เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
Permaculture วิถีเกษตรในยุค 70
10 กุมภาพันธ์ 2563
3,346
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ เพอร์มาคัลเจอร์ กันก่อน อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าหากเทียบกับคำในภาษาไทย มันก็คงจะพูดถึงการ ใช้ชีวิตในแบบพอเพียง การทำเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งแนวคิดนี้ก็ไม่ต่างจากคำสองคำนี้มากนัก
เพอร์มาคัลเจอร์ (permaculture) เป็นแนวคิดและวิถีทางการเกษตรที่เน้นเรื่องความยั่งยืนของชีวิตและสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นในต่างประเทศเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว องค์ความรู้แบบฝรั่งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำการเกษตร แต่ครอบคลุมถึงการออกแบบวิถีการดำรงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบเกษตรกรรม รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ ซึ่งต้องอิงหลักการออกแบบพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

เพอร์มาคัลเจอร์ ก็ไม่ได้มีแนวคิดแตกต่างไปจากสองคำไทยด้านบนมากนัก เรียกได้ว่าเป็นคำที่ชาวต่างชาติเริ่มนำมาให้ได้รู้จักกัน ตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1978 โดย Bill Mollison ชาวออสเตรเลีย และ Masanobu Fukuoka ชาวญี่ปุ่น ได้ตั้งคำถามและคิดค้นแนวคิดนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ในสถานที่ห่างกันไกลคนละทวีป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของโลกและของสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่พวกเขาคุ้นเคยใกล้ชิด กำลังค่อยๆเปลี่ยนไปในแบบที่พวกเขาคิดว่าไม่ควรจะเป็น ในขณะเดียวกันก็เป็นการรักษาวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป


หัวใจหลักของเพอร์มาคัลเจอร์
ไม่ว่าจะนำไปใช้ที่ไหน อันดับแรกเลยก็คือการใส่ใจโลก เพราะถ้าไม่มีโลก เราเองไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ สอง การใส่ใจผู้อื่น เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้ และสุดท้าย มีความเป็นธรรม เลือกใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นและคืนสิ่งที่ดีกลับสู่ธรรมชาติด้วย การจัดพื้นที่แบบเพอร์มาคัลเจอร์ ยังเน้นการจัดวางที่ทำให้ทุกสิ่งเกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเอง และเมื่อสิ่งเหล่านั้นรวมกันแล้วจะต้องเกิดประโยชน์สูงกว่าการที่พวกมันอยู่เดี่ยวๆ โดยต้องใช้พลังงาน แรงงานและสร้างขยะให้น้อยที่สุด ซึ่งเราสามารถทดลองสร้างระบบเพอร์มาคัลเจอร์ของตัวเองแบบง่ายๆ ด้วยการปลูกพืช 7 เลเยอร์ ซึ่งถือเป็นการปลูกพืชที่เกื้อกูลกันมากที่สุดและสามารถทำได้ไม่ว่าจะมีพื้นที่เล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม ดังนี้


Canopy Layer ต้นไม้ใหญ่
Understory Layer ต้นไม้ที่ต้องอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อีกที
Shrub Layer พุ่มไม้ ต้นไม้ที่มีความสูงจำกัด เช่น ต้นไม้ตระกูลเบอร์รี่
Herbaceous Layer ต้นไม้ล้มลุก เช่น ต้นไม้ที่โตในช่วงหน้าหนาว และสมุนไพร
Groundcover Layer พืชคลุมดิน เพื่อช่วยเพิ่มสารอาหารให้กับพื้นดิน
Underground Layer พืชหัว เห็ด หรือสิ่งอะไรที่เกี่ยวข้องกับดิน รวมทั้งการให้แมลงต่างๆ ที่ช่วยพรวนดินมาอาศัยอยู่ด้วย
Vertical Layer ไม้เลื้อย

เมื่อจัดพื้นที่ปลูกผักได้แล้ว ใครที่มีพื้นที่มากหน่อย ก็ยังสามารถขยับขยายมาทดลองจัดพื้นที่ 6 โซน เพื่อทำให้พื้นที่ใช้สอยในการปลูกผักแต่ละชนิดส่งเสริมกันไปด้วยก็ได้ โดยไล่ลำดับความสำคัญจากพืชผักที่ใกล้ชิดกับตัวเรามากที่สุด ออกไปสู่ป่าขนาดใหญ่ แบบนี้

- Zone 1โซนบ้านที่อยู่อาศัย เน้นการประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด ออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติ และสมดุลทั้งในด้านการทำงานและการอยู่อาศัย

- Zone 2โซนพืชผักใกล้บ้าน สำหรับปลูกพืชที่ต้องดูแลมากหน่อย เช่น ผักในฟาร์ม ผลไม้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่สำหรับทำเรือนกระจก เลี้ยงไส้เดือน ทำปุ๋ยจากขยะอาหาร ถ้าเป็นเพอร์มาคัลเจอร์ ในเมืองจะนิยมปลูกพืชแบบ raised bed หรือการสร้างแปลงผักขนาดเล็ก

- Zone 3ปลูกพืชที่ต้องการดูแลน้อยลงมาอีกหน่อย เช่น พืชหมุนเวียนตามฤดูกาล พืชหัว หรือเลี้ยงผึ้ง

- Zone 4โซนปลูกพืชสำหรับนำไปขาย ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นประจำ อาจผลัดมาใส่ปุ๋ย หรือรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง

- Zone 5พื้นที่กึ่งป่า ปล่อยเอาไว้เพื่อเก็บผักกินหรือปลูกต้นไม้เอาเนื้อไม้ไปใช้

- Zone 6โซนป่า หรือพื้นที่ที่ควรปล่อยทิ้งให้ระบบนิเวศจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง จึงมีทั้งแมลงและพืชต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเอง เพื่อช่วยบำรุงระบบนิเวศและส่งเสริมให้โซนอื่นๆ สามารถอยู่ได้

ส่วนใครที่จัดโซนแล้วยังเหลือพื้นที่ว่างบางส่วนก็ยังสามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะ แต่ถ้าไม่นิยมเลี้ยงสัตว์ก็สามารถทำวีแกนเพอร์มาคัลเจอร์ก็ได้ เพียงแค่ปล่อยให้สัตว์ที่เข้ามาอาศัยตามธรรมชาติพึ่งพากันและกันเอง โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปจัดการ

เพอร์มาคัลเจอร์ ถือเป็นระบบการดำเนินชีวิตที่อาศัยพลังงานที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษใหม่ขึ้น และเป็นระบบที่นำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ทั่วไปมาใช้ผลิตอาหาร โดยไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลก ซึ่งเป็นทางเลือกที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันการทำเกษตรในแนวนี้ เป็นสิ่งตอบโจทย์เราทุกคนได้ดีที่สุด เพราะเราคงต้องหันกลับมามองธรรมชาติให้มากขึ้น ก่อนที่ธรรมชาติที่เหลืออยู่จะไม่ยอมเหลียวแลเราอีกเลย
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : ข้อมูลบางส่วนจากgreenery
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-31°C
เชียงใหม่
23-29°C
นครราชสีมา
24-31°C
ชลบุรี
26-29°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
26-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×