เกษตรกรต้นแบบ
"ชาวสวนสละสุมาลีมีรายได้เดือนละหลายหมื่น ที่จังหวัดพัทลุง"
คุณนัน ชูเอียด
 09 มิถุนายน 2559   820
จ.พัทลุง
หันหลังให้กับสวนยางพาราและสวนปาล์มมาเอาดีในการปลูกสละสุมาลี สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ดี ปีละเกือบล้าน

เกษตรกรคนเก่งลุงนัน ชูเอียด แห่ง จ.พัทลุง เปลี่ยนอาชีพจากการปลูกยางพารามาเป็นปลูกสละสุมาลี ทำรายได้ดี ปีละ หลายแสนบาท สละพันธุ์สุมาลี เป็นสละพันธุ์ใหม่ล่าสุดของไทย มีลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวสีเขียวอมเหลือง ใบกว้าง ปลายใบสั้นกว่าสละเนินวง หนามอ่อนมีสีส้มอ่อน ช่อดอกใหญ่ ยาว ติดผลง่าย ผลป้อมสั้น สีเปลือกเนื้อคล้ายสละเนินวง ให้เนื้อหนา แต่บางกว่าสละเนินวง มีรสหวาน กลิ่นหอมเฉพาะ เมล็ดมีขนาดเล็ก ทนต่อสภาพแสงแดดจัด และแห้งแล้งได้ดี สละสุมาลีเหมาะการปลูกในพื้น อ.ป่าบอน จังหวัดพัทลุง ซึ่งจังหวัดพัทลุงมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น มี 2 ฤดูกาล ฤดูฝนได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม และฤดูร้อนได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอุณหภูมิสูงสุดคือเดือนเมษายน ส่วนอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24.0 องศาเซลเซียส เดือนที่มีอุณหภูมิต่ำสุดคือเดือนกุมภาพันธ์ และอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28.1 องศาเซลเซียส จึงส่งผลให้สละสุมาลีมีรสชาติดี หอม หวาน อร่อย

ลุงนัน ยิ้มรับรายได้เฉลี่ย 17,500 บาท/สัปดาห์

ลุงนัน ชูเอียด อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 9 ตำบลหนองธง อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ที่หันหลังให้กับสวนยางพาราและสวนปาล์มมาเอาดีในการปลูกสละสุมาลีและสามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้ด้วยรายได้หมุนเวียนที่ได้จากการปลูกสละสุมาลี ตกเฉลี่ยสูงถึงสัปดาห์ละ 12,000-17,500 บาท เลยทีเดียว

ลุงนัน ชูเอียด ให้ข้อมูลว่าตนมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 30 ไร่ ที่ทำการเกษตรหลายอย่างในรูปแบบไร่สวนผสม แบ่งพื้นที่ปลูกพืชหลัก สละ หมาก และ ปลูกพืชอายุสั้น เช่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และพืชผักสวนครัว ขุดบ่อน้ำไว้สำหรับเลี้ยงปลาและใช้น้ำรดต้นไม้ และได้จัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ไว้สำหรับผู้คนที่สนใจมาศึกษาดูงาน ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำให้มีรายได้และผลตอบแทนที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาทันตาเห็น

ในการปลูกสละนั้น ลุงนันเริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2539 ที่ผ่านมา ได้มีแนวคิดในการปลูกสละ เพราะสละนั้นจะให้ผลผลิตตลอดทั้งปีและเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก โดยมีแรงบันดาลใจมาจากบุคคลในครอบครัว

"ลุงนันเกษตรกรชาวตำบลหนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง บอกกับเราถึงวิธีการทำการเกษตรและกระจายผลิตของตนเองสร้างรายได้อย่างงาม"


จึงไปดูงานการปลูกสละตามที่ต่างๆ หลายจังหวัด เช่น จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผลิตของตนเองสร้างรายได้อย่างงาม

จากนั้นจึงได้มาเตรียมแปลงปลูกสละ ลักษณะดินควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนปนเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ไม่ควรมีน้ำท่วมขัง แต่มีสภาพดินไม่แห้งแล้ง ในพื้นที่ดอนควรมีระบบน้ำที่สามารถให้เพียงพอ ส่วนพื้นที่ล่มที่อาจเสี่ยงต่อน้ำท่วมขัง ให้ขุดแนวร่องระบายน้ำในแปลงออกสู่ที่ต่ำของแปลง โดยขุดร่องล้อมรอบทั้งสี่ด้าน

การเตรียมแปลงเริ่มด้วยการปรับหน้าดินให้สม่ำเสมอ สำหรับพื้นที่ลุ่มควรปรับให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยในด้านใดด้านหนึ่ง ทำการไถพรวนดิน และตากดินนาน 7-14 วัน กำจัดวัชพืช หลังจากนั้น หว่านปุ๋ยคอกอัตรา 3-5 ตัน/ไร่ พร้อมไถพรวนดินให้ร่วนซุยออกอีกครั้ง

ลุงนันดูแลสละเหมือนกับคนในครอบครัว

การดูแลรักษาสละในระยะก่อนให้ผลผลิต (อายุ 1-3 ปี)

- ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 2-5 กิโลกรัม/กอ/ปีแบ่งใส่ 2-4 ครั้ง/ปี

- ใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/กอ/ปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี


การผสมเกสรสละ : การผสมเกสรสามารถผสมกันได้ 2 วีธี

- ผสมเกสรโดยตัดช่อดอกตัวผู้ของสละที่บานแล้วมาเคาะใส่ช่อดอกตัวเมีย ที่บานแล้วประมาณ 50% ของช่อดอกขึ้นไป ให้ละอองเกสรตกลงไปผสมกับเกสรตัวเมีย

- ผสมเกสรโดยใช้เกสรสําเร็จรูปที่เก็บรวบรวมไว้กับแป้งทาลคัมอัตรา 1:10 พ่นบนช่อดอก ตัวเมียที่บานแล้ว 80% ก่อนนําเกสรสําเร็จรูปไปใช้ควรทดสอบเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตของ ละอองเกสรก่อน

- การผสมเกสรสามารถทําได้ตลอดทั้งวัน แต่ในฤดูฝนเมื่อผสมแล้วต้องคลุมดอกไว้อย่าง น้อย 2 วัน

การโยงผล :

โดยใช้เสาหลักปักรอบกอสละแล้วใช้เชือกผูกกับกระปุกสละ แล้วมาดึงกับเสาหลักที่ปักไว้ ให้โยงให้กระปุกสละสูงจากพื้น 15-20 ซม. หรือโยงผลตามความเหมาะสมโดยเฉพาะในต้นเล็กที่กระปุกผลอยู่ใกล้พื้นดิน เพื่อป้องกันหนอนทรายมากัดกินสละ

การเก็บผลผลิต :

- นับอายุผล ควรเก็บเกี่ยวเมื่อผลสละมีอายุประมาณ 37 สัปดาห์หลังดอกบาน (ประมาณ 9 เดือน) จะได้ผลสละที่มีรสหวานอมเปรี้ยว

- สังเกตสีเปลือก จะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นสีน้ำตาลแดง ผิวแตกลายเป็นลายคล้าย เกล็ดงูชัดเจน

- บีบผลแล้วรู้สึกว่านิ่ม เนื่องจากมีความแน่นเนื้อน้อยลง เมื่อทดสอบปลิดผลจะหลุดออก จากขั้วได้ง่าย

- ทดสอบรสชาติโดยการชิมเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด โดยควรชิมในแต่ละกระปุกก่อนเก็บเกี่ยว เพราะ ในแต่ละกระปุกจะสุกแด่ไม่พร้อมกัน

วิธีเก็บเกี่ยว :

ใช้กรรไกรหรือมีดมีคมตัดกระปุกสละทีละกระปุกวางในเข่งหรือตะกร้าพลาสติกระมัดระวังอย่าให้ผลหลุดร่วง

การเก็บรักษาผลผลิตและการบรรจุ :

ควรเก็บไว้ในตู้เย็นหรือห้องเย็นที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษา คือ 15 องศา ทำให้ของสละมีความสดอยู่และสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เมื่อนำออกมาจากห้องเย็นยังมีอายุในการวางจำหน่ายได้ อีก 3 วัน โดยคุณภาพไม่เปลี่ยนแปลง

ต้นทุนการผลิต

ในการปลูกครั้งแรก ปรับพื้นที่สำหรับปลูกสละ 15,000 บาท/ไร่ ซื้อต้นสละพันธุ์สุมาลีในราคาต้นละ 500 บาท ปุ๋ยจากมูลไก่ กระสอบละ 20 บาท ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 กระสอบ 850 บาท ซึ่งการลงทุนปลูกสละนั้นจะหนักที่ค่าปรับพื้นที่ในปีแรกๆ แต่เมื่อเพาะไปได้สัก 10 รุ่นก็จะเริ่มคืนทุนได้แล้ว

แผนการตลาด

ลุงนัน ชูเอียด บอกว่า ปัจจุบันมีต้นสละ ประมาณ 12,000 ต้น จะทำให้มีผลผลิตออกสัปดาห์ละ 200-250 กิโลกรัมราคาขายกิโลกรัมละ 70 บาท หมุนเวียนไปเรื่อยๆ (ไม่พร้อมกัน) เก็บเกี่ยวผลผลิตขาย แม่ค้าจะมาซื้อถึงสวนในราคา กก.ละ 70 บาท ถ้าส่งขายพ่อค้าในตลาด กก.ละ 100-120 บาท (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล) และในส่วนที่เป็นลูกร่วง ได้นำมาแปรรูปเป็นสละลอยแก้ว สละ 1 กก. สามาทำสละลอยแก้วได้ 15 แก้ว 15 x 20 = 300 ไร่หนึ่งจะให้ผลผลิต 3 แสนบาท

ผลผลิตจากสวนสละลุงนัน

เรื่อง/ภาพโดย: สิทธิโชค กุลสุข จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
22-32°C
เชียงใหม่
18-28°C
นครราชสีมา
20-31°C
ชลบุรี
23-32°C
นครศรีธรรมราช
24-27°C
ภูเก็ต
24-27°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×