เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เปลี่ยนชีวิตคนเมือง...พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วย Urban Farming
15 กรกฏาคม 2562
787
เมื่อ "คนกินเยอะกว่าคนทำ" วิกฤติอาหารโลกจึงเกิด องค์กรอาหารและเกษตรโลก รายงานสถานการณ์อาหารโลก บ่งชี้ว่า ราคาอาหารโลกได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ประชากรหัวเมืองใหญ่ทั่วโลกต้องเจอกับปัญหาขาดแคลนอาหาร จนต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้อาหารนั้นมีราคาสูงขึ้น
เมื่อหลายชีวิตนำปากท้องไปผูกไว้กับคนไม่กี่ชีวิต แน่นอนว่าความมั่นคงทางด้านอาหารไม่มีแน่นอน แต่หากเราเปลี่ยนวิถีใหม่ แล้วปรับพื้นที่ที่อยู่อาศัย ตึกรามบ้านช่องในเมือง ที่ไม่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม ให้กลายเป็นแปลงเกษตรของคนเมือง เพื่อช่วยบรรเทาและป้องกันวิกฤตขาดแคลนอาหาร ที่อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ในรูปแบบของ "Urban Farming" ให้เราลองมาเป็นเกษตรกรที่ผลิตอาหารได้เอง และพร้อมแชร์ให้กับคนอื่น
"ฟาร์มที่เป็นได้มากกว่าแหล่งอาหาร"
เข้าถึงแหล่งอาหารที่ปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง และเมื่อทำได้แล้วต้องเผื่อแผ่ แชร์แนวคิดให้กับคนอื่น ที่สำคัญสามารถที่จะแชร์ผลผลิตให้กับคนอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการแบ่งปัน หรือการค้าขาย

ให้เราลองจินตนาการถึงแปลงปลูกพืชขนาดเล็กภายในบ้าน หรือในชุมชน ที่สร้างขึ้นได้เองไม่ยาก ด้วยการปรับพื้นที่บนดาดฟ้าของตึกแถว หรือพื้นที่ด้านข้างตึกให้เป็นแปลงปลูกพืช หากเราต้องการให้พืชผักนั้นเติบโตดี มีผลผลิตเพียงพอทั้งกินเองและแบ่งปัน ก็ต้องให้ความสำคัญกับการเลือกดินที่มีแร่ธาตุสูงและต้องติดตั้งระบบให้น้ำกับพืชนั้นอย่างเพียงพอ รวมถึงต้องประเมินความแรงของแสงแดดในพื้นที่ของเราเอง กับชนิดของพืชที่ต้องการปลูกว่าเป็นพืชที่ต้องอาศัยแสงแดดในการเติบโตหรือไม่ชอบแดด ปรับพื้นที่ให้เหมาะสมต่อพืชแต่ละชนิด และเราสามารถที่จะออกแบบหรือดีไซน์ฟาร์มของเราให้กลายเป็นสวนเล็ก ๆ ที่น่าดู น่ากิน ทำให้พื้นที่บนตึกหรือข้างตึกนั้นกลายเป็นหนึ่งพื้นที่ที่ทำให้เรา Relax ขึ้นได้อีกด้วย

และหากใครมีพื้นที่ในร่ม ก็จะยิ่งดี เพราะเราจะสามารถควบคุมปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีกว่าการปลูกกลางแจ้ง และต้องรู้จักนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมมาใช้ให้เหมาะสม เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ให้การทำเกษตรของคนเมือง ง่ายขึ้น
"ทำฟาร์มสไตล์คนเมือง ความดิจิทัลต้องมา"
การทำฟาร์มในเมือง ไม่ได้ต่างจากการทำเกษตรทั่วไปมากนัก ที่ต่างก็คงจะเป็นพื้นที่ แต่ที่ไม่ต่างเลยคือ ต้องหาเมล็ดพันธุ์ ปัจจัยการผลิตที่จะทำให้เราได้อาหารที่ปลอดภัย เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม โดยทั่วไปเราจะหาสิ่งเหล่านี้ตามร้านค้าวัสดุการเกษตร ห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ตามฟาร์มของเกษตรกร แต่ยุคนี้คือยุคดิจิทัล ก็มีวิธีให้เราเข้าถึงวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ได้ง่ายกว่านั้น นั่นก็คือการสั่งซื้อออนไลน์ ที่มีทุกสิ่งให้เลือกสรรผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆที่เข้าถึงได้ง่าย

"ต้นแบบ Urban Farming ที่กลายเป็นธุรกิจได้อย่างสบาย ๆ"
Dave Haider ประธานกลุ่มบริษัท Urban Organics เจ้าของกิจการทำ ฟาร์มคนเมือง หรือ urban farms ที่ใหญ่ที่สุดและอยู่ใน top 5 บริษัทที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ กล่าวว่า

"การทำฟาร์มเกษตรคนเมือง ไม่ได้ปลูกได้แค่ผลไม้หรือผักต่างๆที่ผู้คนรู้จักและหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปเท่านั้น เพราะจากการทำธุรกิจที่ผ่านมา เราสามารถพัฒนาพันธุ์ และปลูก Kale ซึ่งเป็นพืชผักในกลุ่มคะน้าได้หลากหลายชนิด หรือทำสวนเกษตรสไตล์สวิส ปลูกผักชีฝรั่งสายพันธุ์อิตาเลียน กระทั่งทำบ่อเลี้ยงปลาแซลมอนอาร์กติก โดยใช้เทคโนโลยีในการเลี้ยงปลาล่าสุดที่เรียกว่า Aquaponics ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีในรูปแบบเดียวกับแนวทางและหลักการของระบบการปลูกพืชไร้ดิน ไฮโดรโปนิกส์ hydroponics โดยใช้ของเสียจากปลาที่ผสมอยู่ในน้ำ มาหมุนเวียนใช้ร่วมกับจุลินทรีย์ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนของเสียให้เป็นธาตุอาหารที่พืชน้ำต้องการ"

หัวใจสำคัญของการทำ Urban Farming ไฮเดอร์อธิบายว่า ต้องคำนึงถึงปัจจัยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เช่นควรวางระบบการทำฟาร์มมิ่งให้มีความเป็น ecosystems จากนั้นค่อยวางระบบการทำฟาร์มมิ่ง อย่าง การทำเกษตรหรือปลูกพืชแนวตั้ง ที่ตอบโจทย์ข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ของการทำเกษตรในเมือง ต่อมาหากต้องการขยับ scale ของการทำ Urban Farming ไปในเชิงพาณิชย์ ไฮเดอร์กล่าวว่า สิ่งที่คุณต้องคิดต่อ นั่นคือ การกำหนดตำแหน่งของฟาร์มให้อยู่ท่ามกลางกิจการของผู้ที่คาดว่าจะมาเป็นลูกค้า เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่ง ซึ่งถ้าทำได้ คุณจะได้ชื่อว่าเป็น Urban Farm ที่เป็นมิตรกับโลก ไม่เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ก่อมลพิษให้กับโลกด้วยการขนส่งสินค้าด้วย

สำหรับบริษัท Urban Organics นี้ เปิดกิจการเมื่อปี 2014 โดยความสำเร็จที่สุดของบริษัทนี้ นั่นคือ การส่งอาหารไปยังผู้คนที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย ใน the Twin Cities ซึ่งปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนให้เกิดการสร้างฟาร์มแรกของบริษัท ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของทะเลทรายนั้น โดยบริษัทค่อยๆปลูกพืชพันธุ์และส่งผลผลิตนั้นไปจำหน่ายยังผู้ประกอบการท้องถิ่นต่างๆที่อยู่รอบๆฟาร์ม ซึ่งจากการดำเนินกิจการที่ผ่านมา ไฮเดอร์ พบว่า มีแนวโน้มที่ผู้คนจะย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ความเสี่ยงของการเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารจึงมีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
"Urban Farm ในไทย ใครทำบ้าง"
ที่รู้จักอย่างดี ก็คงจะเป็น "เจ้าชายผัก" หรือ คุณนคร ลิมปคุปตถาวร เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรในเมือง และทำเกษตรในเมืองภายในบ้านของตัวเอง เจ้าชายผักสามารถสอนเทคนิคที่จำเป็นในการทำเกษตรในเมือง เช่น การทำปุ๋ยอินทรีย์และยาฆ่าแมลงที่ไม่ใช้สารเคมี ผู้สนใจสามารถศึกษาวิธีปลูกพืชผักด้วยตัวเองได้จากศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง สาขาเจ้าชายผัก เข้าไปที่ https://www.facebook.com/prince.cityfarm

อีกหนึ่งที่ที่อยากจะแนะนำคือ "สวนผักบ้านคุณตา" ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ สุขุมวิท 62 ที่ทำขึ้นเพื่อมุ่งเป็นต้นแบบการทำเกษตรในเมือง ของคุณตาสุทธิ โอมุเณ เจ้าของบ้านพื้นที่400 ตารางเมตร นำมาใช้เป็นศูนย์อบรมและแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรคนเมือง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งทำเกษตรในแบบอินทรีย์ และได้นำหลักการของ urban metabolism changing linear metabolism to be circular metabolism โดยการใช้แหล่งต่างๆ เช่น การกักเก็บน้ำฝน และ พลังงานโซลาร์เซลล์ Cascading และ การรีไซเคิล สำหรับ closing resources and waste loop within the area ยกตัวอย่างเช่น การนำน้ำเสียจากครัวเรือนมาทำให้สะอาดและใช้ซ้ำในการเกษตร การทำปุ๋ยจากเศษอาหาร และเศษผักในสวนครัว ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/grandpaurbanfarm/

ในบ้านเมืองเราอาจจะยังอยู่ในรูปแบบของการแชร์วิธีการ แชร์แนวคิดการทำฟาร์มคนเมือง เพื่อให้บุคคลอื่นเกิดแรงบันดาลใจและทำตาม ยังไม่ถึงขั้นอยู่ในรูปแบบของธุรกิจมากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็น Start Up ในไทยที่หันมาทำ Urban Farm แบบครบวงจรก็เป็นได้

เทรนด์การทำฟาร์มเกษตรคนเมือง ไม่ได้มีอิทธิพลในการใช้ชีวิตเท่านั้น แต่ในแง่ของวงการเกษตรกรรมโลก การทำ Urban Farm สามารถเปลี่ยนกรอบการทำเกษตร จากพื้นที่กว้าง ๆ สู่พื้นที่คนเมืองที่มีจำกัด และยังช่วยกู้วิกฤติอาหารโลก ช่วยให้ประชากรสร้างแหล่งอาหารให้ตนเองได้ และเชื่อว่าในอนาคต จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ Urban Farm สามารถทำได้ในพื้นที่ที่แคบยิ่งขึ้น และปลูกพืชได้หลากหลายชนิด ในวิถีอินทรีย์มากขึ้นอีกด้วย
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอบคุณ : https://www.weforum.org/agenda/2018/01/why-urban-farming-is-changing-the-future-of-agriculture // Salika
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×