เกษตรกรต้นแบบ
"พลิกชีวิตที่เกือบล้มละลาย กลายเป็นชาวสวนที่มีรายได้หลักล้านต่อปีด้วย "ปุ๋ยโบกาฉิ""
คุณประจวบ จำเนียรศรี
 17 พฤษภาคม 2559   48
จ.ระยอง
ทำตัวเองให้เหมือนนรากฝอยต้นไม้ ที่ขยันหาน้ำหาปุ๋ย คนเราก็ต้องขยันทำมาหากินจึงจะรวย

ปัจจุบันเกษตรกรในประเทศไทยใช้ปุ๋ยเคมีใส่พืชสวนไร่นาเป็นส่วนใหญ่ เพียงเพราะคำโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ แต่หารู้ไม่ว่าปุ๋ยเคมีนั้น มีความร้ายกาจเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ปุ๋ยเคมีสามารถทำลายสมดุลของระบบนิเวศดิน และส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในดิน ปุ๋ยเคมีจะเร่งอัตราการสลายตัวของอินทรีย์วัตถุทำให้โครงสร้างของดินเสื่อมลง ดินจึงกระด้างไม่อุ้มน้ำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพืช อีกทั้งการใส่ปุ๋ยเคมีที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นจำนวนมากจะทำให้ดินเป็นกรดจนธาตุฟอสฟอรัสที่มีอยู่ในดินแปรสภาพไปจากเดิมซึ่งพืชไม่สามารถนำมาใช้ได้ และที่สำคัญปุ๋ยเคมีมีราคาที่สูงมากเกษตรกรต้องกู้หนี้ยืมสินมา ซึ่งไม่รู้เลยว่าการขายพืชผลในปีนั้นจะเพียงพอต่อค่าปุ๋ยที่เสียไปหรือไม่

ปุ๋ยโบกาฉิสำเร็จรูป บรรจุกระสอบพร้อมจำหน่าย

นายประจวบ จำเนียรศรี หรือ ลุงจวบ พื้นเพเป็นคนจังหวัดลพบุรี แต่เดิมประกอบกิจการขายเสื้อผ้าอยู่ในจังหวัดลพบุรี ขายดี มีกำไร จึงนำเงินไปลงทุนเล่นแชร์แม่ชม้อย เนื่องจากเห็นว่าได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ผลปรากฎว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คิดกลับทำให้ต้องมีหนี้สินมากถึง 3 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องขายทรัพย์สินต่างๆ เพื่อใช้หนี้ และในปี พ.ศ.2526 ได้เริ่มค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ที่จังหวัดระยอง ด้วยเงินติดตัว 16,000 บาท โดยการขายมะม่วง ผลไม้ต่างๆ และขนมปี๊บทุกชนิด เมื่อกิจการเริ่มดีขึ้นจึงนำเงินไปซื้อที่ดิน โดยที่ดินผืนแรกซื้อเมื่อปี พ.ศ.2533 จำนวน 3 ไร่ ซึ่งได้ปลูกทุเรียนไว้ทั้งหมดและหลังจากนั้นได้มีการซื้อที่ดินสะสมมาเรื่อยๆ ภายในสวนได้ปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มังคุด ลองกอง ทุเรียน เงาะ กระท้อน และมะยงชิด แต่ปัญหาที่พบก็คือปุ๋ยเคมีมีราคาแพงทำให้ต้นทุนในการปลูกผลไม้สูงมากและเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานทำให้ดินแข็งและเสื่อมคุณภาพ พืชที่ปลูกก็ขาดสารอาหารผลผลิตที่ได้ก็ลดน้อยลงจนแทบไม่คุ้มกับต้นทุนค่าปุ๋ยที่แสนแพง จนกระทั่งลุงประจวบได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมการทำปุ๋ยโบกาฉิจากโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู

เมื่อทดลองใช้ปุ๋ยโบกาฉิแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจเพราะนอกจากจะช่วยลดต้นทุนในเรื่องของปุ๋ยแล้วยังเป็นการปรับสภาพดินให้กับมาสมบูรณ์มีคุณภาพผลไม้ในสวนออกดอกออกผลให้ผลผลิตดีกว่าตอนใช้ปุ๋ยเคมี ลุงประจวบจึงมีแนวคิดที่จะทำปุ๋ยโบกาฉิเพื่อขายให้กับชาวสวนในละแวกใกล้เคียง โดยลุงประจวบกล่าวว่า "ในช่วงนั้นผมเห็นชาวบ้านหลายคนประสบปัญหาแบบเดียวกับที่ผมเคยเจอ คือต้องแบกรับภาระค่าปุ๋ยเคมีราคาแพงๆ แถมใช้ไปนานๆดินก็เสียผลผลิตที่ได้ก็น้อย ผมเลยแนะนำให้เค้าหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี ให้พวกเค้ามารู้จักกับปุ๋ยโบกาฉิ

ลุงจวบลงมือผสมปุ๋ยด้วยตนเองทุกกรรมวิธี

แรกๆชาวบ้านก็ยังไม่มั่นใจเพราะเคยใช้แต่ปุ๋ยเคมีมาตลอดเลยไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าที่จะใช้ปุ๋ยที่เป็นอินทรีย์ สงสัยว่ามันจะดีจริงเหรอ? ใช้แล้วผลผลิตมันจะดีกว่าปุ๋ยเคมีเหรอ? ผมเลยเค้าให้มาดูที่สวนของผมเลย ว่าผมใช้อยู่จริงๆแล้วก็ได้ผลดีจริงๆ ชาวบ้านจึงมั่นใจกล้าที่จะสั่งปุ๋ยของผมไป ใช้เมื่อปุ๋ยโบกาฉิที่ลุงประจวบขายเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยจากที่ใช้กันแค่ในหมู่บ้าน ก็ขยายเป็นตำบล เป็นอำเภอก็ขยายมาเป็นจังหวัด ลุงประจวบมีลูกค้าอยู่ทั่วจังหวัดระยอง รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงเพราะกระแสปากต่อปาก ลุงประจวบกล่าวว่า "คนเริ่มรู้จักผมมากขึ้น รู้ว่าผมทำปุ๋ยขาย แล้วปุ๋ยของผมมีคุณภาพ คนเริ่มมาสั่งปุ๋ยของผมมากขึ้นเรื่อยๆ วัตถุดิบที่ใช้ทำปุ๋ยเริ่มไม่เพียงพอ ต้องสั่งขี้วัวจากฟาร์มต่างๆในลพบุรี สั่งแกลบและรำมาจากจังหวัดต่างๆในภาคอิสาน หรือที่อื่นๆที่พอจะหาได้ ผมถือคติอยู่อย่างนึงคือ ปุ๋ยของผมต้องไม่ลดคุณภาพ อัตราส่วนต้องคงที่ทุกกระสอบ ถ้าวัตถุดิบอย่างใดอย่างนึงขาดหรือเหลือน้อย ผมจะไม่ทำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าของผม พอเราเริ่มทำไปนานๆเราจะเริ่มรู้จักแหล่ง ว่าอะไรควรหาที่ไหนเราก็จะง่ายขึ้น"

ปัจจุบันลุงประจวบมียอดสั่งปุ๋ยในแต่ละเดือนหลายสิบตัน มีลูกค้าประจำมากมายทั้งในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง "เพื่อนๆ ที่ไปอบรมทำปุ๋ยพร้อมกับผม ตอนนี้ก็มาสั่งปุ๋ยของผม เพราะสะดวกไม่ต้องทำเองและขายไม่แพง ต้นทุนของผมอยู่ที่กระสอบละ 80 บาท ผมขาย 100-120 บาท แล้วแต่ปริมาณการสั่ง" นอกจากนี้ยังปลูกผลไม้หลากชนิดทั้งทุเรียน เงาะ ลองกองแบบไม่พึ่งพาเคมี

โบกาฉิใช้บำรุงพืชผักสวนครัวได้ทุกชนิด

วิธีการนำไปใช้ :

1.ใช้ปุ๋ยโบกาฉิในแปลงปลูกต้นไม้ทุกชนิด อัตราส่วนปุ๋ย 1 กำมือ/พื้นที่ 1 ตารางเมตร แล้วทำการเพาะปลูกได้

2.พืชผักที่มีอายุต้นกล้า 2 เดือน เช่น ฟักทอง แตงกวา ถั่วฝักยาว ให้ใช้ปุ๋ยรองก้นหลุมก่อนปลูกใช้ประมาณ 1 กำมือ

3.ไม้ยืนต้นและไม้ผลรองก้นหลุมก่อนปลูกด้วยเศษหญ้า ใบไม้ ฟางแห้งและปุ๋ย ประมาณ 1–2 บุ้งกี๋ ส่วนไม้ยืนต้นและไม้ผลที่ปลูกแล้วให้ใส่ปุ๋ยโบกาฉิให้รอบทรงพุ่มแล้วคลุมด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง ฟางแห้ง

4.ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้กระถาง ให้ใส่ปุ๋ยสัปดาห์ละ 1 ครั้งต่อ 1 ช้อนโต๊ะ

ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนการผลิตปุ๋ยโบกาฉิของลุงจวบ ได้แก่ มูลสัตว์(มูลวัว)กระสอบละ 40 บาท เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวจากจังหวัดลพบุรีนำมาส่งให้ถึงที่ แกลบกระสอบละ 35 บาท/25 กิโลกรัม รำละเอียดกระสอบละ 350/25 กิโลกรัม โดยไปรับมาจากจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดชัยภูมิ หัวเชื้ออีเอ็มแกลลอน 5 ลิตร ราคา 280 บาท กากน้ำตาลลิตรละ 10 บาท รับจากพ่อค้าคนกลางในจังหวัดระยอง กระสอบใส่อาหารสัตว์กระสอบละ 4 บาท ซื้อจากโรงงานในจังหวัดชลบุรี เมื่อทำการคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดแล้ว 1 กระสอบต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 80 บาท

แผนการตลาด

ส่วนการทำการตลาดของลุงจวบ ในช่วงแรกใช้การเข้าถึงเกษตรกรโดยการเข้าไปพบชาวสวนถึงที่ นำตัวอย่างไปให้ทดลองใช้ เมื่อใช้แล้วได้ผลดีจึงมีการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ทำให้เป็นที่รู้จักกันในกลุ่มชาวสวนของพื้นที่จังหวัดระยอง ต่อมาเมื่อปุ๋ยของลุงจวบเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว จึงเริ่มขยายตลาดไปยังต่างจังหวัดโดยใช้การแจกนามบัตร และต่อมาจึงเผยแพร่ยังช่องทางโซเชียลมีเดีย การจำหน่ายปุ๋ยโบกาฉิ 1 กระสอบ ขนาดบรรจุ 25 กิโลกรัม จำหน่ายกระสอบละ 100 บาท ภายใน 1 เดือนหากจำหน่ายได้ 1,000 กระสอบ จะมีรายได้เดือนละ 100,000 บาท เลยทีเดียว

การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ จะนำมาซึ่งปุ๋ยที่มีคุณภาพ

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

มูลวัว เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยโบกาฉิ การเลือกซื้อมูลวัวที่มีคุณภาพนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก การเลือกซื้อมูลวัวจึงมีวิธีการเลือก คือ ใช้มูลวัวที่เลี้ยงตามธรรมชาติ โดยการให้หญ้าหรือฟางเป็นอาหารในการเลี้ยง ไม่ใช้มูลวัวแบบวิธีการขุนเด็ดขาด ถึงแม้จะมีราคาที่ถูกกว่าก็ตาม แต่เป็นวิธีการเลี้ยงแบบใช้สารเคมี อาทิเช่น สารเร่งเนื้อที่ไม่เป็นผลดีต่อพืช เมื่อนำมาใส่ต้นไม้ เช่น ยางพารา จะทำให้น้ำยางออกน้อย หน้ายางแห้ง เป็นต้น

เรื่อง/ภาพโดย: ธนโชค ศรีคงรักษ์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.ระยอง
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
25-34°C
ชลบุรี
26-29°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
24-25°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×