เกษตรกรต้นแบบ
"ไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง แห่งเดียวในเมืองแพร่ สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน"
คุณรำพึง รักษา
 30 มิถุนายน 2559   136
จ.แพร่
การปรับปรุงสายพันธุ์ไผ่ใหม่ถึงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เราก็ไม่ท้อ ปรับปรุงจนได้ไผ่หวานและสมบูรณ์ นั่ นคือ ไผ่บงหวาน เพชรน้ำผึ้ง หนึ่งเดียวในจังหวัดแพร่

ไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง คือ ไผ่บงหวานที่ได้รับการคัดเลือกต้นใหม่จากการเพาะเมล็ดระหว่างไผ่บงหวาน จ.เลย และไผ่บงหวาน จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนกับไผ่บงหวานทั่วไป คือ จะเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นโตเต็มที่สูงประมาณ 7 - 12 เมตร เนื้อไม้ตันไม่มีรู หน่อมีขนาดใหญ่ เมื่อเก็บจากต้นที่โตเต็มที่จะมีขนาด 2 - 3 หน่อต่อกิโลกรัม ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ที่ปลูกมีลักษณะเด่นอยู่ที่หน่อไผ่ จะมีรสชาติไม่ขมมีลักษณะหวานกรอบ ไม่มีเส้นใย เนื้อของหน่อจะละเอียด มีกลิ่นหอม สามารถกัดชิมดิบๆแล้วไม่ขมติดลิ้นเหมือนไผ่พันธุ์อื่นๆ เมื่อนำไปปรุงสุก จะมีกลิ่นคล้ายๆข้าวโพดหวาน หน่อไผ่บงหวานเพชนน้ำผึ้ง สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนูโดยหั่นสดๆ แล้วทำอาหารได้เลยไม่ต้องต้มน้ำทิ้งก่อน เช่น ลวกหรือย่างจิ้มน้ำพริก ผัดน้ำมันหอย หน่อบงหวานผัดกุ้ง ชุบแป้งทอด ทำแกงเขียวหวาน ต้มจืดกระดูกหมู

คุณรำพึง รักษา กับต้นกล้าไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ่งหนึ่งเดียวใน จ.แพร่

คุณรำพึง รักษา เกษตรกรผู้ปลูกไผ่บงหวาน เพชรน้ำผึ้ง อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 4 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ทำการเกษตรในที่ดินของตนเองทั้งหมด 18 ไร่ และเช่าที่ดินติดกันอีก 24 ไร่ ทำการเกษตรมามากกว่า 15 ปี สำหรับการเกษตรส่วนใหญ่จะเน้นพัฒนาสายพันธุ์ไผ่ให้มีรสหวาน หมายถึงการทานหน่อไผ่ตอนดิบๆแล้วหวานไม่มีรสขม การปลูกไผ่ทดสอบการออกหน่อของแต่ละสายพันธุ์ การปลูกพืชผสมผสานชนิดต่างๆ จนประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธ์ุหน่อไผ่ที่มีรสหวานอย่าง ไผ่บงหวาน เพชรน้ำผึ้ง ที่มีผู้คนชื่นชอบ หาซื้อไปบริโภค จนหน่อไผ่ที่ออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอย่างมากมายถึงเดือนละหลายหมื่นบาท

เมื่อปี พ.ศ. 2544 คุณรำพึงได้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยเริ่มที่พื้นที่ 5 ไร่ก่อน และพืชหนึ่งในนั้นก็คือไผ่บงหวาน ทดลองปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ โดยใช้พันธุ์ไผ่จำนวน 200 ต้น โดยได้ซื้อพันธุ์มาจาก จ.เชียงใหม่ และพันธุ์ไผ่บงหวานที่เพาะจากเมล็ดมาจากเขตอำเภอภูเรือ จ.เลย เมื่อนำมาเพาะปลูกรวมกันแล้ว พบว่าต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีหลายลักษณะ กระจายตัวอยู่ พบต้นไผ่บงหวานที่มีลักษณะรสชาติขมประมาณ 0.5% ทางสวนได้ทำการขุดออกทิ้งทั้งหมด เพื่อจะได้ปรับปรุงสายพันธ์ใหม่

ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง หวาน หอม สดๆใหม่ๆ

คุณรำพึงเล่าว่าการปรับปรุงสายพันธุ์ไผ่ใหม่ โดยการคัดสายพันธุ์ที่ให้มีลักษณะที่ดีและทราบอายุ เป็นช่วงเวลาที่ยากมากที่สุด แต่เราก็ไม่ท้อ ปรับปรุงจนได้ไผ่ที่มีช่วงอายุในการเพาะปลูกที่ดีและสมบูรณ์ในที่สุด จึงได้หน่อไผ่สายพันธ์ุที่มีรสหวาน สามารถรับประทานแบบสดๆได้เลย จึงได้ตั้งชื่อว่า ไผ่บงหวาน เพชรน้ำผึ้ง ให้เข้ากับชื่อสวนไผ่ในตอนนั้นที่มีชื่อว่า สวนไผ่เพชรน้ำผึ้ง

การปลูกไผ่บงหวาน เพชรน้ำผึ้งแบบง่ายๆ

- เลือกกล้าไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งที่แข็งแรงและสมบูรณ์

- ไถดะในที่ดินเพื่อกำจัดวัชพืช โดยยกร่องห่างกันประมาณ 6-7 เมตร

- ควรจะปลูกในเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมจะดีที่สุด

- ควรปลูกในระยะระหว่างต้น 2 เมตร ระยะระหว่างแถว 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะใช้ต้นไผ่บงหวาน 200 ต้น

- ขุดหลุมกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร

- คลุกหลุมปลูกด้วยขี้เถ้าแกลบเพื่อเก็บความชื้นจะทำให้ไผ่บงหวานโตเร็วขึ้น

- ควรให้น้ำ 3 - 4 วัน ต่อครั้ง แต่ละครั้งเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย

- ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน การให้น้ำควรดูตามสภาพอากาศ ถ้าดินชื้นตลอดไม่ต้องให้น้ำ

- ควรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเช่น มูลวัว มูลควาย และวัสดุที่เหลือจากภาคเกษตรกรรมเช่นฟางข้าว ซังข้าวโพด ใส่ที่โคนไผ่กอละ หนึ่งกระสอบปุ๋ย หรือประมาณ 30 กิโลกรัม ปีละ 2 ครั้ง

- ใช้ปุ๋ย 46 -0-0 อัตรา 50 กรัมต่อกอ สลับกับ 8 -24 - 24 อัตรา 50 กรัมต่อกอ โดยให้ทุกๆ 15 วัน

สำหรับการปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง การขยายพันธุ์ด้วยการเพาะจากเมล็ดใช้เวลา 3 ปี จึงจะเก็บหน่อได้ และการขุดแยกเหง้าจากต้นที่เพาะจากเมล็ดจะให้ผลผลิตเร็ว ใช้เวลา 6 - 8 เดือน ก็สามารถที่จะเก็บหน่อได้ เกษตรกรสามารถเลือกวิธีการปลูกได้ตามความต้องการ เพราะสามารถให้ผลผลิตที่เท่ากัน แต่ต่างกันที่ระยะเวลาเท่านั้น

ต้นไผ่บงหวาน ชุ่มชื้น ด้วยขี้เถ้าสีดำๆ

วิธีทำ :

1.นำผลไม้สุกมาผสมกับกากน้ำตาลน้ำเปล่าและนมสดลงในถังหมักคนให้เข้ากัน

2.ใส่สาร พด.2 ลงไป คนให้เข้ากันปิดผาให้สนิท เก็บไว้ในที่ร่มทิ้งไว้ 3 เดือน

3.เมื่อครบแล้วสามารถนำมาราดตรงโคลนต้นไผ่ที่มีขึ้เถ้าคลุมอยู่ 3 เดือน รด 1 ครั้งช่วงเช้า หน่อไม้ก็จะมีรสหวาน สามารถกินสดๆ ได้เลย

ต้นทุนการผลิต

สำหรับสวนเพชรน้ำผึ้ง ลงทุนในการเริ่มปลูกต้นไผ่อยู่ที่ 1 ไร่ จะให้ต้นกล้าทั้งหมด 200 ต้น ราคาต้นกล้าละ 100 บาท และทำการปรับปรุงสายพันธ์ุขยายพันธ์ต้นกล้าเอง จึงทำให้มีต้นกล้าในสวนอยู่แล้ว ไม่ต้องไปซื้อต้นกล้าจากที่อื่น และมีการค่าปุ๋ยคอกต่างๆซึ่งจะให้ 1 กอต่อ 1 กระสอบ กระสอบละ 25 บาท รวมถึงขี้เถ้า 1 กอต่อ 1 กระสอบ กระสอบราคาละ 20 บาท ซึ่ง 1 ปีจะใส่แค่ 2 ครั้ง ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ไม่มาก ตกเดือนละประมาณ 1,000 - 2,000 บาท ส่วนค่าในการดูแลต้นไผ่ ทางสวนจะดูแลด้วยตนเอง จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการจ้างคนงานดูแลสวนแต่อย่างใด

แผนการตลาด

สำหรับแผนการตลาดทางสวนเพชรน้ำผึ้ง จะจำหน่ายกิ่งพันธุ์ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ่ง ที่สวนของตัวเอง โดยที่ลูกค้าจะมารับเองที่สวน โดยจะขายกิ่งพันธ์ุไผ่บงหวานที่เพาะจากเมล็ดในแปลงแล้วถอนใส่ถุงดำ ที่มีอายุมากกว่า 1 ปี ต้นละ 30 บาท ไผ่บงหวานที่เพาะจากเมล็ดแล้วลงปลูกในแปลง 2 ปี คัดต้นขมทิ้งไปแล้ว ต้นละ 50 บาท ไผ่บงหวานที่เพาะจากเมล็ดปลูกลงแปลงไปได้ 3 ปี ขึ้นไปคัดเลือกสายพันธุ์แล้วใช้ชื่อว่าเพชรน้ำผึ้ง โดยเลือกเอาแต่ต้นที่ให้หน่อใหญ่ ขุดเหง้ามาปลูกอีก 1 ปีแล้วขุดเหง้าขายใส่ถุงดำอีกประมาณ 2 - 5 เดือน รากเต็มถุงแข็งแรงแล้วพร้อมปลูกได้เลย ต้นละ 100 บาท ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งปลูกแล้ว 5 ปี เลือกต้นที่ดีที่สุดจากกลุ่ม จะเริ่มจำหน่ายได้ในเดือนพฤษภาคม เรียกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งเบอร์ 2 ต้นละ 200 บาท สำหรับหน่อไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ของทางสวนจะออกช่วงนอกฤดูตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ทางสวนจะขายกิโลกรัมละ 60 บาท ช่วงในฤดูตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ทางสวนขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท รายได้โดยเฉลี่ยของไผ่บงหวานไม่น้อยกว่า 75,000 บาทต่อไร่ต่อปี

ต้นกล้าไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ทุกต้นมีคนจับของเป็นเจ้าของหมดแล้วจ้า

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

ในการขยายพันธุ์ไผ่บงหวานนั้น เราต้องปลูกไผ่บงหวานและดูแลรักษาให้ผ่านไปได้ 1 ปี ไผ่ 1 กอสามารถที่จะแยกเหง้าขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณได้ ราวๆ 12 - 15 เหง้า ถ้ามีไผ่บงหวาน 50 กอใช้พื้นที่ปลูก 1 งาน การดูแลรักษาผ่านไป 1 ปี ก็จะสามารถแยกขยายพันธุ์ได้ 600 - 750 ต้น และควรปลูกเพิ่มได้ไม่ต่ำกว่า 3 ไร่ สำหรับการขยายพันธุ์ไผ่บงหวานนั้น ไม่สามารถตอนหรือปักชำได้ง่าย ทำให้การกระจายพันธุ์ของไผ่บงหวานล้าช้า จึงทำให้ไม่ค่อยเห็นหน่อไผ่ชนิดนี้ตามท้องตลาดมากนัก ทำให้การขายเหง้า หรือต้นกล้า ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สร้างรายได้เช่นเดียวกัน

ไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง หนึ่งเดียวในจังหวัดแพร่
เรื่อง/ภาพโดย: จามจุรี จักรสมศักด์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.เชียงราย
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
25-35°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×