เกษตรกรต้นแบบ
"ใบหมี่ พืชที่มีดีต่อเส้นผมมากมาย ทำเงินได้ไกลถึงต่างแดน"
คุณปกรณ์ ทรัพย์เจริญ
 29 มิถุนายน 2559   1,261
จ.นครนายก
โลกใบนี้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ถ้าไม่ออกเดินทางก็ไม่มีวันค้นพบ

ปกรณ์ ทรัพย์เจริญ หนุ่มหล่อนัยตาคม จากตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ผู้มีความคิดเปลี่ยนชีวิตหันหลังให้กรุงมุ่งหน้ากลับบ้านเกิด สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชนด้วยการแปรรูปต้นหมี่ เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผม ที่ให้ทั้งความนุ่มลื่น เงางาม บำรุงหนังศรีษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และ ช่วยให้ผมดกดำ จนสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในชุมชนด้วยการรวมกลุ่มกันผลิตแชมพูและครีมบำรุงผมจากใบหมี่ ใช้เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์และทำการตลาด เพียง 3 ปี สามารถกระจายผลผลิตไปขายได้ทั่วประเทศและทำตลาดส่งออกไปได้ไกลถึง เกาหลี จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ด้วยคุณภาพระดับ 5 ดาว

ปกรณ์ ทรัพย์เจริญ อดีตพนักงานบริษัทที่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเต็มขั้น

คุณปกรณ์ ทรัพย์เจริญ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ สาขาเคมีอุตสาหกรรม เติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นชาวสวน ได้ลาออกจากงานที่กรุงเทพมหานคร เพราะทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วเงินไม่พอใช้ จึงมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดที่ จ.นครนายก แล้วหันมาทำการเกษตรเต็มตัว โดยนำความรู้ที่เรียนมาและประสบการณ์จากงานที่ทำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชน จากการรวมตัวกันทำแชมพูและผลิตภัณฑ์สมุนไพร อื่นๆ ขึ้น ซึ่งคุณปกรณ์เริ่มต้นจากการทำแชมพูและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ใช้เอง จากการทดลองผิดทดลองถูก จนได้สูตรที่ตายตัว จากนั้นใช้เวลาเรียนรู้ถึง 3 ปี ในการจัดการบริหารงานการผลิตและการตลาด ต่อมาได้ตั้งชื่อกลุ่มว่าวิสาหกิจชุมชน "รักษ์ดิน ถิ่นพลังงานยั่งยืน" ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของสมาชิกในชุมชนที่ได้รับการส่งเสริม และถ่ายทอดองค์ความรู้ในชุมชนเกี่ยวกับการทำแชมพูและแปรรูปสมุนไพร

ในใบหมี่ให้สารเมือกเหนียวที่จะไปเคลือบผมพร้อมกับบำรุงไปในตัว การนำใบหมี่ไปใช้กับเส้นผม ผมจึงนุ่มสลวยเป็นเงางาม มีความปลอดภัย ไม่ทำลายหนังศีรษะ และไม่ทำให้เกิดอาการคันระคายเคือง นอกจากนี้ยังช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม บำรุงหนังศรีษะ ขจัดรังแค ช่วยลดอาการอักเสบของหนังศรีษะพร้อมปรับสภาพเส้นผมที่แห้งเสียให้มีความชุ่มชื้น มีน้ำหนักนุ่มนวลขึ้นใหม่ด้วย

ใบหมี่ สร้างรายได้

ต่อมาได้พัฒนาการทำแชมพูสูตรทั่วไปมาเป็นแชมพูใบหมี่ จากสรรพคุณอันโดดเด่นที่ทำการศึกษาและทดลองทำ ทำให้แชมพูใบหมี่ที่ได้นั้นมีกลิ่นหอมเฉพาะ,ใช้แล้วเส้นผมดกดำเป็นเงางาม,ลดความคันหนังศรีษะ,ลดการหลุดร่วงของเส้นผมและช่วยขจัดรังแคได้เป็นอย่างดี จึงนำมาสู่การใช้กับคนจริงๆ และทดลองขายเมื่อมีผู้สนใจ และมีลูกค้าขอให้ผลิตขายเชิงการค้าและนำออกจำหน่ายตามท้องตลาด ผลปรากฎว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงมีการขยายกลุ่มเพาะปลูกต้นหมี่ และ กลุ่มผลิตแชมพูขึ้นมาเพื่อรองรับตลาดที่กำลังเติบโต โดยเน้นใช้ "ใบหมี่" ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาเป็นวัตถุดิบหลัก เพราะมีคุณสมบัติเฉพาะที่ดีต่อผิวและผม ทั้งยังมีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมือนสารสังเคราะห์ที่ใช้เป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทั่วไป ที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และ เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ จนแชมพูใบหมี่ได้รับการันตรีให้เป็นสินค้าโอท็อปประจำจังหวัดนครนายกที่ต่อมากลายเป็นของฝากติดมือนักท่องเที่ยว ซึ่งขายดีจนผลิตไม่ทันเลยทีเดียว

คนไทยโบราณนิยมนำใบหมี่มาใช้หมักหรือนวดผม เพื่อให้ผมนุ่มสลวย ดกดำเป็นเงางาม ลดการหลุดร่วง และด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นนี่เอง ที่ทำให้คุณปกรณ์หันมาจับสมุนไพรใบหมี่ไปพัฒนาเป็นแชมพูใบหมี่สูตรเข้มข้น ซึ่งเห็นผลลัพธ์ได้เพียงครั้งแรกที่ใช้อย่างไม่ลังเล การทำแชมพูใบหมี่ คลิ๊ก

ผลิตภัณฑ์แชมพูใบหมี่ที่ได้มาตรฐาน

ต้นทุนการผลิต

1. ชุดนํ้ายาสำหรับทำแชมพู จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 600 บาท ได้แก่

- หัวเชื้อแชมพู N28

- เกลือบริสุทธิ์ จำนวน 3 กรัม

- สารกันบูด จำนวน 5 ซีซี

- หัวน้ำหอม จำนวน 10 ซีซี

- น้ำคั้นจากใบหมี่ (ปลูกเองไม่มีต้นทุน)

2.ค่าขวดพลาสติก จำนวน 18 ขวด + ค่าสติกเกอร์ จำนวน 18 บาท รวมเป็นเงิน 387 บาท

จากการลงทุนทั้งหมด 987 บาท จะสามารถผลิตแชมพูได้ 18 ขวด จำหน่ายขวดละ 150 บาท จะได้เป็นเงิน 2,700 เมื่อหักต้นทุนแล้ว จะได้กำไรถึง 1,713 บาท (2,700-987 = 1,713 )ต่อรอบการผลิตตามสัดส่วนข้างต้น

แผนการตลาด

สำหรับการทำการตลาดที่ผ่านมานั้น คุณปกรณ์มีการวางแผนและดำเนินการตามแผนการต่างๆ ดังนี้

- ระยะเวลา 3 เดือนสร้างมาตรฐานการผลิตและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์

- ระยะเวลา 1 ปี เพิ่มผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์และการผลิต รวมถึงขยายฐาน
ลูกค้าในการจัดจำหน่าย เก็บข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้า

- ระยะเวลา 3 ปี เตรียมแหล่งวัตถุดิบ เพิ่มเทคโนโลยีให้ผลิตภัณฑ์ และแหล่งเงินทุน

- ระยะเวลา 4 ปี ขึ้นไป ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในระดับจังหวัดนครนายกและระดับประเทศ

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมายอดการผลิตยังคงสม่ำเสมอ เนื่องจากยังไม่มีการดำเนินงานทางการตลาดเมื่อมีการวางแผนการตลาด มีการสร้างจุดยืนและจุดเด่นให้สินค้าจะสามารถขยายตลาดแชมพูสมุนไพรให้มียอดขายเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องด้วยการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย เช่น ขายอออนไลน์ ออกบู้ทในงานสินค้าโอท็อป ซึ่งผลิตภัณฑ์ แชมพูใบหมี่ นั้นช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากขึ้น จนในปัจจุบันได้ทำการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน และ สิงคโปร์ ได้แล้ว และยังได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข ทำให้กลายเป็นสินค้าคุณภาพดี ที่ปลอดภัย ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย

อุปกรณ์และวิธีการทำผลิตภัณฑ์ขั้นต้น

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

การทำสินค้าแปรรูป อย่างชมพูใบหมี่ให้มีผลกำไรได้นั้นไม่ไช่เรื่องยาก เพียงแค่เกษตรกรต้องมีความขยัน อดทน ประหยัด ซื่อสัตย์ และ ต้องรักในอาชีพของตนเอง ก็จะประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นๆ ได้ และเชื่อว่าเกษตรกรทุกคนสามารถทำได้อย่างแน่นอน อีกอย่างที่สำคัญของหลักการทำเกษตร คือ เกษตรกรยุคใหม่นี้จะต้อง ผลิตเอง แปรรูปเอง ขายเอง ทำการตลาดเอง ได้แล้ว แล้วจะรุ่ง -รอด- มีอนาคตยาวไกลได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานใด

เรื่อง/ภาพโดย: เสาวลักษณ์ ภูมิโคกรักษ์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครราชสีมา
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
23-28°C
เชียงใหม่
21-28°C
นครราชสีมา
22-28°C
ชลบุรี
23-28°C
นครศรีธรรมราช
24-27°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×