เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร


การเลือกซื้อสินค้าเกษตร อาจจะทำให้หลายๆ คนเกิดความสับสน เพราะมีทั้ง ปลอดภัย ปลอดสาร อินทรีย์ ไฮโดรโพนิกส์ แล้วสินค้าแต่ละประเภทแบบไหนจะดีที่สุดสำหรับเรา...แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ . (ปลอดภัยจากสารพิษ GAP) - ผลผลิตจากระบบเกษตรที่ใช้สารเคมี (ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ฮอร์โมน เมล็ดพันธ์ุ GMO) แต่ควบคุมปริมาณสารเคมีตกค้างให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่าปลอดภัยต่อการบริโภค . (ไฮโดรโพนิกส์) - ผลผลิตจากระบบเกษตรที่ปลูกโดยไม่ใช้ดิน คือปลูกในน้ำที่ให้สารอาหารพืชสังเคราะห์ ทั้งที่เป็นเคมีและสังเคราะห์จากวัตถุดิบที่เป็นอินทรีย์ ซึ่งคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นผักอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อการบริโภค แต่พืชที่ธรรมชาติสร้างมาให้โตในดิน เมื่อนำไปปลูกในน้ำและในสภาพแวดล้อมที่ปิด คือ ควบคุมชนิดและปริมาณสารอาหารที่พืชจะได้รับ ทำให้พืชเจริญเติบโตแบบผิดธรรมชาติ ขาดแร่ธาตุสารอาหารที่ควรมีจากการปลูกในดินตามธรรมชาติของพืช ผลผลิตที่ได้จะมีชนิดของสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอยู่จำกัดเท่าที่ใส่ให้ในน้ำที่ปลูก และยังเสี่ยงกับปริมาณไนเตรทที่เป็นอันตรายกับร่างกายตกค้างมากกว่าพืชที่ปลูกดินที่ใช้เคมีอีกด้วย . (ปลอดสาร) - ผลผลิตจากระบบเกษตรที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ในกระบวนการปลูกแต่ยังคงต้องใช้อย่างอื่น เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์อาจเป็นเมล็ดพันธุ์ตัดแต่งพันธุ์กรรม (GMO) หรือเป็นเมล็ดพันธ์ที่ไม่ใช่อินทรีย์ ระบบการจัดการฟาร์มและกระบวนการปลูกโดยรวมอาจไม่มีการป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย โดยเฉพาะจากน้ำที่ใช้รด และ/หรือจากลมที่พัดเอาสารเคมีจากแปลงเคมีของข้างเคียงเข้ามาปนเปื้อน . (อินทรีย์) - ผลผลิตจากระบบเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากหน่วยงานตรวจรับรองที่เชื่อถือได้ ผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ต้องปฏิบัติตามข้อกำาหนดการตรวจรับรอง ที่ครอบคลุมตั้งแต่ แหล่งที่มาของ เมล็ดพันธุ์และปัจจัยการผลิต (ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยาป้องกันและรักษาโรค ฯลฯ) วิธีการใช้ปัจจัยการผลิต วิธีการดูแลรักษา วิธีการป้องกันการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อม ซึ่งรวมถึงแหล่งผลิตแบบเคมีที่อยู่ข้างเคียง ตลอดไปถึงวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิต คัดแยก ทำความสะอาด เก็บรักษาผลิตผล การบรรจุขาย (ภาชนะบรรจุ ฉลากกำกับ) และการจัดการระหว่างขนส่ง . ต่างเยอะเลยใช่ไหมคะ...เพราะในทุกกระบวนการของสินค้าอินทรีย์นั้น มั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะเกษตรกรต้องใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต และเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่ดีมีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้แล้วว่าปลอดภัยทั้งคนปลูกและคนกิน
23 กรกฎาคม 2562
782
ข่าวครึกโครมทุกปี...หลังจากมีการสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในพืชผักผลไม้ กลายเป็นเรื่องชินชา ที่เราไม่ได้อยากจะชินซักเท่าไหร่... พอมีข่าวทีเราก็จะลุกขึ้นมากลัวซักทีนึง หลังจากนั้นผ่านไปไม่นาน เราก็ลืม...แต่อย่าลืมนะคะว่า ร่างกายและสุขภาพของเราไม่มีวันลืม มีแต่จะสะสมและสะสมไปเรื่อย ๆ . งั้น!! เรามาเริ่มนับหนึ่ง ปลูกผักไว้กินเอง จะดีกว่าไหม ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพ แต่ยังมีดีอีกหลายต่อที่แฝงอยู่มากมาย ต่อที่ 1 คือ ปลอดภัยกว่าแน่นอน 100 % ต่อที่ 2 คือ มีคลังอาหารของเราเองในยามฉุกเฉิน ต่อที่ 3 คือ เพิ่มรายได้ได้ด้วย กินไม่หมด จะขายก็ยังได้เลยนะ ต่อที่ 4 คือ ลดโลกร้อน เราไม่ต้องเสียค่าเดินทาง เติมน้ำมันไปซื้อผักไม่กี่ชนิดมาทำอาหาร ที่สำคัญลดการใช้ถุงพลาสติกอีกด้วย ต่อที่ 5 คือ ลดพลังงาน การปลูกผักจะช่วยความร้อนของตัวอาคารได้ เมื่ออาคารบ้านเรือนเย็น เราก็ไม่ต้องเปิดแอร์ ให้เปลืองพลังงาน ต่อที่ 6 ที่สุดจะคุ้ม คือเราได้สานสัมพันธ์กับคนในครอบครัว มีกิจกรรมร่วมกัน ช่วยกันปลูก ช่วยกันกิน ดีจะตายเนอะ.... . ปลูกผัก เราก็อยากจะให้ผักเติบโตดี ปลอดภัย เรื่องนี้ไม่ยากลองหาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยให้พืชผักแข็งแรง ต้านโรค มาใช้ดูนะคะ ที่สำคัญต้องปลอดภัยจากสารเคมี....ปลูกเอง เลือกวัสดุปลูกได้เอง ปลอดภัยชัวร์ 100 %.... . เอ้ารู้แบบนี้แล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า... อะไรไม่มาช่างมัน แต่ใจต้องมา!!!...
15 กรกฎาคม 2562
1,219
1. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. (Organic Agriculture Certification Thailand - ACT) นอกจากสัญลักษณ์ ACT-IFOAM Accredited แล้ว มกท. ยังมีระบบมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เฉพาะ ที่ใช้ตราสัญลักษณ์ของ มกท. เป็นตรารับรองด้วยนะ . 2. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกอช. ได้ประกาศใช้ตรามาตรฐาน Organic Thailand เมื่อปี พ.ศ. 2555 และถือเป็นตรามาตรฐานของประเทศไทย . 3. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ (มก.สร.) ครอบคลุมเฉพาะในเรื่องการผลิตพืช สัตว์อินทรีย์ สัตว์น้ำอินทรีย์ การจัดการเก็บเกี่ยว การแปรรูปผลิตภัณฑ์อินทรีย์ และปัจจัยการผลิต . 4.องค์กรมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ (มอน.) จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของเกษตรกร ผู้บริโภค นักวิชาการจากองค์กรของรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และผู้สนใจทั่วไป . 5. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ (มก.พช.) การรับรองเฉพาะกลุ่มที่ใช้ตรวจรับรองผู้สมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ ในสังกัดสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงเครือข่ายเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์เท่านั้น . 6. มาตรฐานอินทรีย์ ชมรมอินทรีย์เกาะพะงัน เป็นระบบการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบชุมชนรับรอง (Participatory Guarantee System - PGS) ที่พัฒนาขึ้นโดยมูลนิธิสายใยแผ่นดินร่วมกับกลุ่มเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบนเกาะพะงัน . 7. มาตรฐานอินทรีย์วิถีไทย Earth Safe อันนี้พอจะคุ้นตาอยู่บ้าง ที่จะครอบคลุมตั้งแต่การผลิต เก็บเกี่ยว แปรรูป การรักษาคุณภาพให้ดีที่สุด ก่อนถึงมือผู้บริโภค . 8. มาตรฐานเกษตรอินทีย์แบบมีส่วนร่วม (PGS) เป็นการรับรองเกษตรอินทรีย์โดยชุมชน โดยผ่านการไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างคนในชุมชนเดียวกัน หมู่บ้านเดียวกัน พื้นที่ใกล้เคียงกัน ที่จะสามารถเฝ้าติดตามสมาชิกได้ทุกขั้นตอนก่อนการรับรอง
10 กรกฎาคม 2562
1,162
1.ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด ทุกขั้นตอนการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้าหรือฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ และเก็บผลผลิต 2.ระยะปรับเปลี่ยน เปลี่ยนจากผลิตแบบทั่วไปเข้าสู่วิถีอินทรีย์ ซึ่งระยะจะแตกต่างกันตามชนิดของพืชหรือสัตว์ 3.ต้องสร้างแนวกันชน ทำคันดินก้น ขุดคูน้ำ ปลูกพืชเป็นแถว เพื่อป้องกันเคมี มลพิษ ที่มาทาง ดินน้ำ อากาศ 4.เลือกเมล็ดพันธุ์แบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้พืช GMO ควรเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มาจากการปลูกแบบอินทรีย์ 5.ขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีทางธรรมชาติ ไม่เร่ง ไม่บังคับ ไม่พึ่งเคมี และสารปนเปื้อน 6.ป้องกันและกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีธรรมชาติ การถางหญ้า ปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชกลิ่นฉุนไล่แมลง
1 กรกฎาคม 2562
2,223
25 มิถุนายน 2562
1,364
หากพูดถึงเบาหวาน โรคยอดฮิตของคนไทย หลายคนตอนนี้ต้องเผชิญกับโรคนี้อยู่แบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากอาหารการกินที่เรากินกันอยู่ทุกวัน รวมไปถึงการส่งต่อทางพันธุกรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน และสำหรับใครที่เป็นอยู่แล้ว ที่ต้องการหาตัวช่วย เรามีผักสมุนไพรพื้นบ้านเพื่อใช้เป็นทางเลือกเสริมในการดูแลสุขภาพ กับ 4 ผักชนิด ที่ผ่านการวิจัยแล้วว่ามีผลในการช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ว่าจะเป็น ตำลึง สมุนไพรที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของทีมนักวิชาการจาก Harvard Medical School พบว่า ตำลึงและโสมมีหลักฐานสนับสนุนประสิทธิผลที่ดีที่สุดจากการที่มีการออกแบบการทดลองได้อย่างเหมาะสม ตำลึงแสดงผลการลดน้ำตาลทั้งในสัตว์ทดลองและในคน ตำลึงให้ผลลดน้ำตาลทั้งส่วนที่เป็นใบ ราก ผล โดยใช้เถาแก่ๆ ประมาณ 1 กำมือ ต้มกับน้ำ หรือน้ำคั้นจากผลดิบ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ผักเชียงดา มีผลช่วยป้องกันการดูดซึมของน้ำตาล ฟื้นฟูเซลล์ตับอ่อนที่สร้างอินซูลิน และลดน้ำตาลในเลือดได้ วิธีใช้ให้ใช้ใบแห้งชงดื่มเป็นน้ำชา ครั้งละ 4 กรัม วันละ 2-3 ครั้ง หรือรับประทานเป็นผักในมื้ออาหาร ชะพลู มีงานวิจัยพบว่าน้ำชะพลูลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายที่เป็นเบาหวานได้ แต่ไม่สามารถลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายปกติได้ วิธีใช้ นำชะพลูทั้งต้นตลอดถึงราก 1 กำมือ พับเถาเป็น 3 ทบ ใช้ตอกไม้ไผ่มัดเป็น 3 เปลาะ ใส่หม้อต้มกับน้ำพอท่วม ต้มจากน้ำ 3 ส่วน เหลือ 1 ส่วน ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร มะระขี้นก มีผลกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสร้างกลูโคส ทำให้มีผลลดน้ำตาลในเลือดได้ วิธีใช้คือ คั้นน้ำจากผลสดมื้อละ 2-3 ผล โดยเอาเมล็ดในออก ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย ปั่นคั้นเอาแต่น้ำดื่ม 3 เวลา ก่อนอาหาร
18 มิถุนายน 2562
3,550
เรามาช่วยโลก ด้วยการ "ประหยัดน้ำ" กันเถอะค่ะ ที่สำคัญยังช่วยลดแรงงาน ลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วยนะคะ กับการทำระบบน้ำหยดแบบง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ อยู่ที่ต้องลงมือทำเท่านั้น เพียงใช้วัสดุเหลือใช้ที่เรามีอยู่แล้วมาประยุกต์ วันนี้รักบ้านเกิดมีมาฝาก 6 แบบมีอะไรบ้างไปดูกันเลย 1. ระบบน้ำหยดแบบครัวเรือน ใช้ถังเป็นแหล่งจ่ายน้ำส่งผ่านท่อหลัก ส่งไปตามท่อย่อยที่เจาะรูไว้ เป็นวิธีการให้น้ำสำหรับแปลงผัก มีประสิทธิภาพการให้น้ำสูง แต่ใช้แรงดันต่ำ ต้นทุนในการทำไม่สูงมาก 2. ขวดเจาะรูฝังดิน นำขวดน้ำเจาะรูพรุน จากนั้นให้นำมาฝังดินใกล้โคนต้นไม้ โดยให้ฝาโผล่ในระดับผิวดิน ใส่น้ำให้เต็มแล้วปิดฝา น้ำจากขวดจะค่อยๆซึมออกมาทางรูพรุนรอบๆขวด 3. กรวยหยดน้ำ นำกรวยรดน้ำต้นไม้ติดเข้ากับขวดน้ำพลาสติกที่ใส่น้ำ จากนั้นปักลงดิน น้ำจะหยดไหลผ่านกรวยในปริมาณเท่าๆกันสร้างความชุ่มชื้นให้กับดินและต้นไม้ 4. โรงเรือนจิ๋วลดการละเหยน้ำ ตัดก้นขวดพลาสติกแล้วครอบลงในต้นไม้ ช่วยรักษาความชื้นหน้าดิน ช่วยลดปริมาณของน้ำที่ระเหยจากดินได้ 5. การให้น้ำแบบไส้เทียน ให้ท่านนำเชือก ไหมพรม หรือผ้าฝ้าย ใส่ไว้บริเวณใต้กระถาง วางซ้อนบนภาชนะที่ใส่น้ำไว้ดังรูปด้านล่าง เป็นระบบการให้น้ำในตัวเองจากน้ำด้านล่างผ่านเชือกไปยังกระถางต้นไม้ เป็นวิธีที่เหมาะกับไม้กระถางขนาดเล็ก 6. ระบบไอน้ำหมุนเวียน ใช้ความร้อนจากแสงแดด ทำให้น้ำในขวดเล็กกลายเป็นไอระเหยอยู่ภายใน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับดิน
14 พฤษภาคม 2562
1,750
"ตะขบ" ถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่มักจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ น้อยคนนักที่จะตั้งใจปลูกไว้เพื่อกินผล หลายคนอาจจะเคยลิ้มลองรสชาติของผลไม้ลูกกลม ๆ เล็ก ๆ ที่ออกจะหวานปะแล่มปะแล่ม มักจะหล่นทิ้งเต็มพื้น และเป็นอาหารชั้นดีของนกและกระรอก แต่หารู้ไม่ว่า เจ้าตะขบ ผลไม้แจกฟรีนี้กลับมีสรรพคุณทางยาหลบซ่อนอยู่มากมาย "ตะขบ" คือสุดยอดผลไม้ไทย ที่มีประโยชน์ทั้งใยอาหาร แคลเซียม โพแทสเซียม ช่วยดูดซับคอเลสเตอรอลอย่างดี ลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ เส้นเลือดสมองแตก และมีส่วนช่วยบำรุงหัวใจได้อย่างดี ผลสุกของตะขบ หากรับประทานสดจะช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยให้เจริญอาหาร ป้องกันโรคกระดูกพรุน ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง และยังช่วยในการขับถ่ายได้อย่างดีอีกด้วย และหากนำดอกตะขบมาแปรรูปเป็นชา จะสามารถแก้อาการปวดศรีษะได้เป็นอย่างดี ไม่น่าเชื่อใช่ไหมหละคะ ว่าผลไม้ลูกเล็ก ๆ อย่างตะขบ จะมีสรรพคุณทางยามากมายขนาดนี้ รู้แบบนี้แล้ว อย่าพึ่งตัดทิ้งกันนะคะ อาจจะดูเป็นของทานเล่น แต่ประโยชน์ไม่ใช่เล่นเล่นนะจ๊ะ
7 พฤษภาคม 2562
2,954
หากพูดถึง ผักพื้นบ้านรสขม อย่าง "สะเดา" หลายคนต้องนึกถึงน้ำปลาหวานกับข้าวสวยร้อน ๆ ? ถือเป็นโชคดีของคนที่สามารถรับประทานสะเดาได้โดยไม่รู้สึกว่ามันขมแต่อย่างใด เนื่องจากสะเดานั้นมีประโยชน์มากมายทั้งเป็นอาหาร ยารักษาโรค ยาฆ่าแมลง และลำต้นยังสามารถที่จะนำมาสร้างเป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พืชอย่างสะเดามีสารอาหารครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินซี แคลเซียม เหล็ก และฟอสฟอรัส ถือเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น และที่มากไปกว่านั้นสะเดามีสารบางชนิดที่มาฤทธิ์บรรเทาอาการของโรคอีสุกอีใส ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ชื่อว่า Varicella Zoster ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่าย ถือเป็นโรคหนึ่งที่เราแทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในสะเดานั้นจะมีสารที่ชื่อ เกดูนิน (Gedunin) และ นิมโบลิดี (Nimbolide) อยู่ในใบและเมล็ด มีประสิทธิภาพออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา แบคทีเรียและเชื้อไวรัสสูง จึงสามารถบรรเทาอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรีย อย่างอีสุกอีใสได้อย่างดี
30 เมษายน 2562
1,430
"มะระ" ผักพื้นบ้านรสขม ที่มีสรรพคุณทางยาที่โดดเด่น ทั้งเรื่องของป้องกันมะเร็ง บำรุงดวงตา บำรุงกระดูก แก้อาการกระหายน้ำ เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยบำรุงเลือด ขับสารพิษออกจากร่างกาย แก้หวด ลดไข้ ขับเสมหะ อีกทั้งยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ มะระ ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรคผิวหนัง รักษาสิว ช่วยสมานแผล และยังแก้อาการฟกช้ำได้อีกด้วย "มะระสด" แก้ฟกช้ำ ใบมะระสดสามารถนำมาใช้ดื่มเพื่อช่วยลดอาการฟกช้ำ แก้ผดผื่นคันได้ดี อีกทั้งยังช่วยเป็นยาฟอกเลือด ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย วิธีการใช้ >>> นำใบสดของมะระ ส่วนที่ขมที่สุด มาต้ม โดยใช้ใบมะระ 4-5 ใบ ต่อน้ำสะอาด 1.25 ลิตร ต้มจนเดือด กรองเอาแต่น้ำ ดื่มบรรเทาอาการฟกช้ำ (ไม่เกินวันละ 2 แก้ว) ดื่มไม่เกิน 2 วันอาการจะดีขึ้น "มะระแห้ง" แก้ผื่นคัน ผลมะระสดเมื่อนำไปตากแห้ง สามารถนำมาทำเป็นยาแก้คัน รักษาแผล และโรคผิวหนังอื่น ๆ ได้ดี วิธีการใช้ >>> นำมะระที่เก็บมาใหม่ ๆ จากต้น ล้างทำความสะอาดฝานเอาเมล็ดออก นำไปตากแดดให้แห้งสนิท จากนั้นนำมะระที่แห้งสนิทแล้วมาบดให้ละเอียด ให้ได้เนื้อเป็นผง นำเก็บใส่กระปุกไว้ใช้ ทาเมื่อมีอาการผื่นคัน หรือใช้โรยใส่แผลสด เพื่อให้แผลแห้งเร็วขึ้น
16 เมษายน 2562
1,314
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
23-32°C
เชียงใหม่
20-28°C
นครราชสีมา
20-30°C
ชลบุรี
23-31°C
นครศรีธรรมราช
24-29°C
ภูเก็ต
25-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×