เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดคือ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ไวรัสชนิดนี้มีผลกระทบกับคนทุกกลุ่ม ทุกจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ซึ่งหากพบว่ามีอาการไข้สูง 37.5 องศา ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก ฯล ซึ่งเป็นอาการบ่งชี้เบื้องต้นของการติดเชื้อ ซึ่งอาจต้องป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น อาจจะต้องกักตัวอาศัยอยู่บ้านเป็นเวลานาน หรือพนักงานที่ต้องทำงานที่บ้าน หากต้องอยู่แต่ในบ้าน จะมีพืชผักชนิดไหนบ้าง ที่เมื่อซื้อแล้วสามารถเก็บไว้ได้นานๆ ไม่ต้องซื้อบ่อย รักบ้านเกิด นำมาฝากกันค่ะ
17 มีนาคม 2563
8,038
เพอร์มาคัลเจอร์ อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าหากเทียบกับคำในภาษาไทย มันก็คงจะพูดถึงการ ใช้ชีวิตในแบบพอเพียง การทำเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งแนวคิดนี้ก็ไม่ต่างจากคำสองคำนี้มากนัก เพอร์มาคัลเจอร์ (permaculture) เป็นแนวคิดและวิถีทางการเกษตรที่เน้นเรื่องความยั่งยืนของชีวิตและสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นในต่างประเทศเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว องค์ความรู้แบบฝรั่งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำการเกษตร แต่ครอบคลุมถึงการออกแบบวิถีการดำรงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบเกษตรกรรม รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ ซึ่งต้องอิงหลักการออกแบบพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง หัวใจหลักของเพอร์มาคัลเจอร์ ไม่ว่าจะนำไปใช้ที่ไหน อันดับแรกเลยก็คือการใส่ใจโลก เพราะถ้าไม่มีโลก เราเองไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ สอง การใส่ใจผู้อื่น เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้ และสุดท้าย มีความเป็นธรรม เลือกใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นและคืนสิ่งที่ดีกลับสู่ธรรมชาติด้วย การจัดพื้นที่แบบเพอร์มาคัลเจอร์ ยังเน้นการจัดวางที่ทำให้ทุกสิ่งเกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเอง และเมื่อสิ่งเหล่านั้นรวมกันแล้วจะต้องเกิดประโยชน์สูงกว่าการที่พวกมันอยู่เดี่ยวๆ โดยต้องใช้พลังงาน แรงงานและสร้างขยะให้น้อยที่สุด เมื่อจัดพื้นที่ปลูกผักได้แล้ว ใครที่มีพื้นที่มากหน่อย ก็ยังสามารถขยับขยายมาทดลองจัดพื้นที่ 6 โซน เพื่อทำให้พื้นที่ใช้สอยในการปลูกผักแต่ละชนิดส่งเสริมกันไปด้วยก็ได้ โดยไล่ลำดับความสำคัญจากพืชผักที่ใกล้ชิดกับตัวเรามากที่สุด ออกไปสู่ป่าขนาดใหญ่ แบบนี้ - Zone 1โซนบ้านที่อยู่อาศัย เน้นการประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด ออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติ และสมดุลทั้งในด้านการทำงานและการอยู่อาศัย - Zone 2โซนพืชผักใกล้บ้าน สำหรับปลูกพืชที่ต้องดูแลมากหน่อย เช่น ผักในฟาร์ม ผลไม้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่สำหรับทำเรือนกระจก เลี้ยงไส้เดือน ทำปุ๋ยจากขยะอาหาร ถ้าเป็นเพอร์มาคัลเจอร์ ในเมืองจะนิยมปลูกพืชแบบ raised bed หรือการสร้างแปลงผักขนาดเล็ก - Zone 3ปลูกพืชที่ต้องการดูแลน้อยลงมาอีกหน่อย เช่น พืชหมุนเวียนตามฤดูกาล พืชหัว หรือเลี้ยงผึ้ง - Zone 4โซนปลูกพืชสำหรับนำไปขาย ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นประจำ อาจผลัดมาใส่ปุ๋ย หรือรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง - Zone 5พื้นที่กึ่งป่า ปล่อยเอาไว้เพื่อเก็บผักกินหรือปลูกต้นไม้เอาเนื้อไม้ไปใช้ - Zone 6โซนป่า หรือพื้นที่ที่ควรปล่อยทิ้งให้ระบบนิเวศจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง จึงมีทั้งแมลงและพืชต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเอง เพื่อช่วยบำรุงระบบนิเวศและส่งเสริมให้โซนอื่นๆ สามารถอยู่ได้
18 กุมภาพันธ์ 2563
1,380
ถังรักษ์โลกจะทำยังไง และต้องใช้อะไรบ้างไปดูกัน วัสดุประกอบด้วย 1. ตะกร้า 1 ใบ (เลือกตะกร้าที่ปากตะกร้าขนาดเท่าหรือใกล้เคียงกับถังใบใหญ่) 2. ถังพลาสติก 2 ใบ (ขนาดเล็ก1 ใบ และขนาดใหญ่ 1 ใบ) วิธีการทำถังหมักรักษ์โลก 1. คว่ำถังพลาสติกขนาดเล็กลงในตะกร้า โดยให้มีความลึกลงไปจากปากตะกร้าประมาณ 5 -10 เซนติเมตร และจะต้องเหลือช่องของตะกร้าขึ้นมาจากปากถังที่คว่ำลงไป ประมาณ 2 ช่อง จากนั้นทำการตัดก้นถังพลาสติกใบเล็กออก 2. คว่ำถังพลาสติกขนาดใหญ่ลงบนปากตะกร้าให้พอดี จากนั้นนำเชือกมาผูกมัดให้ติดกัน ตัดก้นถังใบใหญ่ออกและส่วนที่ตัดออกนำมาทำเป็นฝาปิด การติดตั้งถังหมักรักษ์โลก 1. เลือกพื้นที่ติดตั้งถังหมักรักษ์โลก โดยเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดเวลา ไม่ควรอยู่ใต้ร่มเงาไม้ หรือแสงแดดรำไร 2. ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าตะกร้า และมีความลึกมากกว่ารอยต่อของตะกร้าและถังพลาสติกใบใหญ่เมื่อวางลงไป 3. นำถังหมักรักษ์โลกที่ทำการประกอบเสร็จเรียบร้อยวางลงไปกลางหลุมที่ขุดไว้ และกลบด้วยดินที่ขุดขึ้นมา โดยการกลบจะต้องกลบแบบหลวมๆ ไม่อัดดินให้แน่น 4. จากนั้นก็นำเศษอาหารที่เหลือจากครัวเรือนมาเททิ้งใส่ถัง โดยระมัดระวังไม่ให้เศษอาหารตกเข้าไปในช่องระหว่างถังพลาสติกใบเล็กและถังพลาสติกใบใหญ่ หลักการทำงานของถังหมักรักษ์โลก ถังหมักรักษ์โลกจะใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในดินที่มีอยู่เดิม มาทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ แต่ถ้าบริเวณนั้นดินเสื่อมโทรมมีจุลินทรีย์ตามธรรมชาติอยู่น้อย ก็อาจจะเพิ่มจุลินทรีย์ได้โดยการเติมขี้วัว หรือเติมน้ำหมักชีวภาพเข้าไปรองพื้นตระกร้าก่อนเทเศษอาหารได้
11 กุมภาพันธ์ 2563
2,101
14 มกราคม 2563
1,570
สิงห์นักกิน แต่กลัวความอ้วน ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเรามีอาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันมาฝาก - ชาเขียว การที่ดื่มชาเขียวอย่างเป็นประจำวันละ 5 แก้ว สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานการเผาผลาญไขมันได้ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย - กาแฟ มีคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นเอ็นไซม์สามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ แต่การดื่มกาแฟเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ในมื้อเช้า หรือมื้อกลางวันหลังมื้อเที่ยงก็น่าจะเพียงพอ - ชินนามอน การทานชินนามอน ในปริมาณครึ่งถึง 2 ช้อนชาต่อวัน จะช่วยให้พลังงานและลดระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งลดระดับคอเรสเตอรอลได้ 10 - 25 % - เกรปฟรุต ผลไม้ตระกูลซิตรัส ที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและกระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย - น้ำเปล่า เพียงดื่มวันละประมาณ 8-10 แก้ว เป็นประจำ ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญมากกว่าปกติแล้ว
10 ธันวาคม 2562
1,169
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-30°C
เชียงใหม่
23-29°C
นครราชสีมา
25-30°C
ชลบุรี
26-28°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×