เกษตรกรต้นแบบ
เพราะแต่ละภูมิภาคแตกต่างกันไปทั้งสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศด้วยลักษณะเฉพาะตัวเช่นนี้ เราจึงมีความรู้เฉพาะถิ่นมากมาย
ภาคกลาง
การเลี้ยงปลานิล อีกหนึ่งอาชีพที่ทำให้เกษตรกรรวยได้ คุณณัฐสุดา จั่นบางยาง หนึ่งในเกษตรกรที่เปลี่ยนอาชีพจากชาวสวนมะม่วง มาเป็นชาวประมง เริ่มต้นจากการเลี้ยงกุ้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะการเลี้ยงกุ้งมีปัญหาหลายอย่าง แต่ด้วยใจรักในอาชีพเกษตรกร สุดท้ายจึงมาลงตัวที่การเลี้ยงปลานิล ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยรู้จักกันดี และนิยมเลี้ยงกันด้วย ปลานิลเลี้ยงง่าย โตเร็ว แข็งแรง ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด อร่อยทุกเมนู ซึ่งการแปรรูปปลานิล เป็นเมนูอาหารต่างๆให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เป็นช่องทางการขายที่ดีกว่าการขายปลานิลแบบส่ง คุณณัฐสุดา เล่าให้ฟังต่อว่า การเลี้ยงปลานิล เพื่อขายส่งค่อนข้างที่จะได้กำไรน้อย ซึ่งปลานิลจะข่ายส่งอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 48- 50 บาท แต่ถ้าขายปลีกได้กำไรจะดีเป็นเท่าตัวเลย แต่การขายปลีกก็ต้องไม่เน้นขายปลานิลสด แต่ต้องแปรรูปทั้งหมด แปรรูปให้เป็นอาหารพร้อมทานทั้งหมดเลย อย่างปลานิลเผา ปลานิลนึ่งมะนาว ปลานิลแดดเดียว ห่อหมก เป็นผลิตภัณฑ์จากปลานิลทั้งหมดเลย จะทำให้ขายได้ง่าย ส่วนการเลี้ยงปลานิลนั้นคุณณัฐสุดา จะเลี้ยงในกระชัง ใช้ระยะเวลาเลี้ยงประมาณ 6 เดือน สามารถจับขายได้ในขนาดน้ำหนักประมาณ 800กรัม (8 ขีด)ไปจนถึง1.5 กิโลกรัม ต้นทุนในการเลี้ยงปลานิลต่อ 1 กระชังจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท แต่สามารถขายได้กระชังหนึ่งประมาณ 40,000-50,000 บาทเลยทีเดียว การเลี้ยงปลานิลจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถทำเป็นอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมก็ให้ผลตอบแทนได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรหลายรายมองหาพืชเสริมปลูกควบคู่ไปกับพืชหลักที่ให้ผลผลิตมากในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นอีกหนึ่งพื้น ทีประสบกับปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขายไม่ได้ราคาเป็นประจำ ราคาที่เกษตรกรคาดว่าจะขายได้จึงมีความผันผวน ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่เกษตรกรในจังหวัดนิยมปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียส่งโรงงานกันมาก ทางแก้ของเกษตรกรก็คือ การหันไปปลูกพืชอื่นเสริมรายได้ กันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นขนุน ทุเรียน มะม่วง ที่ใช้ระยะเวลานานกว่าจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตในแต่ละปี ก็พอดีกับมีเจ้าหน้าที่มาส่งเสริมให้ปลูกว่านหางจระเข้ส่งโรงงาน จึงมีเกษตรกรหลายรายหันไปให้ความสนใจ เพราะสามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกเดือน และมีรายได้ดีกันถ้วนหน้า
"ปลามรกต" เป็นปลาน้ำจืดลูกผสมขนาดกลาง ระหว่างปลาเทโพและปลาสวาย เป็นปลาหนังไม่มีเกล็ด เมื่อยังเล็กจะมีหูสีดำ พอตัวโตขึ้นหูของปลามรกตจะหลุดหายไป ชาวบ้านแถบภาคอีสานจึงเรียกกันว่า "ปลาหูหลุด" ลักษณะของเนื้อปลาจะออกหวาน รสชาติคล้ายปลาเนื้ออ่อน มันน้อย ไม่เลี่ยน จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคโดยทั่วไป เนื้อปลาสด สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ ผัดฉ่า ต้มยำ ต้มแซ่บ ผัดเผ็ด ลาบ ฯลฯ และสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายชนิด ทั้งยังเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อมได้ดี ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยง 2 ปี จะได้ปลาตัวละ 2 กิโลกรัม ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมากในปัจจุบัน
ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
เกษตรกรผู้ทำการเกษตรแบบครบวงจร
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×