เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
แพงนัก!!! ปลูกไว้กินเองจะได้ไหม???
27 มิถุนายน 2562
709
เทรนด์ใหม่ สายสุขภาพมาแรงในปี้นี้ คือ "Celery juice challenge" ถือเป็นเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นมาจากAnthony William ผู้เขียนหนังสือขายดีชื่อว่า Medical Medium โดยนักโภชนาการคนนี้ได้พยายามแนะนำคนรอบข้างดื่มน้ำ "เซเลอรี่" หรือ "ขึ้นฉ่ายฝรั่ง" สกัดวันละแก้ว เพื่อช่วยบำบัดรักษาความเจ็บป่วยเรื้อรังต่าง ๆ มาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี
ทำให้ตอนนี้มีผู้ร่วมทดลองชาเลนจ์นี้กว่า 1 แสนคนบนโลกอินเทอร์เน็ต และต่างเข้ามาแบ่งปั่นประสบการณ์หลังจากได้ลองดื่มน้ำเซเลอรีทุกๆ วัน เสียงจากผู้ที่ลองดื่มน้ำเซเลอรี่สกัดเป็นประจำนั้น ต่างบอกกันว่าสุขภาพดีขึ้น บางคนป่วยเป็นภูมิแพ้ก็บรรเทาลง บางคนดื่มแล้วหน้าใสไกลสิว เพราะร่างกายภายในดี หลาย ๆ คนรู้สึกได้ว่าอาการเจ็บป่วยทุเลาลงอย่างรวดเร็ว ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น มีพลัง กระปรี้กระเปร่าไปทั้งวันและยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย
แน่นอนว่าคนไทยไม่เคยตกเทรนด์ เราจะเห็นว่ามีสาว ๆ ออกมาปั่นเซเลอรี่ดื่มให้ได้เห็นกันตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ อย่างมากมาย ทำให้หลายคนก็เริ่มเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับเจ้า "เซเลอรี่" กันยกใหญ่ พอยิ่งอ่านก็ยิ่งทำให้เราอยากจะลองเริ่มดื่มดูบ้าง และสิ่งแรกที่เราต้องทำคือ หาวัตถุดิบ ซึ่งเรามักจะพบ "เซเลอรี่" หรือ "ขึ้นฉ่ายฝรั่ง" นั้นอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ แน่นอนว่าเราจะหาจากตลาดสดนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากมาก และราคาอยู่ระหว่าง 70 - 150 บาทต่อต้น และถ้าเราต้องดื่มติดต่อกันถึง 9 วัน โอ้วววแม่เจ้า...กี่บาทไปแล้วนั่น แล้วแบบนี้เราจะสามารถปลูกไว้กินเองได้หรือไม่
ก่อนอื่นเราไปดูเรื่องของอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูก "เซเลอรี่" กันก่อน

เซเลอรี่เป็นพืชเมืองหนาว ชอบอากาศเย็น ซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะต่อการปลูกนั้น อยู่ระหว่า 15.5 - 18 องศาเซลเซียส และไม่ควรจะเกิน 24 องศาเซลเซียส ความเป็นกรด - ด่างของดิน อยู่ที่ 6.5 - 7.0 พอดูจากเรื่องของอากาศที่เซเลอรี่ชอบนั้น เมืองไทย ก็ดูห่างไกลมากแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าจะมีเพียงบางพื้นที่ทางภาคเหนือที่สามารถจะปลูกและให้ผลผลิตที่ดีได้

และเรามาดูเรื่องของวิธีการดูแลรักษาในระยะต่าง ๆ ของการเจริญเติบโตกัน

- ระยะการเตรียมกล้า เพาะกล้าอย่างประณีตในถาดหลุม เมื่อมีอายุได้ 25 วัน ย้ายลงถุงเพาะ ขนาดใหญ่ หลังย้ายกล้าลงถุง 20-25 วัน ให้ย้ายลงปลูกกับดิน
- ระยะการเตรียมดินปลูก ขุดดินตากแดดทิ้งไว้ก่อนย้ายกล้าลงมาปลูกอย่างน้อย 14 วัน
ใส่ปุ๋ย 15-15-15 ในปริมาณ 15-20 กรัม/ตร.ม. และใส่ขี้ไก่ 2-4 กก./ตร.ม. โดยผสมคลุกกับดินให้ทั่วแปลง
- ระยะการปลูก ย้ายกล้าปลูกใช้ระยะปลูกแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละฤดูกาล เช่น ฤดูหนาวปลูกระยะ 30 - 40 ซม. ฤดูฝน 20 ? 25 ซม.
- การให้น้ำ เซเลอรี่เป็นพืชที่ต้องการความชุ่มชื่น สามารถให้ได้ทั้งแบบสปริงเกอร์หรือวางระบบการให้น้ำพร้อมปุ๋ย (fertigation)
- การให้ปุ๋ย เมื่อพืชอายุได้ 25-30 วัน เก็บวัชพืชออก เด็ดหน่อที่เกิดใหม่ทิ้ง พร้อมใส่ปุ๋ย 15-15-15 และ 21-0-0 หรือ 15-0-0 ในอัตราผสมจำนวน 50 กก./ไร่ 1:1 โดยโรยปุ๋ยบนหลังแปลง ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรก 2 สัปดาห์ โดยใช้ปุ๋ย 15-15-15 และ 15-0-0 ในอัตราผสมจำนวน 50 กก./ไร่ 2:1 และปุ๋ยมูลไก่อัตรา 3 กำมือ/ต้น

- การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว :
ช่วงเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวเมื่อต้นมีความสูงประมาณ 45 ซม. ขึ้นไป (อายุ 2.5-3.5 เดือน )
การเก็บเกี่ยว
1. เก็บเกี่ยวโดยการตัดด้วยมีดคมๆ ที่ระดับดิน
2. ตัดส่วนของปลายใบทิ้ง
3. คัดเลือกส่วนที่มีตำหนิหรือก้านใบที่ไม่ตั้งตรงทิ้งไป
4. ผึ่งให้แห้งถ้าผักเปียกน้ำ
5. บรรจุในตะกร้าพลาสติกโดยมีกระดาษกรุทั้งตะกร้า
6. ลดอุณหภูมิเฉียบพลันให้เหลือประมาณ 3 องศาเซลเซียส
7. ขนส่งด้วยรถห้องเย็น
จากรายละเอียดทั้งหมด ทั้งเรื่องของสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การเตรียมดินก่อนปลูก การปลูก การดูแลให้เจริญเติบโต การเก็บเกี่ยว ไปจนถึง การบรรจุและการขนส่ง ต้องบอกว่าแต่ละขั้นตอนนั้น ต้องใช้ความพิถีพิถัน และใช้เวลาอย่างมาก แอดว่า ซื้อก็ได้ค่ะ!!!...ถ้าอยากจะสุขภาพดี แต่อย่าลืมนะคะ ในทุก ๆ สิ่งก็จะมีทั้งคุณและโทษ น้ำเซเลอรี่นั้นไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากมีโพแทสเซียมสูง ดังนั้นไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วย ถ้าเรากินในปริมาณที่พอดี เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ไม่ว่าจะกินอะไรก็จะเกิดประโยชน์มากกว่าโทษอย่างแน่นอนหละค่ะ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
:ทีมงานรักบ้านเกิด
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×