เกษตรกรต้นแบบ
"สาวชื่อสวย กับความสำเร็จ
บนหนทางแห่งการเลี้ยงไก่ดำหลากสายพันธุ์"
คุณลัลล์ลลิล จิตเอื้ออารี
 11 พฤษภาคม 2559   216
จ.เชียงราย
กำหนดจุดมุ่งหมายให้ชีวิต แล้วจงลงมือทำไปให้ถึงที่สุด

ไก่ดำเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่อยู่ในกระแสมานาน มีความต้องการบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ไหว้เจ้า ตรุษจีน แก้บน ฯลฯ ผู้คนนิยมเรียกหาไก่ดำพันธุ์แท้ที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือ มีส่วนที่เป็นสีดำทั้ง 8 ทั้ง 8 อย่างที่เป็นสีดำสนิท คือ ปากดำ,ลิ้นดำ,หน้าดำ,หงอนดำ,เล็บดำ,แข้งดำ,ขาดำ และ กระดูกดำ นี่จึงเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้คนต้องการไก่ดำเพื่อวาระโอกาสพิเศษต่างๆ จนสามารถขยายตลาดส่งเนื้อไก่ดำออกไปขายได้ไกลถึงฝั่งลาว สร้างรายได้ให้ลัลล์ลลิลสาวชื่อสวย ผู้มีมุมมองความคิดก้าวไกลได้เป็นอย่างดี

ลัลล์ลลิล เลี้ยงไก่ดำที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

ลัลล์ลลิล จิตเอื้ออารี เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ดำวัย 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 261 หมู่ 16 บ้านห้วยต่าง(บ้านจะพือ) ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย สมรสกับคุณโทนี่ จิตเอื้ออารี มีบุตรทั้งหมด 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คนเดิมมีอาชีพหลักคือดูแลบ้าน และดูแลลูกๆ และมีรายได้จากสามีทางเดียวจากการทำงานและเลี้ยงสุกรกับไก่ดำไว้เป็นอาชีพเสริมด้วย แต่จะเน้นหนักไปทางสุกรในการทำเงินให้ครอบครัวมากกว่า ซึ่งทางด้านสามีจะต้องเดินทางเพื่อค้าขายจึงไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลสัตว์ที่เลี้ยงไว้มากนัก ลัลล์ลลิล จึงคิดหาวิธีแบ่งเบาภาระสามี โดยการขอเลี้ยงไก่ดำเป็นหลัก จากนั้นจึงคิดหาทางเพิ่มจำนวนไก่ดำให้ได้มากที่สุด

เพราะเห็นว่าชุมชนที่อยู่อาศัยมักจะมีเทศกาลและประเพณีหลากหลาย และทุกครั้งที่มีการจัดงาน คนในหมู่บ้านก็จะใช้ไก่ดำเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารในการจัดงานทุกครั้งไป จึงได้นำพ่อแม่ไก่ดำสายพันธุ์มองโกเลีย และไก่ดำสายเหนือมาเลี้ยง ขยายจำนวนพ่อแม่พันธุ์ให้มีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนมีพ่อแม่พันธุ์มากพอที่จะผลิตไก่ดำเพื่อนำไปจำหน่ายได้

ปล่อยเลี้ยงไก่ดำตามธรรมชาติ

ไก่ดำ หรือ ที่หลายๆ คนเรียกว่า "ไก่กระดูกดำ" คือ ไก่พื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากมองโกลเลีย มีรูปร่างสวยงาม มีลักษณะแบบเดียวกับไก่ทั่วไปทุกอย่าง เพียงแต่ว่ามีสีดำทั่วทั้งตัว ทั้งหนังสีดำ เนื้อสีดำ กระดูกสีดำ และเครื่องในสีดำ ส่วนไก่ดำที่เกษตรกรไทยเลี้ยง จะเป็นไก่ดำเลือดผสม เพราะมักจะนำมาผสมข้ามสายพันธุ์กับไก่ดำพันธุ์แท้ ซึ่งไก่ทำพันธุ์แท้นั้นจะมีทั้ง 8 อย่างที่เป็นสีดำสนิท คือ ปากดำ,ลิ้นดำ, หน้าดำ,หงอนดำ,เล็บดำ,แข้งดำ,ขาดำ และ กระดูกดำ ส่วนขนไก่นั้นไม่จำเป็นต้องมีสีดำเพียงสีเดียว เพราะไก่ดำสามารถมีขนสีอื่นๆ ผสมร่วมด้วยได้

นับย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน ลัลล์ลลิลหาพ่อ-แม่พันธุ์ไก่ดำ มาเลี้ยงหลายสายพันธุ์ด้วยกัน เช่น ไก่ดำพันธุ์ภูพาน,ไก่ดำพันธุ์มองโกเลีย,ไก่ดำพันธุ์สายเหนือ,ไก่ดำพันธุ์ชี้ฟ้า,ไก่ดำพันธุ์ฟ้าหลวง และ ไก่ดำพันธุ์ปาป้าซุง ด้วยต้นทุนตัวละประมาณ 500 - 600 บาท เน้นการเลี้ยงแบบธรรมชาติ เช้าปล่อยออกจากเล้าให้หากินเองภายในบริเวณบ้าน แล้วให้ปลายข้าวเป็นอาหารเสริม เมื่อแม่พันธุ์เริ่มฟักไข่ก็จะคอยดูแลอย่างดี พอไข่ฟักเป็นตัวก็มีการให้อาหารเสริมเพื่อให้เติบโตแข็งแรงพอที่จะใช้ทำเป็นพ่อแม่พันธุ์ในรุ่นต่อไปได้ ระหว่างฟอร์มทีมพ่อแม่พันธุ์หากมีชาวบ้านต้องการไก่ดำไปทำอาหาร ก็จะแบ่งขายออกไปบ้าง แต่ช่วงนั้นไก่ดำยังมีไม่มาก จึงต้องคอยเก็บพ่อแม่พันธุ์ไว้เพื่อขยายเพิ่มจำนวนไก่ดำให้มีมากขึ้น ปัจจุบันนี้ ลัลล์ลลิล มีแม่พันธุ์ไก่ดำมากกว่า 50 ตัว

เมื่อมีแม่พันธุ์ไก่ดำขึ้น จึงพร้อมจำหน่ายไก่ดำให้กับชาวบ้านและลูกค้าทั่วไปได้ตามความต้องการของลูกค้าได้ตลอด ตอนที่เริ่มขายตัวแรกนั้นอยู่ที่ราคาประมาณ 120 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบัน ราคาขายอยู่ที่ 160 - 180 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ ลัลล์ลลิลยังเพาะพันธุ์ลูกไก่ดำขายให้กับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงไก่ดำอีกด้วย เพราะได้ซื้อตู้ฟักไข่ไว้เพื่อการผลิตพันธุ์เมื่อปี 2555 จึงย่นระยะวลาในการฟักไข่ลงไปเหลือประมาณ 20 - 25 วัน และรออีก 1 อาทิตย์ก็สามารถจำหน่ายลูกไก่ดำได้ ในราคาตัวละ 25 บาท ซึ่งลูกค้าท่านใดที่ซื้อลูกไก่ดำไปเลี้ยงแล้ว ไม่มีตลาดรองรับ ก็จะรับซื้อคืนอีกด้วย เพราะลัลล์ลลิลคิดว่าน่าจะเป็นการดี ที่จะช่วยให้คนที่ว่างงานหรืออยู่เฉยๆ ได้มีอาชีพหารายได้เลี้ยงครอบครัวอีกทางหนึ่ง

ในเนื้อไก่ดำนั้นมีประโยชน์ เพราะมีสารไมอานิน เป็นสารสีดำที่มีโปรตีนสำคัญที่ร่างกายต้องการ คือ แอนโดร และ อมิโนแอซิด อีกทั้งยังมีปริมาณไขมันต่ำ จึงให้คุณค่าทางอาหารแก่ร่างกาย และเมื่อนำไปตุ๋นร่วมกับเครื่องยาจีน จะทำให้ได้แหล่งอาหารและยาชั้นเยี่ยมที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของร่างกายในหลายด้าน

ให้กล้วยเป็นอาหารเสริมต้านโรค

วิธีการเลี้ยงไก่ดำ : การเลี้ยงไก่ดำ สิ่งสำคัญและต้องระวังมากที่สุดนั้นก็คือ สภาพอากาศช่วงหน้าฝน เพราะช่วงนี้จะทำให้ไก่ดำเป็นโรคต่างๆได้ง่าย อย่างเช่น โรคขี้ขาว ไข้หวัด โรคปอดบวม ซึ่งถ้าเกิดโรคเหล่านี้แล้วไม่ทันสังเกตหรือไม่ทันได้แยกออกมาจัดการดูแล อาจทำให้เกิดเป็นโรคระบาดและตายยกเล้าได้ ดังนั้น เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ไม่ควรปล่อยไก่ดำออกจากเล้าควรเลี้ยงแบบระบบปิด และเมื่อพบไก่ดำที่มีอาการซึมให้รีบนำออกจากเล้า ป้องกันการระบาดของโรค

การดูแลไก่ดำ : ไก่ดำเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ให้อาหารแบบไหนไก่ดำก็สามารถกินได้หมด ยิ่งถ้าเป็นเศษผัก เศษผลไม้ ก็กินได้เช่นกัน จึงทำให้ประหยัดค่าอาหารที่นำมาเลี้ยงเสริมได้ดี การเลี้ยงจึงเป็นแบบผสมผสานกึ่งธรรมชาติ จึงประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ลดการซื้อปลายข้าว หรือแกลบลงได้ การเลี้ยงไก่ดำแบบปล่อยให้หาอาหารกินเองตามธรรมชาติ ในเขตพื้นที่บ้าน ไก่ดำก็จะมีความแข็งแรง และทนทานโรคต่างๆ มากขึ้น แต่จะต้องคอยดูแลเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนเท่านั้น เพราะโรคต่างๆ จะมาในช่วงนี้มากที่สุด ในหน้าฝนจึงควรเลี้ยงแบบให้อยู่แต่ในเล้าเพียงอย่างเดียว โดยมีช่วงระยะเวลาให้ไก่ดำฟักไข่ หรือให้ไก่ดำเติบโตแข็งแรงในช่วงฤดูหนาว เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ราคาไก่ดำพุ่งสูงมากและมีความต้องการมากเป็นพิเศษ พูดได้ว่ามีไก่ดำเยอะมากเท่าไหร่ในช่วงหน้าหนาว รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่ากันเลยทีเดียว

คำแนะนำในการเลี้ยงดู : สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเลี้ยงไก่ดำ จะมีต้นทุนลูกไก่ดำอยู่ที่ราคาตัวละ 20 - 30 บาท ส่วนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จะตกอยู่ที่ตัวละ 2,000 - 4,000 บาท เริ่มแรกอาจจะเลี้ยงเอาพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์เก็บไว้ก่อน หลังจากนั้นถ้ามีไก่ดำมากพอ จึงจะปล่อยจำหน่ายได้ ซึ่งราคาไก่ดำในแต่ละช่วงอาจมีขึ้นลงตามแต่เทศกาล ถ้าช่วงไหนเป็นช่วงที่ตลาดต้องการมากๆ ราคาไก่ดำก็จะสูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาทเลยทีเดียว

ต้นทุนการผลิต

ในการเลี้ยงไก่ดำ จะหนักในช่วงแรกๆ คือ ช่วงของการซื้อหาพ่อ-แม่พันธุ์มาเพาะขยายพันธุ์เพิ่มเติม ในส่วนของลัลล์ลลิล เมื่อเลี้ยงมานานกว่า 10 ปี จึงทำให้มีพ่อ-แม่พันธุ์อยู่มาก ต้นทุนเรื่องพันธุ์จึงไม่มี เพราะไม่ต้องซื้อก่าพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ดำ จะมีก็แต่ค่าอาหารและยาบำรุง โดยค่าอาหารในแต่ละเดือนก็ไม่ได้หนักมากมีแกลบละเอียด 3 ถัง ราคาถังละ 25 บาท ปลายข้าว 30 ถัง ราคาประมาณ 100 บาท และค่ารักษาโรคต่างๆ ประมาณ 200 บาท ใน 1 เดือนจะมีต้นทุนในการจัดการดูแลไก่พ่อแม่พันธุ์ 50 กว่าตัว ประมาณ 575 บาท เมื่อขายไก่ดำได้ในราคากิโลกรัมละ 160 บาท ต่อน้ำหนักตัวเฉลี่ยของไก่ดำ 1 ตัวจะอยู่ที่ 5 - 6 กิโลกรัม ก็จะได้กำไรตัวละ 200 - 300 บาท ต่อรอบการเลี้ยงดู

แผนการตลาด

ลัลล์ลลิล จะทำการตลาดเอง ทั้งหมดไม่ว่าจะหาตลาดขายเอง รับซื้อคืนไก่พร้อมจำหน่ายเนื้อจากลูกค้าที่เคยซื้อลูกหรือพ่อแม่พันธุ์ไปเลี้ยง แล้วกำหนดราคาขายเองในราคา 160 - 180 บาท หรื อรับซื้อไก่ดำคืนจากลูกค้าในราคา120 - 140 บาท เพื่อทำการหน่ายเนื้อต่อ นอกจากนี้ยังมีการโปรโมทผ่านทางโซเชียลมีเดียที่ลูกชายคนโตทำขึ้นเพื่อเปิดช่องทางการตลาดให้กว้างมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าจากประเทศลาวติดต่อเข้ามาซื้อไก่ดำกับลัลล์ลลิล มากถึง 500 ตัว

ลูกไก่ดำพันธุ์ต่างๆ พร้อมจำหน่าย

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

ไก่ดำ เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ให้อาหารแบบไหนไก่ดำก็สามารถกินได้หมด ยิ่งถ้าเป็นเศษผัก เศษผลไม้ ก็สามารถให้กินได้เช่นกัน ถ้าทำได้แบบนี้จะทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงไก่ดำประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ลดการซื้อปลายข้าว หรือแกลบลงได้ ยิ่งถ้าปล่อยไปหาอาหารเองตามธรรมชาติ ตามพื้นที่ในบ้านแล้ว ไก่ดำก็จะมีความแข็งแรง และทนทานโรคต่างๆมากขึ้น แต่จะค่อยดูแลเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนเท่านั้น เพราะโรคต่างๆจะมาในช่วงนั้นมากที่สุด ควรให้อยู่แต่ในเล้าไก่เพียงอย่างเดียว และสำหรับใครที่อยากจะทำรายได้เพิ่มให้คำนวน ช่วงระยะเวลาไก่ดำฟักไข่ หรือให้ไก่ดำเติบโตแข็งแรง ให้อยู่ในช่วงฤดูหนาว เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ราคาไก่ดำพุ่งสูงมากและมีความต้องการมากเป็นพิเศษ พูดได้ว่ามีไก่ดำเยอะมากเท่าไหร่ในช่วงหน้าหนาว รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

เรื่อง/ภาพโดย: จามจุรี จักรสมศักด์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.เชียงราย
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2560
กรุงเทพมหานคร
23-29°C
เชียงใหม่
21-25°C
นครราชสีมา
20-28°C
ชลบุรี
23-30°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×