เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เวียดนามยืนหนึ่ง จ้าวแห่งกาแฟโลก
05 สิงหาคม 2563
1,768
เมื่อเรานึกถึงแหล่งผลิตกาแฟ หลายคนคงนึกถึงโคลัมเบีย บราซิล แต่อันที่จริงแล้ว เพื่อบ้านเราอย่าง "เวียดนาม" ก็ถือเป็นประเทศที่ส่งออกกาแฟเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ปัจจุบันมูลค่าการส่งออกกาแฟเวียดนาม ทั้งกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าและอาราบิก้า รวมแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปริมาณส่งออกรวม 1.5 ล้านตัน ทำให้เวียดนามขึ้นแท่นอันดับสองของประเทศผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่ของโลก โดยมีทั้งกาแฟคั่ว กาแฟผลสำเร็จรูป และกาแฟ 3in1 แต่หากนับเฉพาะการส่งออกเมล็ดกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า เวียดนามเป็นเบอร์ 1 ของโลก ซึ่งขณะนี้ปริมาณการผลิตกาแฟทั่วโลก พบว่าผลผลิตกาแฟโรบัสต้าเพิ่มขี้นอย่างรวดเร็ว แซงผลผลิตกาแฟอาราบิก้า


รัฐบาลจึงวางแผนผลักดันในการเพิ่มมูลค่าของกาแฟ โดยจะส่งเสริมการแปรรูปกาแฟเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันอยู่ร้อยละ 10 ของผลผลิตกาแฟทั้งหมดให้เป็นร้อยละ 30-40 ภายในปี 2030 และการเพาะปลูกจะต้องสามารถตรวจสอบได้ถึงความปลอดภัย ซึ่งจะปัจจัยที่จะทำให้อุตสาหกรรมกาแฟในเวียดนามเติบโตอย่างยั่งยืน
ประวัติของกาแฟในเวียดนามนับย้อนหลังไปได้ถึงสมัยเป็นอานาณิคม โดยชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำกาแฟเข้ามาปลูกในเวียดนาม และมีการตั้งโรงงานแปรรูปกาแฟครั้งแรกในปี 1950


หลังจากเวียดนามเหนือได้รับชัยชนะในสงครามเวียดนาม ปี 1975 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนามได้ปรับการปลูกกาแฟแบบ "นารวม" ตามแบบฉบับโมเดลประเทศคอมมิวนิสต์ แต่การใช้โมเดลดังกล่าว กลับสร้างหายนะ ดังนั้น ในปี 1986 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนามจึงปรับนโยบายการเกษตรใหม่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผลผลิตกาแฟของเวียดนามโตขึ้นราว 20% - 30% ทุกๆ ปี ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1990 และปัจจุบันยังสร้างงานให้กับแรงงานราว 2.6 ล้านคน


นอกจากนี้ อุตสาหกรรมกาแฟเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจเวียดนาม โดยในปี 1964 มีชาวเวียดนามมีมาตรฐานการใช้ชีวิตอยู่ต่ำกว่าระดับเส้นยากจนถึง 60 % แต่ในปัจจุบันเหลือเพียง 10 % เท่านั้น ทั้งนี้ ชาวเวียดนามหลายแสนคนสามารถยกระดับการใช้ชีวิตได้ด้วยการปลูกกาแฟ และอีกส่วนหนึ่งถึงขั้นกลายเป็นเศรษฐีเลยทีเดียว
ปัจจุบันมีทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมกาแฟ ทั้งการปลูก แปรรูปกาแฟ และเปิดร้าน ทำให้ธุรกิจกาแฟเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยทั่วเวียดนามมีโรงงานคั่วเมล็ดกาแฟอยู่ราว 620 แห่ง รองรับการผลิตได้ปีละประมาณ 73,000 ตัน และขณะที่โรงงานผลิตผลกาแฟสำเร็จรูปมีกำลังการผลิตอยู่ที่ปีละ 47,000 ตัน


นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกกาแฟไปยังประเทศที่ได้ลงนามเอฟทีเอกับเวียดนาม ในอัตราจัดเก็บที่ร้อยละ 0-5 ช่วยส่งเสริมทำให้อุตสาหกรรมกาแฟของเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็ว
นับว่าเป็นความสำเร็จในการพัฒนาการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้านที่ก้าวไกลไปในระดับโลก
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอบคุณ : posttoday / businesstoday
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-32°C
เชียงใหม่
23-30°C
นครราชสีมา
23-31°C
ชลบุรี
26-30°C
นครศรีธรรมราช
23-31°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×