เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
แห่ร้องทูตจีนเบรกมาตรการAQSIQ ขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกข้าว หวั่นกระทบตลาดเบอร์1
04 พฤษภาคม 2560
1,476
ตลาดส่งออกข้าวเบอร์ 1 สะเทือน หลัง AQSIQ เตรียมใช้มาตรการใหม่คุมเข้มผู้นำเข้าข้าวคุณภาพ 5 พ.ค.นี้ "เอกชนไทย" แห่ร้องสถานทูตจีน ขอยืดเวลาเริ่มใช้มาตรการเข้มนำเข้าข้าวออกไป 6 เดือน พร้อมเร่งส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบโรงงานด่วน หลังผ่านมา 2 ปีตรวจผ่านไม่ถึง 50% เหลือค้างท่ออีกเกือบ 100 โรง หวั่นส่งออกข้าวหด 3,000 ล้านบาท ลามกระทบราคาข้าวเปลือกร่วง
เมื่อปี 2558 กระทรวงควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (AQSIQ) ประกาศว่าจะมีการใช้มาตรการควบคุมคุณภาพความปลอดภัยสำหรับผู้ผลิตต่างชาติที่นำเข้าข้าว พร้อมกำหนดให้ผู้ส่งออกและผู้ผลิตข้าวแปรรูปแจ้งรายชื่อกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรองรับการตรวจสอบจาก AQSIQ ด้วยการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ผ่านมาตรฐานดังกล่าว ก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 แต่ปรากฏว่าผ่านมา 2 ปี ทางจีนส่งผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้เอกชนไทยที่ขึ้นทะเบียนไว้ 134 ราย ผ่านการตรวจสอบและได้รับการขึ้นทะเบียนเพียง 48 ราย

ล่าสุด นายชัยวริศว์ ธนถาวรกิตติ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ข้าวอิ่มทิพย์ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปข้าวส่งออกไปยังประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบรวมกลุ่มทั้งหมด 52 ราย ทำหนังสือร้องเรียนไปยังเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ AQSIQ ขยายระยะเวลาที่จะเริ่มใช้มาตรการคุณภาพความปลอดภัยสำหรับผู้ผลิตต่างชาติของข้าวนำเข้าออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 เนื่องจากขณะนี้มีผู้ส่งออกข้าวไทยเพิ่งตรวจสอบ และผ่านมาตรฐานดังกล่าวเพียง 48 ราย จากจำนวนผู้ส่งออกข้าวและโรงงานแปรรูปของไทยส่งรายชื่อให้จีนตรวจสอบรับรองทั้งหมด 134 ราย

"สาเหตุที่มีผู้ผ่านมาตรฐานไม่ถึง 50% ไม่ใช่เพราะไทยไม่สามารถผลิตข้าวได้ตามมาตรฐาน แต่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่จีนเดินทางเข้ามาตรวจสอบเพียงครั้งเดียว ก่อนหน้านี้ไทยส่งรายชื่อให้กรมวิชาการเกษตร เพื่อผ่านไปยังสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง (สปษ.ปักกิ่ง) ลอตแรก ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2558 จำนวน 107 ราย แต่ทาง AQSIQ ส่งเจ้าหน้าที่ 9 คนเดินทางมาตรวจสอบเพียงรอบเดียวระหว่างวันที่ 5-25 กันยายน 2559 และเลือกหยิบรายชื่อผู้ประกอบการจากลอตแรก 60 รายไปตรวจ โดยไม่ทราบว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร และเมื่อแจ้งผลการตรวจสอบกลับมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ปรากฏว่าผ่านเพียง 49 ราย ทั้งที่ผู้ส่งออกไทยรายที่ไม่ผ่านเกณฑ์บางรายเป็นผู้ส่งออกที่ส่งสินค้าไปจีนและประเทศอื่นอยู่แล้วสามารถปฏิบัติตามมาตรการการผลิตทั้งGMP,HACCP และ ISO แต่กลับไม่ผ่าน นับจากครั้งนั้นมีการส่งรายชื่อลอตที่ 2 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 อีก 57 ราย แต่ยังไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอีกเลย จนถึงขณะนี้กำลังจะเริ่มใช้มาตรการแล้ว"

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในระหว่างที่รอ AQSIQ มาตรวจสอบ ทางกรมวิชาการเกษตรได้เร่งดำเนินการเตรียมความพร้อม โดยเข้าร่วมการอบรมผู้ประกอบการไทย เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจำแนกชนิดวัชพืชและแมลงศัตรูพืชของข้าวที่ส่งออกไปจีน (Preaudit) ให้กับผู้ผลิตและแปรรูปข้าวส่งออกไปจีนอีก 100 ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และได้คัดเลือกบริษัทที่มีความพร้อม 52 รายจากจำนวน 85 รายส่งไปที่ สปษ.ปักกิ่ง เพื่อขอให้ AQSIQ พิจารณา และให้เร่งส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบประเมินอีกครั้งระหว่างวันที่ 20 มีนาคม-5 เมษายน 2560 แต่ทาง AQSIQ ยังไม่มีคำตอบว่าจะมาตรวจสอบรอบที่ 2 ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ และร่างกำหนดการที่ไทยส่งไปทาง AQSIQ ยังไม่มีหนังสือตอบรับ

หากผู้ส่งออกรายใดไม่ได้รับการรับรอง สินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวส่งออกจากไทย และใบรับรองสุขอนามัย หลัง 5 พฤษภาคม 2560 จะไม่สามารถดำเนินพิธีการนำเข้าได้ ทำให้กังวลว่าจะส่งออกข้าวไม่ได้ ปัญหาดังกล่าวอาจกระทบต่อภาพรวมการค้าระหว่างประเทศ ทำให้เสียโอกาสทางการค้าให้กับประเทศคู่แข่ง ทั้งที่ภาครัฐและเอกชนต่างพยายามยกระดับคุณภาพข้าวให้เป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ซึ่งปัญหาการจำกัดสิทธิผู้ที่ไม่สามารถส่งออกข้าวไปจีนได้ ไม่เพียงแต่จะกระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเท่านั้น แต่ยังอาจจะกระทบต่อผู้นำเข้าจีน ซึ่งจะถูกจำกัดการนำเข้าเฉพาะกลุ่มที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จนทำให้ต้องนำเข้าข้าวในราคาที่สูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว

"เท่าที่ประเมินในกลุ่ม 52 ราย คาดว่าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะกระทบการส่งออกข้าวไปยังจีนประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นชนิดหลักที่ส่งออกไปจีน ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดจากการส่งออกข้าวไม่ได้ ยังจะย้อนกลับมายังเกษตรกรไทย รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการโรงสีที่อาจจะถูกกดราคารับซื้อหรือถูกกำหนดราคา หรือมีการซื้อขายใบอนุญาตจากกลุ่มผู้ประกอบการที่สามารถส่งออกได้เพียงไม่กี่ราย และอาจลุกลามถึงปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำได้ ดังนั้น จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการติดตามประสานให้ AQSIQ ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบโดยเร็ว"

รายงานข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า การส่งออกข้าวในช่วง 3 เดือนแรก (มกราคม-มีนาคม) 2560 จีนเป็นตลาดส่งออกข้าวเบอร์ 1 นำเข้าข้าวจากไทย 342,343 ตัน เพิ่มขึ้น 32.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการนำเข้า 257,708 ตัน มากกว่าเบนิน ซึ่งเป็นตลาดนำเข้าเบอร์ 2 นำเข้า 311,905 ตัน และฟิลิปปินส์นำเข้า 205,392 ตัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1493809759". (04-05-2560). ประชาชาติธุรกิจ.:
สืบค้นเมื่อ 04-05-2560, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1493809759
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-32°C
เชียงใหม่
19-30°C
นครราชสีมา
21-29°C
ชลบุรี
23-31°C
นครศรีธรรมราช
24-27°C
ภูเก็ต
25-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×