กูรู 4 ภาค
"สหัส อ่อนทอง : เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ภายใต้หลักความพอเพียง"
 12 กรกฏาคม 2559   64
จ.นครศรีธรรมราช
ไม่มีความจนในคนขยัน ขยันหา รักษาความดี
มีจิตเนรมิตร ยึดเศรษฐกิจพอเพียง เน้นประหยัด
มีรายรับมากกว่ารายจ่าย

นายสหัส อ่อนทอง เกษตรกรผู้ยึดความพอเพียง

นายสหัส อ่อนทอง เกษตรกรชาวใต้อาศัยอยู่ ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้บอกเล่าถึงสิ่งที่ยึดมั่นจนประสบความสำเร็จในปัจจุบันว่า อดีตเขาคือเกษตรกร มีอาชีพทำนาที่มีฐานะยากจน แต่ในวันนี้เขาคือเกษตรกรผู้ที่ประสบความสำเร็จและยังเปิดบ้านเป็นฐานการเรียนรู้ด้านการเลี้ยงสัตว์แบบครบวงจร โดยยึดความพอเพียง เช่น เป็ด ไก่พื้นเมือง หมูขุน แพะ ปลากินพืช ในพื้นที่จำนวน 4 ไร่ ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ การผสมพันธุ์ การอนุบาลสัตว์ และการทำวัคซีนป้องกันโรคโดยการใช้สมุนไพรไทย การผสมอาหารเป็ด-ไก่ ตามช่วงอายุการดูแลรักษา "เพราะยึดหลักการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้จนถึงทุกวันนี้”

หลักคิดในการใช้ชีวิต

"มีบ่อหามาใส่ลงไป ทั้งเป็ดไก่เลี้ยงไว้พอได้กิน ต้องปรับยารวมอาหาร อีกไม่นานมีขายใช้ไม่สิ้น ต้องขยันทำมาเรื่องหากิน มีครบสิ้นตามรอยพ่อแบบพอเพียง"

คุณสหัส อ่อนทอง เป็นคนตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชโดยกำเนิด และสมรสกับ คุณน้อม อ่อนทอง เมื่อปี พ.ศ. 2519 มีบุตรด้วยกัน 3 คน อาชีพดั่งเดิมนั้นเป็นชาวนา แต่ด้วยปัญหาด้านสุขภาพและไม่มีเงินทุนที่จะจ้างคนอื่นทำนาแทน เพราะต้องใช้ต้นทุนที่สูง แต่ผลกำไรน้อยไม่คุ้มกับการลงทุน จึงหยุดอาชีพการทำนาไป ลุงสหัสกล่าวว่า แต่ก่อนลำบากมาก แต่ก็ไม่ย่อท้อ ยังคงจับมือภรรยาสู้ร่วมกันมาตลอด กระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2535 ได้เริ่มทำการเลี้ยงสัตว์ โดยเริ่มจากการเลี้ยงวัวจำนวน 50 ตัว แต่อุปสรรคด้านฝนฟ้าอากาศ จำต้องลดจำนวนวัวลง และหันมาเลี้ยงสัตว์อื่นเพิ่ม คือไก่บ้าน 100 ตัว เป็ด 5 ตัว และเมื่อ ปี พ.ศ.2538 ได้นำหมูมาเลี้ยงเพิ่มอีก 10 ตัว ปรากฏว่านำไปขายได้กำไรดี จึงซื้อหมูมาเพิ่มอีก 50 ตัว

พลิกจากเกษตรกรยากจน มาสู่ความพอมีพอกิน

ทำมาจนถึง ปี พ.ศ.2540 ได้ขยายเลี้ยงเป็ด จำนวน 200 ตัว เลี้ยงไก่เพิ่มอีก 100 ตัว แพะ 15 ตัว จากนั้นจึงเริ่มมองเห็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นในชีวิต ปีพ.ศ. 2549 เปิดเป็นฐานการเรียนรู้สัตว์ครบวงจรเพื่อให้ชาวบ้านและพี่น้องในชุมชนวังอ่าง เกษตรกรใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้การเลี้ยงสัตว์โดยยึดความพอเพียง และเป็นที่ปรึกษาให้กับเกษตรกรชุมชนชาววังอ่างด้วย ต่อมาปี พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน เพิ่มการเลี้ยงปลานิล 3,000 ตัว ปลาตะเพียน 300 ตัว และปลาแรด 100 ตัว

การเลี้ยงสัตว์แบบครบวงจรโดยยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงของคุณสหัส ได้ประสบปัญหาการเลี้ยงวัวเพราะสภาพอากาศไม่อำนวย จึงต้องขายวัวออกบางส่วนนำเงินมาลงทุนเลี้ยงไก่บ้าน 100 ตัว หมูขุน 60 ตัว เลี้ยงเป็ด 200 ตัว เลี้ยงแพะ 15 ตัว เลี้ยงปลานิล 3,000 ตัว ปลาตะเพียน 300 ตัว และปลาแรด 100 ตัว ได้ใช้ความรู้ความสามารถจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทำให้มีความรู้ความสามารถในการ จัดการอาหารเลี้ยงไก่ หมูขุน เป็ด แพะ ปลาต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงสัตว์ ทั้งเลี้ยงไว้กินเองและจำหน่าย การเลี้ยงสัตว์แบบครบวงจร หากสัตว์เกิดโรค ก็สามารถใช้สมุนไพรที่หาได้ตามท้องถิ่นมารักษา เพราะส่วนใหญ่สัตว์ที่เลี้ยง จะเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ ให้หาอาหารกินเองแบบธรรมชาติ เว้นแต่หมูและแพะจะทำเป็นฟาร์ม แล้วให้อาหารสัตว์สูตรลดต้นทุนและสูตรหยวกหมักอาหารสัตว์ยามขาดแคลน หรือบางมื้อก็จะผสมอาหารให้กิน โดยหาวัตถุดิบตามท้องถิ่น จะไม่ซื้ออาหารสำเร็จรูปจากท้องตลาดเป็นเด็ดขาด เพราะจะเลี้ยงแบบธรรมชาติไม่ใช้สารเคมีใดๆ อีกทั้งช่วยประหยัดเรื่องต้นทุนได้เป็นอย่างดี ซึ่งสูตรอาหารลดต้นทนนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงหั่นหยวกกล้วยให้ละเอียด 5 กิโลกรัม หั่นสาคูให้ละเอียด 5 กิโลกรัม นำสาคูลงไปผสมกับหยวกกล้วยก่อนและตามด้วยรำละเอียด 5 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำน้ำเปล่า1 ลิตร ผสมกับกากน้ำตาล 1 แก้ว และเกลือเม็ด 1 กำมือ คนให้เข้ากัน นำน้ำที่ผสมเรียบร้อยแล้ว รดบนส่วนผสมของอาหารที่คลุกไว้แล้วให้ชุ่ม เพื่อให้ง่ายต่อการกลืนของสัตว์เลี้ยง หลังจากนั้นก็คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง สามารถนำไปให้หมู เป็ด ไก่ แพะ กินได้เลย ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย แถมสัตว์เลี้ยงยังมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรค ไม่เจ็บป่วยง่าย มูลไก่ก็นำไปใส่ในสวนกล้วยและสวนปาล์ม ไม่ต้องชื้อปุ๋ยจากภายนอก และที่สำคัญฝึกให้สมาชิกในครอบครัว ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วย

จากวันนั้นถึงวันนี้...
ช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้อุทิศตน ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ครบวงจร ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชาวชุมชนและเกษตรกรที่สนใจ ตนรู้สึกมีความภาคภมูิใจ ชีวิตมีกินมีใช้แบบพอเพียง ปัจจุบันก็สร้างความสำเร็จให้กับตัวเองและครอบครัว สามารถเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวไม่เป็นหนี้สินใคร "นี้แหละความสุขของเกษตรกรอย่างเรา"

เลี้ยงไก่แนวเศรษฐกิจพอเพียง

ประวัติและความเป็นมาเกี่ยวกับตัวเกษตรกร

เน้นการเลี้ยงแบบโบราณและประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด
รูปแบบการเลี้ยงสัตว์ที่เน้นความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและผู้บริโภค ที่คุณสหัสได้ทำอยู่ตอนนี้ เป็นรูปแบบการเลี้ยงที่เรียกว่า แบบโบราณ เป็นวิธีการเลี้ยงสัตว์ที่รุ่นพ่อแม่ของเราทำมาตั้งแต่อดีต เป็นการนำของที่มีอยู่รอบตัวมาเป็นอาหาร มาเป็นยารักษาโรคให้สัตว์ เช่น สมุนไพรต่างๆ พืชอาหารสัตว์ต่างๆ แม้ว่าสัตว์ที่เลี้ยงต้องใช้เวลาในการเลี้ยงมากขึ้น เช่น ถ้าเลี้ยงแบบใช้อาหารสำเร็จรูป จะขายได้หลังจากเลี้ยงไป 4 เดือน แต่วิธีการของเราต้องใช้เวลาถึง 5 เดือน จึงขายได้ แต่สิ่งที่ดีกว่าคือ ใช้ต้นทุนต่ำ เพราะไม่ต้องเสียเงินมากมายไปกับการซื้ออาหารสำเร็จมาใช้ ทำให้เรามีกำไรเหลือมากขึ้น จากวิธีการดังกล่าว นอกจากจะทำให้การเลี้ยงสัตว์สามารถลดต้นทุนได้แล้ว ยังเป็นการเลี้ยงที่ปลอดภัยด้วย เพราะไม่มีการใช้สารเคมีต่างๆ เข้ามาช่วยเร่งการเจริญเติบโตเลย

“..มีพอที่จะใช้ ไม่ต้องไปขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง..เป็นไปตามที่เค้าเรียกว่ายืนบนขาของตัวเอง…แต่ว่าพอเพียงนี้ มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอใจในความต้องการมันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนผู้อื่นน้อย..”

ภูมิใจในตัวเอง เดินด้วยลำแข้งของตนเอง

เกียรติประวัติและผลงาน

-บรรยายให้ความรู้การเลี้ยงสัตว์ครบวงจร ให้กับเกษตรกร ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
-ผู้นำเสนอหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อำเภอชะอวด รางวัลที่ 1 พ.ศ.2558
-ผู้นำเสนอเข้าแข่งขันกองทุนแม่ของแผ่นดิน หมู่ที่ 1 บ้านท่าไทร ได้รับกองทุนหมู่บ้านจำนวน 8,000 บาท เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้ประสบภัย คนชรา คนยากจน
-ประกาศนียบัตร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ หมู่ที่ 1 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด

หอยเชอรี่ในบ่อปลาใช้เป็นอาหารของเป็ด และมูลเป็ดก็เป็นอาหารของปลา

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

นายสหัส อ่อนทอง
เลขที่ 121 หมู่ที่ 1
ต.วังอ่าง อ.ชะอวด
จ.นครศรีธรรมราช 80180

เรื่อง/ภาพโดย: อิษฎา วรรณจรุง จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช