เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
19เรื่องควรรู้...ก่อนปลูกฟักทอง
07 ตุลาคม 2562
452
ใครกำลังมองหาพืชอายุสั้น ราคาดี และนิยมรับประทานกันทั้งปี อยากจะปลูกไว้ทานเอง หรือจะปลูกไว้ขายก็สามารถทำได้ไม่ยาก วันนี้แอดขอแนะนำ "ฟักทอง" พืชสารพัดประโยชน์ คุณค่าเหลือล้น
 
ฟักทองมี 2 สายพันธุ์หลักๆ คือ พันธุ์ฟักทองอเมริกัน ให้ผลขนาดใหญ่ เนื้อยุ่ย และ พันธุ์สควอซ์ เปลือกแข็ง เนื้อแน่น เช่น ฟักทองไทยและญี่ปุ่น ซึ่งมีรสชาติหวานมัน สามารถเพาะปลูกได้ทุกภูมิภาคของไทย ในสภาพอากาศไม่หนาวเย็น พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก คือ พันธุ์คางคก ซึ่งมี ผิวขรุขระ ให้ผลใหญ่ น้ำหนักดี รสชาติหวานมัน เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบ เหมาะต่อการแปรรูปเป็นอาหารคาวหวานได้หลากเมนู ด้านการดูแลจัดการนั้นไม่ยาก แต่จะยุ่งแค่ช่วงที่ต้องช่วยผสมเกสรและการเลี้ยงผลเท่านั้น มีโรคแมลงที่สำคัญ คือ โรคราน้ำค้าง ที่จะพบมากในฤดูฝนหรือแปลงที่ให้น้ำระบบพ่นฝอย และ ด้วงเต่าแตง
แต่ก่อนที่เราจะลงมือปลูก และเลือกหาพันธุ์มาปลูกนั้น เรามาทำความรู้จักกับเจ้า "ฟักทอง" กันก่อนว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรปลูกแบบไหนถึงจะโตและได้ผลผลิตดี มี 19 ข้อที่ควรรู้ดังนี้
1. ใช้ระยะเวลาปลูก-เก็บเกี่ยว 60 - 70 วันนับจากวันเพาะเมล็ด
2. หากปลูกด้วยกิ่งตอน จะติดดอก-ผล หลังปลูก 7 วัน
3. เมล็ดจะงอกดี ถ้าแช่น้ำ 30 นาที แล้วห่อผ้าบ่มในกล่องพลาสติก 3-5 วันก่อนนำไปเพาะกล้าปลูก
4. รากลึก 25-30 เซนติเมตร ชอบค่า pH ปานกลาง
5. ชอบอุณหภูมิ 18-27 องศาเซลเซียส ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสจะตาย (ไม่ทนอากาศหนาวเย็น)
6. สภาพแวดล้อมมีผลต่อการเปลี่ยนของเพศดอก
7. หากมีดอกตัวผู้มาก แก้ด้วยการเด็ดยอดออกแล้วจะได้ดอกตัวเมียเพิ่มขึ้น
8. ในหนึ่งต้นจะมีทั้งดอกตัวผู้และตัวเมียแยกดอกกันอยู่(ดอกไม่สมบูรณ์เพศ) จึงต้องช่วยผสมเกสร
9. เวลาผสมเกสรที่ดีที่สุดคือ 06.00-09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกพร้อมผสมพันธุ์
10. ดอกจะบานเพียง 1 วัน หลัง 09.00 น. ไปแล้วดอกจะเริ่มหุบ-เหี่ยวเฉา-ตาย
11. ดอกตัวผู้ 1 ดอกจะผสมกับดอกตัวเมียได้ 3 ดอก ลักษณะดอกจะเหมือนดอกตัวเมีย แต่โคนดอกไม่มีผลอ่อนติดอยู่
12. การใช้นมผงเด็ก 2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นช่วงที่ออกดอก จะล่อแมลงมาช่วยผสมเกสรมากขึ้นจึงติดลูกดก
13. หากดอกไหนผสมติด ผลจะใหญ่ขึ้น แต่ถ้าผสมไม่ติดผลจะฝ่อร่วงไป
14. หลังติดผลได้ 7 วันให้เด็ดยอดออก จะทำให้ได้ผลใหญ่ น้ำหนักดี
15. การให้ปุ๋ย
- ก่อนปลูก ใช้สูตรเสมอ เช่น 15-15-15 รองก้นหลุม 5 กรัม/หลุม
- อายุ 10-14 วัน ให้ปุ๋ยสูตรตัวหน้าสูง เช่น 46-0-0 อัตรา 10-15 กก./ไร่
- อายุ 20-25 วัน และ 30 วันให้ ปุ๋ยสูตร ตัวท้ายสูง เช่น 13-13-21 แบ่งใส่ 2 ครั้ง ครั้งละ 25-30 กก.ไร่
16 . การให้น้ำ ควรให้ เช้า-เย็น
17. หากพบโรคราน้ำค้างระบาด ให้ใช้ แอนทราโคล 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น หรือ ฉีดพ่นน้ำล้างใบช่วงเช้า
18. หากพบด้วงเต่าแตงหรือแมลงอื่นระบาดในแปลงปลูก ให้ใช้ เมล็ดน้อยหน่า แห้ง 1 กก. หรือ ใบน้อยหน่าสด 2 กก. ตำละเอียด แช่น้ำ 10 ลิตร นาน 12-24 ชม. แล้วกรองเอาแต่น้ำมาผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ หรือ ผงซักฟอก ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วฉีดพ่นทุก ๆ 6-10 วัน เช้าและเย็น
19. เมื่อผลขึ้นนวล ตั้งแต่ขั้วไปจนถึงก้นผล แสดงว่าแก่จัด ได้เวลาเก็บเกี่ยว , ผลจะแก่หลังผสมติด 35-40 วัน
ฟักทอง พืชมหัศจรรย์ กินได้ทุกส่วน มีประโยชน์ทุกด้าน
ฟักทอง เป็นพืชที่ทำได้สารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นฟักทองแกงบวช ดอกฟักทองผัดน้ำมันหอย เมล็ดฟักทองอบเกลือ และอีกหลากหลายเมนูที่นอกจากอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์มากมาย ที่สำคัญคือฟักทองกินได้แทบทุกส่วนเลยค่ะ
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
26-33°C
เชียงใหม่
22-30°C
นครราชสีมา
22-31°C
ชลบุรี
25-32°C
นครศรีธรรมราช
25-27°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×