เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
สตาร์ทอัพไทย พร้อมลุย ยุโรปฮิตมาก...กินแมลง จนต้องนำเข้า
11 ธันวาคม 2561
1,248
แมลงตัวนั้น ตัวนี้ มีเยอะมากมาย ดูไปก็รักรักมันทุกตัว...เห็นทีต้องรักแมลงกันให้มากขึ้นแล้วหละค่ะ เพราะตอนนี้ยุโรปฮิตกินแมลงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เรื่องของการส่งออกแมลงสำหรับไทย สดใสมากยิ่งขึ้น
น.ส.ปิตินันทน์ สมานวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า ขณะนี้การบริโภคแมลงเป็นอาหารกำลังได้รับความนิยมและเป็นเทรนด์สุดฮิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยบนชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เกตยักษ์ใหญ่อย่าง Coop และ Migro ต่างมีผลิตภัณฑ์จากแมลงนำเสนอให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์แมลงหรือของขบเคี้ยวเรียกน้ำย่อยต่างๆ ที่ผลิตจากแมลง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวสวิสเป็นอย่างดี และมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภครู้ว่าแมลงเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี นอกเหนือจากเนื้อสัตว์

"การบริโภคแมลงเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้มีความต้องการนำเข้าแมลง และผงโปรตีนที่ผลิตจากแมลงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะสวิตเซอร์แลนด์ไม่สามารถผลิตแมลงได้ตลอดทั้งปี ทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสของไทยที่มีความได้เปรียบในฐานะเป็นแหล่งผลิตแมลงอันดับต้นๆ ของโลก ที่จะเพิ่มยอดการส่งออกเข้าสู่ตลาดสวิตเซอร์แลนด์"
โดยการแก้ปัญหาแมลงขาดแคลน ล่าสุด Start-up รุ่นใหม่ชาวสวิสได้รวมตัวกันก่อตั้งฟาร์มชื่อ Ensectable เพื่อเพาะแมลงเป็นการบริโภคทดแทนเนื้อสัตว์ป้อนตลาดภายในประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถเพาะเลี้ยงแมลงได้มากถึง 12 ตันต่อปี บนเนื้อที่ประมาณอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กหนึ่งหลัง เมื่อเทียบกับการทำอุตสาหกรรมนมและเนื้อสัตว์แบบปกติที่ต้องใช้น้ำ และอาหารเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวแปรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่การเลี้ยงแมลงใช้พื้นที่และทรัพยากรนิดเดียว อาหารที่ใช้เลี้ยงก็มาจากเศษเหลือของการผลิตอาหารอินทรีย์

ขณะเดียวกัน Klimastiftung Schweiz ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันสภาพภูมิอากาศ ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของฟาร์มแมลง Ensectable จึงได้ให้การสนับสนุน เพราะเห็นว่าการบริโภคแมลงทดแทนเนื้อสัตว์จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไม่น้อยกว่า 290 ตันต่อปี แต่แม้จะมีการขยายการเพาะเลี้ยงแมลงก็ยังไม่เพียงพอ และต้องนำเข้า
และปัจจุบันประเทศไทย มีการทำธุรกิจแมลง ด้วยการขายออนไลน์และมีการส่งออกไปทั่วโลก ผ่านเว็บไซต์ http://www.thailandunique.com/ ทั้งปลีกและส่ง สอดรับกับกระแสตื่นตัวการบริโภคแมลงของชาวตะวันตก โดยกิจการนี้ตั้งอยู่ที่ จังหวัดอุดรธานี เป็นโรงงานขนาดเล็กที่มีมาตรฐานและความสะอาดของอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งมีหลากหลายเมนูแมลงให้เลือกสรรอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น
- แมลงแพ็คเกจในถุงฟลอยด์
- แป้งโปรตีนจากแมลง
- แมลงกระป๋อง
- ขนมจากแมลง เช่น แมลงเคลือบช็อคโกแล็ต ลูกอมแมลง
- แมลงอบแห้งขายส่ง

ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ทั้งหลายนี้ ถูกแปรรูปจากแมลงชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จิ้งหรีด ตั๊กแตน แมงป่อง ดักแด้ หนอนรถด่วน ด้วง มด และอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ยังมี Start-up คนไทย ลุกขึ้นมาทำ ผลิตภัณฑ์ผงโปรตีนจากจิ้งหรีดเป็นเจ้าแรกของโลก กับผลิตภัณฑ์ "Cricket Poder" ของบริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย โดยมีการจัดตั้งแหล่งผลิตขึ้นมาเป็นฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดและโรงงานในระบบปิดแบบครบวงจร มีขั้นตอนการทำงานตั้งแต่การเพาะขยายพันธุ์ การอนุบาลจิ้งหรีดไปจนถึงขั้นตอนการใช้นวัตกรรมใหม่เพื่อแปรรูปจิ้งหรีดให้ออกมาเป็นผงโปรตีน และจิ้งหรีดอบแห้ง ในพื้นที่ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถือเป็นโรงงานที่ผลิตสินค้าจากแมลงเป็นแห่งแรกของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ทำขึ้นมาพร้อมกับการพัฒนาจนได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อส่งขายออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

สำหรับการตลาดนั้นทางบริษัทจะเน้นการผลิตผงโปรตีนจากแมลงเพื่อการส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากตลาดโลกในช่วงปี พ.ศ. 2561 มีความต้องการโปรตีนจากแมลงเป็นจำนวนมากถึง 400 ล้านตัน/ปี และจะเติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% เมื่อคิดเป็นมูลค่าในอีก6 ปีข้างหน้านั้นจะมีมูลค่าสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
"จิ้งหรีด" ถือเป็นแมลงที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจคือ จิ้งหรีด 3 ขีด จะมีปริมาณโปรตีนเท่ากับเนื้อ 1 กิโลกรัม และแมลงย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ ดังนั้นแมลงจึงนับได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุด อีกทั้งยังมีปริมาณแคลเซียมที่สูงมากอีกด้วย อีกทั้งการทำผลิตภัณฑ์จากโปรตีนจิ้งหรีด ยังถือเป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของโลกอีกด้วย
นี่ถือเป็นนวัตกรรมด้านอาหารที่น่าจับตามอง ทั้งในปัจจุบันและในโลกอนาคต เมื่อประเทศไทย ถือเป็นเจ้าแรก ๆ ที่มีการพัฒนาโปรตีนจากแมลง และมีการส่งออกไปทั่วโลก หากอนาคตตลาดแมลงสดใส เกษตรกรไทยที่ปรับตัวได้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค ก็หวังว่าจะสดใสตาม ๆ กันไปนะคะ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : ผู้จัดการออนไลน์ / thailanddunique / SmartFarm / โพสทูเดย์ / Global Bugs
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×