เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เกษตรกรยุคใหม่...เข้าใจ IOT
08 กรกฏาคม 2562
1,434
เกษตรกรคงพอจะได้ยินและได้เห็นคำ ๆ นี้อยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ IoT และดูเหมือนว่า IoT นั้นเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับการเกษตรในยุคนี้ แล้วความหมายที่แท้จริงของ IoT นั้นคืออะไร สามารถนำมาใช้กับการเกษตรได้ในรูปแบบไหนบ้าง
IoT หรือ Internet of Things มันหมายถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ โทรทัศน์ แอร์ และอื่น ๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยเครื่องมือต่าง ๆ จะสามารถเชื่อมโยงและสื่อสารกันได้โดยผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งในอนาคตเราแทบทุกคนจะต้องคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่จะควบคุมสิ่งต่าง ๆ ทั้งจากในบ้าน นอกบ้าน ที่ทำงาน หรือจากที่ไหน ๆ ก็ได้ เช่นการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน การเปิดปิดไฟ ไปจนถึงการสั่งรดน้ำต้นไม้ผ่านมือถือ และแปลงเกษตรของตนเอง

ในปัจจุบัน IoT ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับหลายสิ่งหลายอย่างทั่วโลก รวมไปถึงการทำเกษตร เพื่อใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้แรงงานคนให้น้อยที่สุด และนี่จึงเป็นที่มาของคำว่า "เกษตรอัจฉริยะ" หรือสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) ซึ่งได้นำเทคโนโลยี RFID Sensors (Radio Frequency Identification Sensors) เข้ามาใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การเกษตรต่างๆ เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านั้น สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ควบคุมหลักได้ เช่น การใช้เซ็นเซอร์วัดข้อมูลต่างๆ อย่าง เซ็นเซอร์ตรวจอากาศ (Weather Station) เซ็นเซอร์วัดดิน (Soil Sensor) เซ็นเซอร์ตรวจโรคพืช (Plant Disease Sensor) เซ็นเซอร์ตรวจวัดผลผลิต (Yield Monitoring Sensor)
สำหรับเกษตรกรแล้ว มีคำแนะนำในการเริ่มต้นเดินบนเส้นทางของ Smart Farmer ด้วยการนำ IoT มาใช้ โดยเริ่มจากสิ่งเหล่านี้
1. ควบคุมการรดน้ำ โดยคำนวณปริมาณน้ำและเวลาในการรดน้ำที่เหมาะสม
2. ควบคุมโรคและศัตรูพืช โดยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมโรคศัตรูพืช ฉีดยาฆ่าแมลง ศัตรูพืช เมื่อจำเป็นเท่านั้น

3. ติดตามสภาพดิน ตรวจสอบคุณภาพดิน ความชื้น แร่ธาตุ ทำให้เกษตรกรทราบว่าควรปลูกพืชชนิดใด และปรับปรุงดินอย่างไรให้เหมาะสมกับการปลูกพืชนั้น
4. จัดเก็บฐานข้อมูลการเพาะปลูก เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตและควบคุมต้นทุนการผลิตได้ รวมไปถึงช่วยในการวางแผนการผลิตเพื่อให้เป็นไปตามกลไกของตลาด
5. ฟาร์มแม่นยำ พยากรณ์อากาศแบบเจาะจงพื้นที่ ตรวจสภาพพืชในพื้นที่ เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์

เมื่อยังไม่ได้ลงมือทำ หลายคนย่อมคิดว่าการปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรโดยนำ IoTมาใช้นั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก และทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่หากมองถึงผลในระยะยาว และนำมาปรับใช้อย่างถูกจุด นอกจากจะสร้างความแม่นยำในการผลิตได้แล้ว ยังจะช่วยลดต้นทุนอื่น ๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น น้ำ ปุ๋ย รวมไปถึงการป้องกันกำจัดศัตรูพืช หากเกษตรกรยุคใหม่นำเอาแนวทางของ IoT มาใช้เพื่อสร้างระบบ Smart Agriculture ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยอย่างแพร่หลาย แน่นอนว่าในอนาคต การเกษตรของไทยไม่แพ้ชาติใด ๆ ในโลกอย่างแน่นอน
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอบคุณภาพจาก dzone.com
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×