เกษตรกรต้นแบบ
"พลูสกัดน้ำมันหอมระเหย ความคิดต่างที่สร้างหนทางรวย"
คุณจันทมาศ เหมะพรรณ
 06 มีนาคม 2561   3,839
จ.สมุทรสาคร
ควรคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ เพราะเมื่อทำสำเร็จชิวิตจะสมีคุณค่า

เมื่อต้องเปลี่ยนอาชีพมาทำการเกษตร คนส่วนใหญ่มักจะเลือกและเริ่มทำในสิ่งที่คนอื่นอยู่ก่อนแล้วแล้วประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่เรื่องผิดเพราะอย่างน้อยมันก็การันตีว่าจะล้มเหลวน้อยกว่าสิ่งอื่น แต่แนวความคิดนี้สำหรับคุณจันทมาศ เหมะพรรณไพเราะแล้ว มันไม่ใช่ความคิดที่สมบูรณ์แบบนัก คุณจันมาศเชื่อในเรื่องของมูลค่าในตัวของพืชหรือสินค้า ยิ่งมีคนทำน้อย ของหายาก มูลค่ายิ่งมหาศาล เมื่อคิดได้อย่างนั้นคุณจันทมาศจึงเปลี่ยนจากความต้องการให้เป็นความถนัดในสิ่งที่เลือกทำ นั่นก็คือการรู้จริงเรื่องการปลูกต้นพลูและศึกษาอย่างจริงจังเพื่อสกัดพลูออกมาเป็นพลูสกัดน้ำมันหอมระเหย สินค้าที่คุณจันทมาศการันตีในเรื่องของมูลค่าที่มั่นใจได้ในทางการตลาด

ความเป็นมา เกี่ยวกับตัวเกษตรกร ก่อนที่คุณจันทมาศจะหันมาทำการเพาะปลูกพลูนั้น เดิมทีคุณจันทมาศก็มีธุรกิจส่วนตัวทำอยู่แล้ว แต่ธุรกิจส่วนตัวนั้นคุณจุฑามมาศรู้สึกว่ามันก็ยังไม่ได้ราบรื่นซักเท่าไหร่ ก็เลยอยากจะมองหาทำอะไรที่มันดูมั่นคงถาวร “ก็คิดอยู่หลายอย่างนะคะ อยากจะได้อะไรที่ทำแล้วให้มันขึ้นอยู่กับเรามากที่สุด อย่างตอนเราทำธุรกิจส่วนตัวนี่มันต้องขึ้นอยู่กับหลายส่วนเกินไป ถึงเราจะตัดสินใจอะไรไปถ้าสถานการณ์และสภาพแวดล้อมทั้งของลูกค้ากับสายงานที่เค้าดิวอยู่กับเราไม่สอดคล้องกันมันก็เป็นอะไรที่ไปต่อยากอยู่ ก็กลับมาคิดเรามีที่ดินที่อยู่ที่บ้านแพ้ว สมุทรสาครอยู่นะ เห็นมันว่างอยู่ก็เลยคิดเอามาทำประโยชน์ ดีกว่าปล่อยไว้ให้ว่างเปล่า” เมื่อนึกถึงที่ดินคุณจันทมาศจึงนึกถึงการทำเกษตรและคิดได้ว่าการทำเกษตรนี่แหละเป็นอะไรที่ยั่งยืนที่สุด

ความเป็นมา เกี่ยวกับสิ่งที่เกษตรกรทำ เมื่อคิดว่าจะทำการเกษตรแล้ว ในใจคุณจันทมาศก็คิดเอาไว้ว่าอยากทำการเกษตรที่ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ก็เลยมาตกตะกอนที่การทำสวนสมุนไพรแบบเกษตรอินทรีย์ เอามาทำสวนสมุนไพร “เดิมพื้นที่ตรงนี้จะเป็นบ่อปลาสลิด แต่เราไม่อยากฆ่าสัตว์ เลยพลิกบ่อปลามาเป็นสวน ซะ” ซึ่งการแปลงจากบ่อปลาสลิดมาเป็นสวนเกษตรนั้น ผลพลอยได้ก็คือดิน จะมีธาตุอาหารอยู่เยอะ พอยกเป็นลักษณะท้องร่อง จึงมีปุ๋ยธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งข้อนี้คุณจันทมาศก็ถือว่ามีทรัพย์ในดินที่เป็นประโยชน์อีกด้วย "การเลือกทำสวนสมุนไพรเพราะไม่อยากทำอะไรที่เหมือนคนอื่น อยากได้ความแตกต่าง ในลักษณะที่ว่าสิ่งที่เราปลูกต้องแปรรูปได้ด้วย อันนี้คือวัตถุประสงค์หลักคือต้องแปรรูปได้ด้วย พร้อมกับการเป็นสวนเกษตรอินทรีเพื่อการันตีคุณภาพของพืชของเราค่ะ"

และสิ่งที่คุณจันทมาศ คิดว่าอยากจะนำมาทำการแปรรูปที่สุดก็คือต้นพลู “พลูนี่ตอนคัดเลือกต้นพัน เราเอาเฉพาะพันพลูเหลืองเท่านั้นค่ะ ซึ่งเราที่เน้นปลูกเพื่อให้ต้นพลูได้ลักษณะที่ดีเหมาะสำหรับการเอาไปแปรรูปได้ ไม่ได้เน้นว่าจะตัดเพื่อนำไปเคี้ยวหมาก ลักษณะต้องใบโตก้านใหญ่เหมาะสำหรับการนไปทำน้ำมันหอระเหย”

คุณจันทมาศบอกอีกว่าเรื่องของการดูแลก็จะทำปุ๋ยใช้เอง ส่วนด้านข้างก็ปลูกย่าเนเปียร์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการย่อยสลาย ซึ่งช่วยในการลดต้นทุนทำปุ๋ยอีกด้วย

ระยะการดูแลพลูเหลืองก็ดูแลเหมือนทั่ว อย่างที่บอก เราปลูกเพื่อนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย จะมีตัดขายบ้างก็เป็นเรื่องรอง แต่อันนี้เราปล่อยธรรมชาติเลย ให้ใบโตก้านใหญ่เป็นพอ ยิ่งใบแก่ๆน้ำมันจะเยอะ เราเอาตรงนั้นเป็นหลัก

ในพื้นที่ทั้งหมด 18 ไร่ นอกจากปลูกพลูแล้ว คุณจันทมาศยังปลูกไพรและปีบไว้อีกด้วย ซึ่ง ปีบแต่เดิมนั้นคุณจันทมาศตั้งใจปลูกเป็นไม้บังลมกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสวนเท่านั้น แต่เมื่อมันโตได้ระยะออกดอกมากเข้า คุณจันทมาศก็ได้แนวคิดจะนำปีบมาสกัดเป็นหัวน้ำหอมปีบโดยธรรมชาติโดยไม่พึ่งเคมีในอนาคตอีกด้วย เรียกว่าสิ่งที่อยู่บนที่ดินของคุณจันทมาศนั้นล้วนทำเป็นเงินได้ทั้งสิ้น

ช่องทางการตลาด ในเรื่องของช่องทางการตลาดนั้น คุณจันทมาศบอกแนวทางของตัวเองแต่แรกไว้ว่าก่อนที่จะมาทำพลูสกัดน้ำมันหอมนั้น คุณจันทมาศไม่อยากทำอะไรที่เหมือนคนอื่น เหมือนอย่างที่คนอื่นเห็นว่าใครทำอะไรแล้วมันกำไรดีแล้วก็ทำตาม พอมีทำเยอะเข้า ก็จะโดนเรื่องกลไกของราคาเข้ามาเป็นตัวแปร “ ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเราเลือกทำอะไรที่เขายังทำกันไม่มาก ก็คิดว่าโอกาสในตลาดเราก็จะเยอะขึ้น แถมเรายังเป็นผู้กำหนดข้อต่อรองได้อีกด้วย ก็เริ่มทำแบรนด์ของตัวเอง

การแปรรูปสินค้าจากสิ่งที่เรามีอยู่น่าจะเป็นอะไรที่ยั่งยืนที่สุด”
สวนพลูของคุณจันทมาศนั้นไม่ได้เน้นตลาดขายสดเลย จะมีขายสดก็หน้าสวนบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณจันทมาศปลูกเพื่อเอากลับไปแปรรูปถึง90 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว “เพราะฉะนั้นตลาดของเรามันขึ้นอยู่กับขั้นตอนสุดท้ายที่เราทำเป็นสินค้า เมื่อเราเป็นแบรนด์ตลาดของเราก็เล็งไปที่คนเมืองซะส่วนใหญ่ค่ะโดยทั่วไปออกตลาดที่เเควิลเลจ สุขุมวิท อยู่แล้วก็มี พื้นที่ขายประจำที่นั่น”

นอกจากจะมีพื้นที่ขายประจำแล้ว คุณจันทมาศก็ยังมีการตลาด แบบเดินสายตามโรงแรมต่างๆอีกด้วย โดย เน้นลูกค้าที่เป็นต่างชาติที่รักสุขภาพ “จริงๆแล้วต้องเรียนให้ทราบ ก็ไม่ได้ตั้งใจเน้นที่ตลาดนั้นอย่างเดียว ใบพลูที่เห็น 100 ก.ก. นำมาสกัดได้น้ำมันหอมระเหยแค่100ซีซีเท่านั้น เพราะฉะนั้นต้นทุนวัตถุดิบมันสูง ถ้าเราแปรรูปแล้วเราไม่สามารถเพิ่มมูลค่าได้มาก มันก็หากำไรลำบากนิดนึง”

แม้ต้นทุนในการทำน้ำมันหอมระเหยจะสูง อย่างผลิตได้ 100 ซีซี ต้นทุนก็ 12,000 บาท คุณจันทมาศบอกว่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะแต่ตอนนี้มีชาวต่างชาติมาขอซื้อน้ำมันพลู 100ซีซี ในราคา 12,000 เค้าไม่ได้มีปัญหา “ก็เป็นทางเราเองที่บอกว่าตอนนี้วัตถุดิบไม่เพียงพอที่จะผลิตสินค้า ขอให้ช่วงหน้าฝนปีหน้ามาก่อน เราถึงจะมีพอจำหน่าย” หากมองตรงนี้ก็จะเป็นว่า คุณจันทมาศจะไม่มีทางตันเรื่องของลูกค้า แถมยังได้อำนาจต่อรองมาอยู่ในมืออีกด้วย

เรื่องรายได้นั้นคุณจันทมาศบอกว่าขึ้นอยู่กับบริบทของเวลามากกว่า อย่างเวลาที่ของเรามีน้อย ลูกค้ามาถามในฤดูที่เก็บเกี่ยวยาก มูลค่าของมันก็จะสูงขึ้นอีกด้วย “อย่างรายได้เดือนนึงเฉพาะลูกค้าในพื้นที่ที่เราตั้งขายประจำก็จะได้อยู่ที่30,000กว่าบาท ถ้าออกบูทอีเว้นท์ก็ จะมียอดขายเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด นี่ยังไม่นับรวมกับลูกค้ารายใหญ่ที่มารับไปทำธุรกิจต่ออีกทอดนึง อันนี้ก็จะได้เป็นก้อนใหญ่หน่อยค่ะ

ข้อเสนอแนะจากเกษตรกร เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้กับคนที่อยากจะหันมาทำธุรกิจแปรรูปจากการเกษตร คุณจันทมาศให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ “ อยากให้เกษตรกรรุ่นใหม่ก้าวข้ามคำว่าใครๆเขาก็ทำกัน อันนี้กำลังฮิต อันนั้นคนทำเยอะ น่าทำตาม แต่คุณไม่รู้หรอกว่านั่นมันเป็นการทำให้มูลค่าของสิ่งที่คุณทำลดลง ถ้าจะให้แนะนำก็คงบอกให้คุณค้นหาความถนัดที่สามารถทำตลาดได้เองดีกว่า นั่นมันจะทำให้คุณมีตลาดที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืนมากกว่า”

การปลูกต้นพลู

1. การเตรียมไม้ค้าง เนื่องจากพลูเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยที่ต้องอาศัยรากเจริญเกาะขึ้นไปกับค้าง

2. การเตรียมดิน การเตรียมดินทำได้โดยไถดินตากไว้อีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ยกร่องให้สูงเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตากดินทิ้งไว้ระยะหนึ่งประมาณ 1-2 วัน แต่ถ้าบริเวณที่ปลูกเป็นดินเหนียวหรือดินร่วนปนทรายควรใส่ปุ๋ยคอก เพื่อให้ดินร่วนและทำให้การอุดมสมบูรณ์มีเพิ่มมากขึ้น หากดินเหนียวหรือดินแน่น จะต้องพรวนดิน ย่อยดินให้ร่วนเสียก่อนและต้องระวังอย่าให้มีน้ำขังในแปลงปลูก แล้วทำการขุดหลุมปลูกหลุมปลูกมีขนาดประมาณ 50 x 50 ซม. และลึกประมาณ 60 ซม. ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 1.5-2.0 เมตร และระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1.50 เมตร

3. วิธีปลูก ก่อนที่จะปลูกพลูควรนำหญ้าแห้ง ใส่ลงในหลุมและจุดไฟเผา เพื่อฆ่าเชื้อโรคและศัตรูพืชอื่นๆ ที่อาจจะอยู่ในหลุม จากนั้นก็ทำการลงไม้ค้างในดิน ส่วนดินที่จะใส่ลงหลุมควรเป็นดินผสมปุ๋ย

เคล็ดลับ : พลูจะชอบอากาศร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ชอบแสงแดดจัดหรืออุณหภูมิที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้ต้นพลูอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย  ดังนั้นจึงต้องพรางแสงแดดลดความร้อนด้วยการให้ร่มเงาหรือปลูกพืชอื่นให้ร่มเงามากขึ้น 

นอกจากนี้สิ่งที่ให้ร่มเงายังมีประโยชน์ในการป้องกันลมอันอาจจะทำความเสียหายต่อก้านและใบพลู  พลูชอบดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง pH 7-7.5 และการระบายน้ำดี ถ้าเป็นดินเหนียวจะต้องทำการระบายน้ำ พลูไม่ชอบที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้ชะงักการเจริญเติบโตและเกิดโรคได้ง่าย  แต่พลูจะชอบความชื้นสูงเป็นบริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำหรือบริเวณที่มีฝนตกชุกสม่ำเสมอ

ความรู้วิธีการกลั่นและสกัดน้ำมันหอมระเหย

การสกัดกลิ่นหอมออกจากพืชนั้นมีหลายวิธี การที่จะเลือกใช้วิธีใดนั้น ต้องพิจารณาลักษณะของพืชที่จะนำมาสกัดด้วย วิธีการสกัดน้ำมันหอมระเหยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

1. การกลั่นโดยใช้น้ำ (Steam Distillation)

การกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ หรือ Steam Distillation เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดและใช้ในการกลั่นน้ำมันหอมระเหยเกือบทั้งหมดที่มีการผลิตขึ้น วิธีการกลั่นจะเป็นการผ่านไอน้ำจากเครื่องกำเนิดไอน้ำเข้าไปในหม้อควบคุมความดันที่บรรจุวัตถุดิบของพืชที่นำมากลั่นน้ำมันหอมระเหย เมื่อความร้อนจากไอน้ำกระทบกับวัตถุดิบ ไอน้ำก็จะนำพาน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในพืชชนิดนั้น ๆ ออกมาผ่านท่อเกลียวที่หล่อเลี้ยงด้วยน้ำเย็นเพื่อให้เกิดการลดอุณหภูมิและควบแน่นกลายเป็นของเหลว หลังจากนั้นของเหลวจากการควบแน่นที่ได้ก็จะไหลผ่านท่อควบแน่นเข้าสู่หลอดแก้ว ได้น้ำมันหอมระเหยที่แยกชั้นออกจากน้ำ แล้วจึงนำน้ำมันหอมระเหย (Pure Essential Oil) และน้ำสกัดน้ำมันหอมระเหย (Floral Water หรือ Hydrosol) ที่ได้ เก็บใส่ภาชนะเพื่อตรวจสอบคุณภาพต่อไป

วิธีการกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำนี้มีข้อดีคือ วิธีการกลั่นและอุปกรณ์ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถใช้ได้กับพืชแทบทุกชนิด และน้ำมันหอมระเหยที่ได้มีคุณภาพดี มีความบริสุทธิ์ 100 น้ำมันหอมที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ จะถูกเรียกว่า "น้ำมันหอมระเหย" หรือ "Pure Essential Oil"

2. การสกัดด้วยวิธีการบีบเย็น (Expression หรือ Cold Pressed หรือ Mechanically Pressed)

การสกัดน้ำมันหอมระเหยหรือน้ำมันหอมด้วยวิธี Cold Pressed หรือ Mechanically Pressed เกือบทั้งหมดใช้ในการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากผิวของพืชตระกูลส้ม เช่นส้ม มะนาว เลมอน มะกรูด เบอร์กามอท แมนดาริน และอื่น ๆ วิธีการสกัดคือการนำผิวของผลจากพืชแต่ละชนิดมาใส่ในหม้อขนาดใหญ่ แล้วกดด้วยแท่นไฮดรอลิกโดยใช้แรงกดสูง เมื่อแท่นไฮดรอลิกบีบลงบนวัตถุดิบ ทำให้เซลล์ผิวของพืชเกิดการแตกตัวให้น้ำมันออกมาลงในภาชนะที่รองรับเอาไว้ วิธีการใช้ไฮดรอลิกแบบนี้มีข้อดีคือไม่มีความร้อนเกิดขึ้นในกระบวนการบีบ ซึ่งแตกต่างกับการใช้การบีบแบบเครื่องบีบเกลียวหมุน หรือ Screw Pressed ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนและอาจทำลายคุณภาพของน้ำมันที่สกัดได้ จริง ๆ แล้วน้ำมันสกัดด้วยวิธีนี้จะไม่เรียกว่าน้ำมันหอมระเหย เพราะว่าน้ำมันที่ได้จากการสกัด จะมีสารประกอบอื่น ๆ ที่ไม่ละลายในน้ำมันหรือระเหยไม่ได้อยู่ด้วย หากเรียกให้ถูกต้องตามหลักสากลแล้ว น้ำมันสกัดจากพืชทุกชนิดด้วยวิธีนี้ จะต้องเรียกว่า "Essence" ไม่ใช่ "Essential Oil" แต่ว่าเพื่อให้เข้าใจไม่สับสนมากไปนัก หลาย ๆ ที่จึงมักใช้คำว่า "น้ำมันหอมระเหย" หรือ "Pure Essential Oil" ก็ไม่ผิดอะไรมากนัก

3. การสกัดโดยใช้ตัวทำละลาย (Solvent Extraction)

วัตถุดิบจากพืชหรือดอกไม้หลาย ๆ ชนิด ไม่สามารถสกัดด้วยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำได้เนื่องจากหลากหลายเหตุผล เช่น สารสำคัญอาจถูกทำลายเพื่อถูกความร้อน ทำให้สูญเสียกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ หรือเมื่อกลั่นด้วยไอน้ำแล้ว คุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยที่ได้มีกลิ่นหอมที่ไม่ติดทนนาน หรือมีกลิ่นหอมเพี้ยนไปจากกลิ่นที่สูดดมจากวัตถุดิบจริง ๆ จึงทำให้ต้องมีกระบวนการสกัดน้ำมันหอมอีกกระบวนการหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือการสกัดน้ำมันหอมด้วยวิธีการใช้ตัวทำละลาย หรือ Solvent Extraction วัตถุดิบจากพืชและดอกไม้ที่นิยมใช้กระบวนการนี้ในการสกัดสารหอมคือ มะลิ กุหลาบ ซ่อนกลิ่น ดอกบัว เป็นต้น

ที่อยู่และช่องทางการติดต่อ สำหรับผู้ที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่ คุณจันทมาศ เหมะพรรณไพเราะ (หรือคุณเหมียว ) เลขที่ 62/1 หมู่ 7 ต.โรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โทร. 089-6011955

คิดให้ต่างสร้างหนทางรวย ด้วยพลูสกัดน้ำมันกอมระเหย
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
23-32°C
เชียงใหม่
19-29°C
นครราชสีมา
20-30°C
ชลบุรี
23-32°C
นครศรีธรรมราช
23-29°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×