เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
"ใบเตย" ทำขนม กับ ไหว้พระ เหมือนกันหรือไม่???
29 สิงหาคม 2561
1,380
"ใบเตย" พืชสมุนไพร ใบมีกลิ่นหอม ที่ใช้ได้สารพัดประโยชน์ ให้สีและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาประกอบอาหาร โดยเฉพาะอาหารหวาน ทั้งเพื่อแต่งกลิ่น และแต่งสีให้น่ารับประทาน ไม่เพียงแค่นั้น "ใบเตย" ยังถูกนำมาประดับตกแต่งในงานพิธีต่าง ๆ เพื่อจัดช่อดอกไม้และใช้เพื่อมัดรวมกับดอกไม้ไหว้พระในรูปแบบต่าง ๆ และที่หลาย ๆ คนชินตา ก็คงจะอยู่บนรถบริการสาธารณะอย่างรถแท็กซี่ซึ่งเป็นกลิ่นที่เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของแท็กซี่ในเมืองไทยไปแล้วก็ว่าได้
"ใบเตย" ถือเป็นพืชสมุนไพรคู่ครัวเรือน ที่จะต้องมีแทบทุกบ้าน เพราะ "ใบเตย" ปลูกง่าย โตเร็ว ทั้งกลางแจ้งและในร่ม อยู่ได้ในพื้นที่ชื้นแฉะและที่น้ำขังท่วมโคนลำต้นก็ยังเติบโตได้ดี ต้นเตยยังมีรากที่ออกจากโคนและด้านข้างของลำต้นช่วยยึดเกาะดิน ลดการพังทลายของพื้นที่ที่มีระดับความต่างของพื้นผิวดิน กระทั่งเส้นทางน้ำไหลที่เราไม่อยากให้หน้าดินถูกพัดพาไปกับน้ำ เรียกว่าได้ช่วยรักษาระบบนิเวศ ช่วยยึดผิวหน้าดินได้อีกทางหนึ่งด้วย ส่วนใหญ่แล้วตามบ้านเรือน มักจะปลูกไว้ตามทางน้ำไหลผ่าน บริเวณพื้นที่ชะล้างของบ้าน

"แล้วใบเตยทำขนม กับใบเตยไหว้พระ เหมือนกันหรือไม่"

"ใบเตย" สำหรับทำขนม กับ "ใบเตย" ที่นิยมนำมาไหว้พระนั้น เป็นคนละชนิดกันนะคะ ใบเตยสำหรับทำขนมนั้น เป็นเตยต้นตัวเมีย หรือที่เราเรียกกันว่า "เตยหอม" ลักษณะใบจะมีสีอ่อนใบเรียว เมื่อขยี้ใบดูแล้วจะมีกลิ่นหอมมาก ส่วนใบเตยสำหรับใช้จัดแจกันดอกไม้ หรือมัดกำรวมกับดอกไม้ไหว้พระ เราเรียกกันว่า "เตยหนู" ลักษณะใบจะมีสีเข้ม ใบจะมีขนาดเล็กกว่า ลำต้นสั้น ขยี้แล้วกลิ่นจะไม่หอมมากออกจะเหม็นเขียวอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คน ต้องมีการใช้ผิดประเภทกันบ้าง สำหรับจัดดอกไม้ไหว้พระก็สามารถที่จะนำเตยหอมมาใช้ได้เช่นกัน นอกจากจะได้สีเขียวสบายตายังทำให้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบเตยอีกด้วย แต่สำหรับทำขนม หรือ ทำน้ำใบเตยนั้น ต้องใช้ให้ถูกประเภท นั่นก็คือต้องเลือกใช้ "เตยหอม" เท่านั้นนะคะ เพราะไม่อย่างงั้น กลิ่นและรสของขนมและน้ำใบเตยที่ทำก็จะเพี้ยน ๆ และไม่หอมเท่าที่ควรนั่นเองหละคะ

"ใบเตย สีเขียว ๆ มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไรบ้าง"
ถึงแม้ใบเตยจะเป็นส่วนผสมเพียงส่วนหนึ่งที่มีอยู่ในขนมหลากหลายชนิด ก็มีคุณค่าทางโภชนาการ และให้ประโยชน์อยู่ไม่น้อยทีเดียวเลยหละคะ หากเทียบปริมาณการใช้ใบเตย ในปริมาณ 100 กรัมแล้ว จะทำให้เราได้รับพลังงาน 35 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 1.9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.9 กรัม เส้นใย 5.2 กรัม แคลเซียม 124 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 27 มิลลกรัม เหล็ก 0.1 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน2987 ไมโครกรัม วิตามิน A 498 RE ไทอามีน 0.20 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวีน 1.2 มิลลิกรัม ไนอาซีน 3 มิลลิกรัม และวิตามินซี 100 กรัม

นอกจากคุณค่าทางโภชนาการต่าง ๆ ที่เราจะได้รับ "ใบเตย" ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น แก้อาการเป็นไข้ ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บหรือหลังจากการหายป่วย แก้อาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงหัวใจ ชูกำลัง ดับพิษไข้ รักษาโรคหัด รักษาโรคสุกใส แก้โรคผิวหนัง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย แก้อาการท้องอืด ลดความดันเลือด ช่วยกระตุ้นให้หัวใจเต้นปกติ และยังออกฤทธิ์ทางยาช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ต้านการอักเสบต่าง ๆ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย


"สรรพคุณมากมายขนาดนี้ เรามาทำน้ำใบเตย ดื่มกันเถอะ"

สำหรับการทำน้ำใบเตย ให้เลือกใช้ "เตยหอม" นะคะ เพราะจะทำให้เราได้กลิ่นและได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของใบเตยที่แท้จริง วิธีทำง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ไปทำกันเลยค่ะ

วิธีการทำน้ำใบเตย
1. นำใบเตยสดที่ไม่แก่มาก 5-10 ใบ มาล้างน้ำให้สะอาด และแช่น้ำด่างทับทิมนาน 5-10 นาที
2. นำใบมาตัดตามขวาง 3-5 เซนติเมตร ก่อนนำมาปั่น
3. นำใบเตยส่วนหนึ่งลงต้มในน้ำประมาณ 1 ลิตร พร้อมกับเติมน้ำตาลทรายตามความหวานที่ต้องการ
4. นำน้ำต้มมากรองแยกกากออก
5. นำใบเตยอีกส่วนหนึ่งมาปั่นพร้อมกับเติมน้ำ 2 แก้ว
6. กรองแยกกากออกจนได้น้ำปั่นใบเตย
7. นำน้ำที่กรองได้เติมใส่ในหม้อที่กำลังอุ่น ก่อนทิ้งไว้ 1-2 นาที ค่อยยกลงตั้งให้เย็น
8. ชิมดูความหวาน หากหวานน้อยให้เติมน้ำตาลอีก
9. เมื่อมีความหวานตามต้องการ ค่อยนำมาใส่แก้ว และน้ำแข็งดื่มได้เลย

เพียงแค่นี้เราก็จะได้น้ำใบเตย หอม ๆ ไว้ดื่มเพื่อดูแลสุขภาพกันแล้วหละคะ และต่อไปนี้ดูดี ๆ ก่อนตัดมาใช้ ว่านั่นคือ "เตยหอม" หรือ "เตยหนู" นะคะ



เรียบเรียงโดย : ทีมงานรักบ้านเกิดดอทคอม

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
: b-herbs.com / พฤกษาเกษตรดอทคอม
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
24-31°C
เชียงใหม่
21-28°C
นครราชสีมา
23-31°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×