เกษตรกรต้นแบบ
"คนทำข้าวอินทรีย์ หนทางปลดหนี้ สู่ชาวนาเงินล้าน"
คุณสุกานดา พิมพ์พร
 20 เมษายน 2559   1,376
จ.ศรีสะเกษ
ผลิตข้าวคุณภาพ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รักษาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้คงอยู่ และผลิตข้าวสายพันธุ์ใหม่ให้เป็นที่ต้องการของตลาด

คุณสุกานดา พิมพ์พร อายุ 62 ปี เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชุนคนทำข้าวอินทรีย์หนองปลากุ่ม ปัจจุบันอาศัย 22/7 บ้านหนองปลากุ่ม หมู่ที่ 3 ตำบลดูน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เดิมเป็นคนกรุงเทพมหานคร มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ต่อมาในปี พ.ศ.2540 เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ จึงทำให้ตนได้ลาออกจากงาน เพื่อมาประกอบอาชีพค้าขาย แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ในปี พ.ศ. 2543 คุณสุกานดาได้ไปเป็นลูกจ้างอยู่ในร้านอาหารนานาชาติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระยะหนึ่ง จากนั้นได้กลับมาเมืองไทยมาทำอาชีพเป็นแม่ครัวอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติเซนต์จอห์น ในปี พ.ศ.2546 สามีของคุณสุกานดาได้เกษียณอายุราชการ จึงตกลงกันว่าจะย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของสามี เพื่อทำอาชีพเกษตรกร โดยช่วงแรกทำเกษตรแบบเชิงเดียวปลูกกล้วย ปลูกแตงโม หวังส่งขายให้ได้เงิน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงมีแนวความคิดเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรแบบใหม่เป็นเกษตรแบบผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน ขุดสระกักเก็บน้ำ 30% ปลูกข้าว 30% ปลูกไม้ยืนต้น 30% ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย 10%

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนทำข้าวอินทรีย์หนองปลากุ่ม

ในปี พ.ศ 2552 คุณสุกานดา พิมพ์พร ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนทำข้าวอินทรีย์หนองปลากุ่ม ขึ้น โดยช่วงแรกทางกลุ่มได้รับส่งเสริมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) จัดทำโครงการโรงเรียนชาวนาอินทรีย์ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องเกษตรอินทรีย์ การคัดเลือกพันธุ์ข้าว ที่จะปลูกอย่างเหมาะสม วิธีดูดิน แหล่งน้ำ ไปจนถึงการเปิดโอกาส ให้นักเรียนชาวนาจากที่ต่างๆ ได้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ซึ่งกันและกัน สิ่งที่ทำ นอกเหนือจากการปลูกข้าวอินทรีย์แล้ว ตนอยากมีการต่อยอด ทำผลิตภัณฑ์ของชุมชนเพื่อสร้างรายได้ จึงมีแนวคิดที่จะทำข้าวอินทรีย์จำหน่าย เนื่องจากชาวบ้านหนองปลากุ่มส่วนใหญ่ มีอาชีพทำนา ซึ่งในการทำนาแต่ละปีจะใช้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง ทั้งค่ายากำจัดศัตรูพืช ค่าปุ๋ยเคมี ค่าพันธุ์ข้าว ค่าแรงงาน จึงได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนทำข้าวอินทรีย์หนองปลากุ่มขึ้นมา และได้ปรึกษากับสมาชิกภายในกลุ่ม ในการที่จะ ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ซึ่งสมาชิกก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะหันมาปลูกข้าวอินทรีย์ปลอดสารเคมี ลดต้นทุนการทำนา ด้วยการผลิตปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ปลอดภัยสำหรับตนเองและผู้บริโภค ลดต้นทุนการผลิต ทำให้มีรายได้เหลือใช้ภา

ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนทำข้าวอินทรีย์หนองปลากุ่ม มีสมาชิก จำนวน 10 คน ให้สมาชิกในกลุ่ม ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวกข 6 และข้าวพันธุ์พื้นเมือง ในรูปแบบการทำนาอินทรีย์ ที่เน้นคุณภาพในการผลิตข้าว โดยจะรับซื้อข้าวจากสมาชิกในกลุ่มในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงสูญญากาศ ในนาม PP@RICEจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ และผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพนำไปจำหน่ายต่อ ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดด้วยดี ทำให้สมชิกในกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น

PP@RICE แบรนด์ข้าวอินทรีย์ ศรีสะเกษ

คุณสุกานดา ถือเป็นที่ผู้ที่ริเริ่มทำข้าวแบรนด์ PP@RICE ซึ่งหมายถึง พิมพ์พร คือ นามสกลดั้งเดิมของชาวกันทรารมย์ ที่บรรพบุรษได้ประกอบอาชีพทำนาแบบดั้งเดิม สู่รุ่นลูกรุ่นหลานในปัจจุบัน สนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้มีจิตใจรักการทำนาและการทำเกษตรอินทรีย์ ซึ่งข้าวแบรนด์ PP@RICE เป็นข้าวที่ผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ โดยกระบวนการที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี หรือสารสังเคราะห์ต่างๆ ในทุกกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดินในการปลูกจนกระทั่งการเก็บเกี่ยว ใช้กระบวนการตามธรรมชาติ เป็นมิตรและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค

จากนั้นให้นำข้าวกล้องหอมมะลิไปวางเกลี่ยไว้บนกระด้ง แล้วหยดน้ำขมิ้นที่ละลายน้ำแล้วใส่เติมลงไปทีละน้อย ใช้มือคลุกเคล้าให้เนื้อขมิ้นติดกับเมล็ดข้าว จนกลายเป็นสีของขมิ้นจนทั่วทุกเมล็ด และเมื่อคลุกเคล้าจนเข้ากันดีแล้วให้เกลี่ยเมล็ดข้าวให้ทั่วกระด้ง ก่อนนำออกไปตากแดด 1 ชั่วโมง ไม่ควรเกินกว่านี้ เพราะถ้าตากนานเกินจะทำให้เมล็ดข้าวกรอบแตกหักง่าย ไม่สวย

วัตถุดิบการทำข้าวเคลือบสมุนไพรขมิ้นชัน

ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนในการทำนาอินทรีย์ของคุณสุกานดา จะใช้วิธีการหว่านเมล็ดโดยพื้นที่ 1ไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อรวมค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน ค่าเครื่องจักร และค่าวัสดุอื่นๆ ที่ต้องใช้ในจัดการแปลงนาด้วยแล้ว จะตกอยู่ที่ ประมาณ 3,000-3,500 บาทต่อไร่ คุณสุกานดา จะใช้น้ำหมักจุลินทรีย์จากผลจามจุรี และน้ำหมักจากดินจอมปลวก มาบำรุงต้นข้าว จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกมาก ได้ผลผลิต ประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่ และทำการแปรรูปข้าวเปลือกให้เป็นข้าวกล้อง บรรจุถุงสุญญากาศจำหน่าย กิโลกรัมละ 80 บาท เมื่อหักต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด จะได้กำไร่สุทธิ อยู่ที่ 30,000 บาทต่อไร่

แผนการตลาด

ด้านการตลาด คุณสุกานดา ชจะทำการตลาดเอง โดยการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านทางโซเซียลมิเดีย ออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้าในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้สินค้าของกลุ่มสมชิกเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มผู้ที่ทำนาข้าวอินทรีย์ในจังหวัดและต่างจังหวัดได้ โดยคุณสุกานดา จะมีกลุ่มลูกค้าอยู่ 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้ที่รักษาสุขภาพ และกลุ่มผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพนำไปจำหน่ายต่อ ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนทำข้าวอินทรีย์หนองปลากุ่ม มีผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าว 8 ชนิด ได้แก่ ข้าวไรเบอร์รี่ ข้าวกล้องผสม 5 สายพันธุ์ ข้าวกล้องหอมมะลิสุโขทัย ข้าวกล้องมะลิเวช ข้าวหอมนิล ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวเหนียว กข6 ซึ่งทางกลุ่มได้รับการส่งเสริมด้านการตลาดจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ โดยให้การสนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มช่องการตลาดในการจำหน่ายสินค้า โดยกลยุทธในการทำธุรกิจของตนนั้น จะมุ่งเน้นการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ราคาไม่แพง และรักษามาตรฐานการผลิตให้มีคุณภาพมากที่สุด หากคำนวนรายได้ในการทำนาต่อฤดูกาลเพาะปลูก จะมีรายได้ 30,000 -35,000 บาท ต่อไร่ ต่อปีการผลิต

ลดต้นการทำนาด้วยน้ำหมักผลจามจุรี

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

ข้าว เป็นอาหารหลักของคนไทย ปลูกได้เกือบทุกสภาพพื้นที่ในประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง แต่การทำนาของชาวนาไทยยังต้องอาศัยธรรมชาติ ซึ่งแต่ละปีจะมีสภาพอากาศที่แตกต่างกันไป บ้างปีแล้งจัด บ้างปีฝนตกชุก ส่งผลกระทบกับเกษตรกรชาวนา ทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ไม่ดี และยังมีปัญหาเรื่องวัชพืช โรคแมลงศัตรูพืชตามมาอีกมาก ทำให้มีต้นทุนในการทำนาที่สูงขึ้น อีกทั้งยังเจอปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ รวมถึงถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบกดราคาในการรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา จากมูลเหตุนี้ คุณสุกานดา จึงมีแนวความคิด ลดต้นทุนการผลิต มาทำนาแบบอินทรีย์ ที่เน้นการผลิตข้าวที่มีคุณภาพออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดโดยไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง ซึ่งทุกวันนี้ผลผลิตข้าวอินทรีย์ยังมีความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

เรื่อง/ภาพโดย: คุณากร เยาวนารถ จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.อุบลราชธานี
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
22-30°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×