เกษตรกรต้นแบบ
"ลุงไพรัตน์ เกษตรกรทำนาที่มีแต่ได้กำไร"
คุณไพรัตน์ ตาแก้ว
 20 เมษายน 2559   2,838
จ.พัทลุง
ความขยัน บวกกับการใฝ่รู้ ปรับมาใช้ในอาชีพการทำนา จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จและความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

คุณลุงไพรัตน์ ตาแก้ว เป็นเกษตรกรตัวอย่างและมีความรู้ความชำนาญในการทำนาแบบลดต้นทุนบวกกับความขยัน และช่องทางการตลาดที่ดี อยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 2 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มีอาชีพทำนามา 39 ปี มีพื้นที่ทำนา จำนวน 90 ไร่ ทำเพียงคนเดียว ปัจจุบันคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพเอง ซึ่งเมื่อก่อนได้ซื้อเมล็ดพันธุ์จากศูนย์วิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวจ.พัทลุงแต่ต้นทุนสูง ต่อมาเพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน ประหยัดเวลา ประหยัดกำลังคน และไม่ต้องหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากภายนอก จนพัฒนามาเรื่อยๆปรับกับประสบการณ์ที่ทำนามา และมีสินค้าเป็นของตัวเอง เพราะข้าวทุกเม็ดล้วนปลอดภัย เพราะเป็นนาอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี จนลูกค้าติดใจ ที่สำคัญสินค้ามีไม่พอจะจำหน่ายอีกด้วย

ไพรัตน์ ตาแก้ว

ลุงไพรัตน์เล่าว่า ผมเกิดมาก็เป็นลูกชาวนาทำนามาตั้งแต่เด็ก จนผมมาทำนาของผมเอง ในปี 2530 แต่ลองผิดลองถูกใช้สารเคมีมาประมาณ 5 ปี ครั้งแรก ทำนาจำนวน 90 ไร่ ได้ข้าวมาประมาณ 60 เกวียน จนผมคิดว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ในปี 2539 จำนวนนาเท่าเดิม แต่กลับได้ข้าวมาเป็นจำนวน 90 เกวียน เพราะหันมาทำนาแบบอินทรีย์ ยังไม่พอผมจึงคิดอีกว่าทำยังไงให้ประหยัดต้นทุนการผลิตและต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวของผมเอง ในปี 2557 ได้ศึกษามาเรื่อยๆบวกกับการพัฒนาคุณภาพข้าวให้มีประสิทธิภาพ ผมจึงคิดค้นดัดแปลงออกแบบเครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นใช้เอง และทำน้ำหมัก ปุ๋ยหมักใช้เองด้วยครับ

การคัดเมล็ดพันธุ์ข้าวถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะสามารถเลือกคัดคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ให้ได้ขนาดเมล็ดตามที่ต้องการ สามารถกำจัดเมล็ดข้าวลีบหรือเมล็ดข้าวที่ไม่สมบูรณ์ ตลอดจนเมล็ดของต้นหญ้า เศษไม้เศษขยะต่างๆ ในส่วนการทำงานของเครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าว เมื่อเริ่มเดินเครื่องแล้วใส่เมล็ดพันธุ์ข้าวในถังบรรจุ เมล็ดพันธุ์จะเคลื่อนตัวลงด้านล่างผ่านตะแกรง โดยด้านล่างจะใช้กำลังลมเป่าเมล็ดพันธุ์ลีบที่มีน้ำหนักเบาออกทางช่องด้านหน้า

ปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำนา เพื่อลดต้นทุน

ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นไม่สามารถทำต้นกล้าได้แต่สามารถนำไปให้อาหารเป็ดได้ จะมีรางดักซึ่งจะออกทางช่องด้านกลางของตัวเครื่อง เมล็ดพันธุ์ที่ดีสมบูรณ์จะมีน้ำหนักจะไหลออกทางช่องด้านหลังของตัวเครื่อง โดยใช้เวลา 6 - 7 นาทีสามารถปรับความเร็วได้ตามน้ำหนักของเมล็ดข้าว แยกเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ 30 กิโลกรัม ต่อ 1 ไร่ สามารถคัดแยกเมล็ดข้าวได้ทุกสายพันธุ์

น้ำหมักจากหอยเชอรี่ : นำหอยเชอรี่ 10 กก.ทุบพอแตก จากนั้นนำไปใส่ถังหมัก ใส่กากน้ำตาล 3กก.และ พด. 2 ลงไป เติมน้ำอีก 10 ลิตร หมักทิ้งไว้ 3 เดือน 2-3 วัน คนหนึ่งครั้ง นำไปเก็บไว้ที่ร่มไม่ให้โดนแดด

ลดต้นทุนการผลิต เน้นอินทรีย์ เพิ่มมูลค่า

วิธีการนำไปใช้ : ใช้ในนาข้าวก่อนสูบน้ำ หรือว่าใช้ตอนไถดินก่อนที่จะหว่านข้าว(1ไร่ : น้ำหมัก 5 ลิตร) จะช่วยเพิ่มไนโตเจนในดิน ปรับสภาพดินอย่าให้เปรี้ยวจนเกินไป ช่วยปรับสภาพดินให้เหมาะสมก่อนจะหว่านเมล็ดข้าว

ต้นทุนการผลิต

ด้านต้นทุนการผลิต ในส่วนของแรงงาน เกี่ยวข้าวและนวด ไร่ละ 500 บาท
ต้นทุนค่าปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ กับน้ำหมักชีวภาพ ตกต้นทุนกระสอบละ 700 บาท /ไร่
ต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่ปลูกอยู่จะเป็นข้าวหอมชลสิทธิ์และชัยนาท เมล็ดพันธุ์ก็คัดเลือก ใช้เครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อไว้ทำพันธุ์ แล้วเอามาผึ่งแดดลมให้แห้ง โดยใส่กระสอบปุ๋ยเก็บไว้ ในด้านต้นทุนในการสีข้าว จะแลกกับรำข้าว ปลายข้าว และ แกลบ จึงลดต้นทุนในการสีข้าว

แผนการตลาด

ด้านการตลาด เดิมทีขายข้าวเปลือกก็ได้กำไรอยู่แล้ว พอหันมาขายข้าวสารก็ได้กำไรเยอะกว่าขายข้าวเปลือก แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ต้องเหนื่อยทำการตลาดมาก เพราะมีกระแสความนิยมบริโภคข้าวอินทรีย์ ที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ซึ่งตรงกับนาข้าวที่ทำอยู่ จึงคิดเพิ่มมูลค่าของข้าวขึ้นอีก พอมาบรรจุ แปรรูป ได้ราคาเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเลยทีเดียวและมีแพ็กเกจเป็นของตัวเอง ขายราคาแพ็คละ 35 บาท ข้าวจำนวน1 เกวียน จะได้เงิน 20,000 บาท จนตอนนี้ไม่มีสินค้าจำหน่าย รายได้ต่อปีประมาณ 800,000 บาท บางปีก็ได้เยอะกว่า แล้วแต่สภาพอากาศและราคาข้าวเปลือกด้วย

ข้าวทุกเมล็ด สำหรับไพรัตน์แล้วมีค่ามากครับ

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

1.ข้าวอินทรีย์เป็นข้าวที่ปลูกยากมาก จะเน้นการผลิตที่ปลอดสารพิษและไม่ใช้สารเคมี ที่สำคัญเป็นความต้องการของตลาดและลูกค้า

2.ต้องรู้จักศึกษาสูตรน้ำหมักต่างๆเพื่อนำมาใช้นาข้าว และปรับใช้ให้เกิดประโยชน์หาวัตถุดิบจากท้องถิ่น และพัฒนาการเกี่ยวกับการต่อยอดเครื่องมือ เครื่องใช้ หาวิธีที่ช่วยลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลกำไรขึ้นอีก

3.ตอนนี้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่เก็บไว้ทำพันธุ์เอง และใช้เครื่องคัดแยกเมล็ดเข้าช่วย ทำให้กล้าข้าวแข็งแรง ปราศจากโรค ได้ผลผลิตเยอะขึ้น

ทำนาให้ได้กำไร แบบฉบับไพรัตน์ ตาแก้ว
เรื่อง/ภาพโดย: นงลักษณ์ สุวรรณพันธ์ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
22-30°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×