เกษตรกรต้นแบบ
"เกษตรกรผู้ไม่ยอมแพ้ แปรอุปสรรคเป็นความร่ำรวยและมั่นคงด้วยการเพาะพันธุ์ไม้จำหน่าย"
คุณพะยอม ยั่งยืน
 27 เมษายน 2560   153
จ.นครนายก
ใช่ว่าคนทุกคนจะมีความรวยติดตัวมาแต่กำเนิด แต่คนทุกคนก็สร้างความรวยให้กับตัวเองได้ถ้าพยายามมากพอ

คนเราแต่ละคนที่เกิดมานั้นมีต้นทุนชีวิตที่ต่างกัน แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะโทษคนที่มีมากกว่าแล้วเขาสบายกว่า และบอกว่าที่ตัวเองล้มเหลวเพราะมีน้อยกว่า นั่นเป็นแค่ข้ออ้างของคนขี้แพ้ วันนี้เราจะแนะนำให้รู้จักกับคุณพะยอม ยั่งยืน เกษตรกรผู้สร้างตนจากความไม่มี ด้วยการใช้สิ่งที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดเพียงสองสิ่งคือกำลังกายกับมันสมอง สร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับตัวเองด้วยการทำการเกษตรเกี่ยวกับการปลูกเพาะไม้

พะยอม ยั่งยืน นักสู้ที่ไม่ยอมจำนนให้กับความจน

คุณพะยอม ยั่งยืน เป็นเกษตรกรสู้ชีวิตชาว อ.ปากพลี จังหวัดนครนายก ด้วยความที่เป็นครอบครัวที่ยากจนมาแต่บรรพบุรุษ คุณพะยอมก็เลยไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง คุณพะยอมเล่าย้อนไปถึงสมัยเด็กๆที่มีความผูกพันกับการเกษตรมานาน ตั้งแต่เล็กจนโตก็อยู่กับการทำไร่ทำสวน จนวันหนึ่งคุณพะยอมคิดว่าอยากจะมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เลยคิดเริ่มต้นจากตัวเองว่า ตัวเองมีทรัพยากรอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งที่คุณพะยอมมีในตอนนั้นก็คือความรู้กับร่างกายและความตั้งมั่น

“ตั้งแต่เด็กๆแล้ว เราจะไปรับจ้างทำไร่ทำสวนกับพ่อแม่ ตอนนั้นไม่มีสวนเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังดีที่เรายังได้เรียนรู้วิธีการทำเกษตร ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของดินน้ำกับพืชที่ใช่กินในชีวิตประจำวัน”

ผักหวานป่า สร้างรายได้ให้อย่างดี

เมื่อถามถึงความเป็นมาก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำการเพาะกล้าไม้ขายเป็นอาชีพหลัก คุณพะยอมให้คำตอบว่า “ก็ใช้เวลานั่งคิดอยู่พอสมควร จนคิดได้ว่าชีวิตคนเราประจำวันนี่ก็ต้องกินอาหาร อาหารหลักๆของคนไทยเราก็มีจำพวกผักเป็นหลักอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าถ้ามีที่ปลูกผักขายส่งก็คงดี ก็คิดจะไปเช่าที่เค้า แต่การปลูกพืชขายส่งต้องใช้พื้นที่เยอะก็กลับมาคิดอีกที สุดท้ายก็สรุปได้ที่การเพาะชำต้นกล้าพันธุ์ไม้ต่างๆขาย”

ช่วงแรกๆที่คุณพะยอมเริ่มทำนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ด้วยความรู้ที่มีทุกอย่างก็ทำให้ราบรื่น แต่ตอนนั้นคุณพะยอมบอกว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เราหรือสิ่งที่เราทำ แต่อยู่ที่คน คนที่ให้เช่าที่ พอเห็นว่าคุณพะยอมทำได้ดีไปได้สวยก็ไม่ได้ให้คุณพะยอมเช่าที่ต่อ โดยอ้างว่าคุณพะยอมทำให้ที่ของเขาสกปรกไม่เป็นระเบียบ คุณพะยอม บอกตอนนั้นก็เซ็งอยู่พักหนึ่ง เพราะกำลังไปได้ดี รายได้ก็ดี แต่เราก็ไม่ท้อนะ เราก็หาที่ใหม่ต่อไปอีก แต่ไปที่ใหม่ก็เจอการหวงน้ำกันอีก สุดท้ายก็ได้ย้ายมาเช่าที่นี่และก็ทำมาถึงทุกวันนี้

ฟังดูแล้วคุณพะยอมนี่ก็สู้ไม่มียอมแพ้ต่ออุปสรรค ทำให้เราได้รู้ว่าทุกปัญหานั้นมีทางแก้เสมอ คุณพะยอมพาเราเดินดูสวนเพาะชำที่คุณพะยอมปั้นและดูแลมากับมือและหัวใจ ซึ่งมีพืชหลากหลายชนิดทั้งไม้ ไผ่ตง พิกุล มะขามป้อม ผักหวานบ้าน ตะลิงปลิง ยางนา มะขาม กะจร หมาก ขี้เหล็ก พยุง แคนา ยอ เป็นต้น

"ตอนนี้ชีวิตก็มั่นคงขึ้น ไม่ได้กังวลเรื่องรายได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะเราเพาะพันธุ์ไม้ไว้หลายชนิด ลูกค้าก็หลากหลาย ทำให้รายได้ต่อเดือนเรียกได้ว่าอยู่ได้อย่างสบายเลยค่ะ"

เพาะกล้าไม้ เพาะความสุข เพาะอาชีพ

สำหรับการเพาะผักป่าหวานจากเมล็ด จะมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้หลายอย่างด้วยกัน เริ่มต้นจากการทำกระสอบเพาะก่อน คุณพะยอม แนะนำว่า ให้หากระสอบเก่าๆ มาตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้า หรือโตกว่าเล็กน้อย จากนั้น เอาขี้เถ้าแกลบดำมากองไว้บนกระสอบที่ตัดเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็เตรียมถุงดำใส่ดินผสมขี้เถ้าดำ สำหรับเพาะ แต่ให้เน้นเรื่องที่วาง โดยให้หาสถานที่ที่เป็นพื้นปูนซีเมนต์ หรือมีผ้าพลาสติกรองพื้นก่อนจะวางถุงเพาะ ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญ เพราะ การรองพื้นด้วยปูนซีเมนต์หรือพลาสติกนั้น เหตุผลก็เพราะไม่ต้องการให้รากแทงทะลุถุงเพาะลงถึงดิน เพราะถ้ารากลงดินเมื่อไร ตอนย้ายไปปลูก จะทำให้ดึงรากขาดได้ เพราะผักหวานจะมีรากน้อย แต่ยาว ส่วนเมล็ดพันธุ์ผักหวาน จะเก็บเมล็ดผักหวานป่ามาเตรียมไว้ ส่วนวิธีการเพาะนั้นก็ไม่ยาก ให้นำเมล็ดผักหวานที่สุกแก่สีเหลือง มาล้างด้วยน้ำเปล่า เอาเปลือกและเนื้อออกให้หมด ให้เหลือแต่เมล็ด แล้วนำมาผึ่งแดดผึ่งลมสักหนึ่งวัน จนเมล็ดแห้งดีแล้ว จึงใช้ปลายมีดคมๆ ค่อยๆ แคะเอาเปลือกแข็งออกจนหมด จากนั้น ให้นำเมล็ดที่แคะออกมาพอประมาณ ไปผสมกับขี้เถ้าแกลบดำคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วห่อด้วยกระสอบที่ตัดแล้วรดน้ำให้เปียก เก็บไว้ในที่ร่ม พอได้สองคืน ก็รดน้ำให้อีก ทำอย่างนี้ให้ครบสี่คืน แล้วเมล็ดผักหวานจะงอกออกมา จากนั้นให้แก้ห่อกระสอบออก นำเมล็ดผักหวานที่งอกแล้ว ไปหยอดลงในถุงเพาะที่เตรียมไว้แล้วก็รดน้ำ

นอกจากผักหวานจะเพาะด้วยเมล็ดได้แล้ว ยังสามารถตอนกิ่งมาปลูกได้อีก ซึ่งวิธีการตอนกิ่งนั้นก็ไม่ยาก อุปกรณ์ที่ใช้ก็ไม่เยอะ มีมีดคมๆ สำหรับคว้านเปลือกไม้ ดินเหนียว และขุยมะพร้าว ส่วนการตอนกิ่งนั้น คุณพะยอมบอกว่าสิ่งแรกเลยต้องเลือกกิ่งผักหวานที่แก่พอเหมาะ แล้วใช้มีดคว้านเปลือกออก จากนั้นให้ใช้ดินเหนียวหุ้มเล็กน้อยตรงที่คว้าน แล้วนำขุยมะพร้าวที่ชุ่มด้วยน้ำ มาหุ้มกิ่งตอน แล้วมัดด้วยปอ หรือเชือกให้เรียบร้อย ประมาณสองถึงสามเดือน รากจะงอกออกมา

เมื่อผักหวานงอกออกมาแล้ว ให้นำไปใส่ถุงดำ พักฟื้นในเรือนเพาะชำไว้ก่อน สังเกตให้ดี ผักหวานจะไม่ค่อยมีรากมาก เหมือนต้นไม้อย่างอื่น ต้องระวังอย่าให้รากขาด ซึ่งการตอนกิ่งจะให้ได้ผลดี คุณพะยอมบอกมีเคล็ดลับง่ายๆ เลย คือ ต้องเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม นั่นก็คือ ช่วงราวๆ เดือนพฤษภาคมจะดีมาก เมื่อรากงอกฝนก็มา การให้น้ำกิ่งตอนนี้ ควรใช้สลิงฉีดยาที่ใช้แล้ว ฉีดน้ำใส่เข้าไปในขุยมะพร้าว จะทำให้รากชุ่มชื้น รากจะงอกเร็ว นอกจากนี้ คุณพะยอมยังบอกอีกว่าการเพาะพันธุ์พืชจากเมล็ดหรือการตอนกิ่งนั้นก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรมาก ส่วนใหญ่คนที่ศึกษาก็ทำเป็นกันอยู่แล้ว แต่ความสำคัญของพืชเพาะชำเหล่านี้ คือการบริหารจัดการให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว อย่างพันธุ์พืชที่คุณพะยอมทำขายอยู่นี้ก็ราคาไม่แพงนัก เพราะคุณพะยอมขายแค่ต้นละ5บาทเท่านั้น แต่รายได้โดยรวมต่อเดือนก็ถือว่าอยู่ได้สบายๆเลย

ต้นทุนการผลิต

แผนการตลาด

คุณพะยอมก็ใช้หลักการขายง่ายๆ คือขายด้วยความจริงใจ ตลาดที่ขายเป็นหลัก ส่วนใหญ่ก็จะขายหน้าร้าน ตั้งขายอยู่บนพื้นที่ที่เช่าเขาปลูกพันธุ์ไม้นี่แหละ ใช้หลักไม่ยุ่งยาก ก็พยายามทำพืชทุกชนิด ให้ลูกค้ามาแล้วมีตัวเลือก ไม่ผิดหวังกลับไป อาศัยว่าจริงใจไม่โกหก ใครอยากได้ความรู้ก็แบ่งปัน เขาไป การบริการที่ดีของเรา ก็ส่งผลดีต่อยอดขาย ลูกค้าชอบก็ไปบอกต่อ ก็ใช้หลักการนี้เป็นช่องทางการตลาดอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งรายได้เฉลี่ยต่อเดือนคุณพะยอมบอกว่าอยู่ที่ประมาณ 15,000-30,000 บาท เริ่มต้นราคาขายต้นกล้าอยู่ที่ราคา5บาท สำหรับต้นกล้าที่เพาะอยู่ในถุงขนาดเบอร์5 ถ้าเป็นต้นกล้าที่เพาะในถุงขนาดเบอร์7 ราคาจะอยู่ที่ประมาณ8บาท ซึ่งทุกวันนี้คุณพะยอมบอกว่า ต้นกล้าที่เพาะยังไม่พอขายเลย แม้ว่าส่วนใหญ่ลูกค้าจะโทรมาสั่งจองล่วงหน้าก่อนว่าต้องการต้นกล้าอะไรบ้างก็ตาม ซึ่งลูกค้าที่แวะเวียนมาซื้อมีทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร มีทั้งในจังหวัดนครนายกจังหวัดใกล้เคียงและจังหวัดอื่นๆอีก เช่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สกลนคร อุบลราชธานี สุพรรณบุรีแม้ว่าการเดินทางจะไกลแต่เมื่อลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและราคาแล้ว แม้จะอยู่ไกลกันคนละภาคก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะลูกค้าบอกว่าต้นกล้าที่สวนคุณพะยอม เมื่อนำไปปลูกขึ้นและเติบโตดี อีกทั้งยังมีพันธุ์ไม้ให้เลือกมากมายด้วย ซึ่งคุณพะยอมเล่าว่า ปัจจุบันนี้คุณพะยอมมีต้นกล้าพันธุ์ไม้กว่า 30 ชนิด มีทั้งพันธุ์ไม้หายาก พันธุ์ไม้มงคล ไม้ผล ไม้ประดับ เรียกว่าลูกค้าต้องการพันธุ์ไม้ชนิดไหนที่สวนของคุณพะยอมมีหมดเลย แถมแม่ค้าก็ใจดีราคาซื้อขายก็ไม่แพงด้วยคะ ใครสนใจและรักการปลูกต้นไม้แวะเวียนไปอุดหนุนกันได้นะคะ

เพาะกล้าไม้อย่างตั้งใจ สร้างแหล่งงาน ทำเงินเลี้ยงชีวิต

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

คุณพะยอมแนะนำต่อว่า สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี ก็อยากให้ดูคุณพะยอมเป็นตัวอย่าง “ดิฉันเป็นคนที่ไม่ได้มีมาตั้งแต่เกิด แต่ที่มีได้ก็ด้วยความพยายาม ไม่ยอมแพ้ ความรู้เป็นสิ่งสำคัญ ไม่รู้อะไรก็แค่ถามจากคนที่รู้ ไม่เก่งอะไรก็ให้ฝึกฝน เมื่อรอบรู้แล้วก็เอามาประยุคใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะทำอะไรขอแค่ให้มีความพยายามให้มากพอ”


เป็นข้อเสนอแนะที่ฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที จริงอย่างที่คุณพะยอมว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา อยู่แค่ว่าจะทำหรือไม่ทำ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่เราลงมือทำด้วย

หากใครสนใจอยากได้คำแนะนำหรือเคล็ดลับดีๆก็ไปพบกับคุณพะยอมได้ที่ บ้านเลขที่178 หมู่.4 ตำบล นาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โทร 08614743633 คุณพะยอม บอกว่ายินดีต้อนรับเสมอ

เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานนรักบ้านเกิด.คอม
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
25-30°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
23-30°C
ชลบุรี
25-30°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
25-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×