไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส แต่ไม่ควรเก็บไว้นานเกินกว่า 2 เดือน เราะจะทำให้ความชื้นในขวดลดลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเชื้อเห็ด

--------- ^ ^ ---------
ที่มา :
รุ่งทิวา อันตรเสน.เส้นทางเห็ด.ฟาร์มเส้นทางเห็ด.พิษณุโลก.2550.