เกษตรกรต้นแบบ
"วิไลวรรณ เหมือนทิพย์ : “เห็ดแม่พา” เห็ดไทยโกอินเตอร์"
 02 มิถุนายน 2563   410
จ.อ่างทอง
ทำทุกวันนี้ให้มีความสุข และพอเพียง
ไม่ต้องคิดเกินตัว

“ทำทุกวันนี้ให้มีความสุข และพอเพียง ไม่ต้องคิดเกินตัว” เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคุณวิไลวรรณ เธอบอกตัวเองว่า “ไม่ต้องคิดไกล ดูแลแค่คนรอบข้างเราให้มีความสุข ดูแลพ่อแม่เรา ดูครอบครัวเราให้มีความสุขแค่นั้นพอ” และเธอก็ทำตามแนวทางนั้นได้เป็นอย่างดี

ความสุขในทุกวันนี้ของคุณวิไลวรรณ คือ การได้อยู่บ้าน ได้กลับมาบ้าน ได้กลับมาดูแลครอบครัว เธอไม่ต้องการเงินทองที่เยอะแยะ ไม่ต้องการหรูหรา แต่การได้เห็นรอยยิ้มของคนรอบข้าง รอยยิ้มของคนที่อยู่ด้วยกัน เสร็จงานกินข้าวด้วยกัน กินขนมด้วยกัน มีผลไม้ก็มานั่งกินด้วยกัน มันเป็นค่าที่วัดไม่ได้ แต่มันมีความสุขจริงๆ อย่างประเมินค่าไม่ได้

สำหรับคนรุ่นใหม่หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ที่อยากทำเห็ด คุณวิไลวรรณบอกว่า อย่างน้อยการกลับบ้านก็ทำให้เราอุ่นใจ มีครอบครัวที่จะให้กำลังใจเรา ทำทุกอย่างเพื่อเรา ไม่คิดร้ายกับเรา หากเรากลับบ้านเพื่อต้องการกลับมาทำให้ชุมชนของเรา กลับมาทำให้คนรอบข้างของเราให้มีความสุขไปด้วยกัน นั่นคือความมคิดที่ถูกต้องในเบื้องต้น

แต่การทำงานอะไรก็ตามต้องมีอุปสรรค ก่อนที่จะทำอะไร อันดับแรกต้องศึกษาก่อนว่าต้องการจะทำอะไร ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ก็มาทำเลย ไม่มีพื้นฐาน ไม่มีการศึกษา ไม่มีแนวทาง ต้องศึกษาความคิด แนวทาง วิธีการแบ่งพื้นที่ วิธีการใช้น้ำวิธีการใช้อากาศ ใช้อุณหภูมิ ที่สำคัญจะต้องดูตลาดก่อนว่าตลาดต้องการอะไร ในพื้นที่ของเราต้องการอะไร เพราะนั่นคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานของเราประสบความสำเร็จ

คุณวิไลวรรณ เหมือนทิพย์ ชื่อเล่นชื่อจุ๋ม อายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเพาะเห็ดเลย แต่ที่เลือกกลับมาทำ เพราะต้องการต่อยอดจากแม่ และกลับมารับช่วงได้ประมาณ 5 ปีแล้ว

เหตุที่กลับมาเพราะไม่อยากให้อาชีพเกษตรกรหายไป แล้วแม่ก็ลงทุนมาเยอะแล้ว ฟาร์มก็เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง หากไม่มาต่อยอด มันจะหายไป ทั้งที่มันเป็นอาชีพที่พ่อกับแม่ทำมาแต่ดั้งเดิม

เริ่มแรกที่ทำถือว่าประมาท คิดว่าตนเองเก่งมาก เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ อยากทำในแนวทางของตัวเอง ทำงานแบบลดเวลา ลดวัตถุดิบ ลดค่าใช้จ่าย แต่ในความเป็นจริงลดไม่ได้ ยิ่งลดยิ่งเสีย ปรากฏว่าเจ๊งไม่เป็นท่า หมดไปเลยเงินในการลงทุน 300,000 บาท ล่มสลายหมดเลย พ่อกับแม่พูดอะไรไม่ฟัง รั้นทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาจบที่พ่อกับแม่ พ่อกับแม่ก็ร้องไห้ด้วยไม่ใช่ซ้ำเติมนะแต่ร้องไห้ตาม แล้วท่านก็ไปกู้เงินมาให้ทำงานใหม่ เพราะเงินเก็บหมดแล้ว เอาที่ดินไปเข้าธนาคารก็ได้มา

คุณวิไลวรรณตั้งใจสู้ใหม่อีกครั้ง ไม่ท้อถอย แต่ระมัดระวังมากขึ้น หลังจากที่ล้มเหลวมาในครั้งแรกแล้ว ก็มีการระวังตัวแบบมากมาย ทำอะไรทีคิดทุกบาททุกสตางค์ ตัวอย่างเช่น ถ้าก้อนเห็ดที่เสียไปจะเอามาทำอะไรได้อีกบ้าง อะไรอย่างนี้ หรือเห็ดที่มันตกเกรดสามารถเอามาแปรรูป เอามาทำเป็นรูปแบบอื่น มาตากแห้งขาย ก็คือหาทางสร้างให้เป็นรายได้ต่อไป ไม่ทิ้งง่าย ๆ โดยมีพ่อและแม่เป็นกำลังใจ

การเริ่มต้นของพ่อกับแม่ เริ่มมาจากการเป็นลูกจ้างเขาอีกที แต่แพราะมีลูกเยอะ เลยมาคิดว่า ทำยังไงถึงจะมีอาชีพเป็นของตัวเอง ก็มาอยู่บ้าน ทำนาทำไร่ ก็ไม่ไหวพราะว่ามันต้องตากแดด จึงคิดถึงอาชีพที่อยู่ในร่ม ก็คือทำเห็ดนี่ล่ะ ที่ตอบโจทย์ที่สุด และมีรายได้ดี เรียกว่าคุณวิไลวรรณเติบโตมาจากการที่พ่อกับแม่ทำเห็ด และเมื่อคุณวิไลวรรณมาทำต่อ จึงนำชื่อแม่มาตั้งชื่อฟาร์ม เพราะว่าเป็นชื่อมงคลที่สุดแล้ว

ตอนนี้ที่ฟาร์มเห็ดแม่พาทำหลักๆที่ขายดี คือ เห็ดนางฟ้าภูฐาน ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดด้วย เนื้อจะนุ่ม ๆ เหนียว ๆ ออกสีดำ ถ้าทอดจะเป็นเหมือนแบบหนังไก่ หนังหมู ส่วนช่วงหน้าร้อนจะเกิดเห็ดนางรมเทา แล้วก็เห็ดหูหนู ซึ่งเห็ดหูหนูจะขายดี แต่ว่าขั้นตอนวิธีการดูแลจะยากนิดหนึ่ง ถ้ารดน้ำไม่ดีหรือว่าแมลงหวี่ แมลงวันมากระทบเขา เขาจะเสียหายทันที บางทีก็อาจจะเรียกกลับคืนมาไม่ได้ ก้อนนั้นก็ต้องทิ้งไป อุณหภูมิในโรงเรือนจะอยู่ที่ 27-28 องศาเซลเซียส และความชื้นจะอยู่ที่ 70-80 % แต่ว่าของฟาร์มเห็ดแม่พายังเป็นแบบโบราณอยู่ ยังไปไม่ถึงที่จะต้องเป็นโรง EVAP หรือว่าโรงเก็บอุณหภูมิได้ ต้องอาศัยเทคนิคในการเก็บอุณหภูมิหรือว่าเป็นหัวสเปรย์หมอกพ่นหมอก โดยมีระยะเวลา 4 ชั่วโมง พ่น 1 ครั้ง ถ้าอากาศร้อนจัด ๆ ก็อาจจะมาดูด้วยตัวเอง อาศัยตัวเองวัดว่า ถ้าเราเดินเข้าไปในโรงเห็ดแล้วร้อน แสดงว่าเห็ดเขารับไม่ไหว ก็จะเปิดสปริงเกอร์เพื่อลดอุณหภูมิให้เขา เขาก็จะออกดอกมาได้

พื้นที่ทั้งหมดของฟาร์มเห็ดพาตอนนี้ที่มีอยู่ 2 ไร่ในพื้นที่ปลูกบ้านด้วย แบ่งพื้นที่ 2 ไร่เป็นพื้นที่บ้านแล้วก็พื้นที่ทำไร่ มีโรงเรือนเห็ด 8 โรง มีโรงเรือนเห็ดนางรมเทา 2 โรงเรือน เห็ดหูหนู 3 โรงเรือน แล้วก็เห็ดนางฟ้าภูฐาน 3 โรงเรือน แล้วก็ต่อเติมไปเรื่อย ๆ ให้เต็ม 2 ไร่ ในอนาคตที่ฝันไว้ก็คือจะทำเป็นเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยว ตอนนี้อยู่ระหว่างการวาดแผนผังว่าตรงไหนจะทำเป็นบ่อ หรือว่าตรงไหนจะทำเป็นศาลานั่งเล่นให้พวกนักท่องเที่ยวมา เพราะว่าเส้นทางของเข้ามาที่ฟารม์เป็นเส้นทางหลักสายเอเชีย ถ้าผ่านไป จะมีวัดหลวงพ่อขุนอินทร์ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาเยอะมากในวันเสาร์-อาทิตย์ คุณวิไลวรรณจึงอยากทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด และอยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวของจังหวัดด้วย

การเก็บเห็ดของที่นี่ เก็บเป็นสองช่วง คือช่วงตีสาม กับช่วงบ่ายสาม ช่วงตีสามจะไปส่งแม่ค้ารอบเช้า แม่ค้ารอบเช้าจะวิ่งมาตลาดอ่างทอง แล้วตลาดอ่างทองก็จะมาจากตลาดไทอีกทีหนึ่ง แล้วก็เป็นช่วง ๆ ไป

ระยะเวลาของการเก็บเห็ดตั้งแต่เริ่มเปิดก้อนแต่ละพันธุ์ใช้เวลาต่างกัน สำหรับเห็ดนางฟ้าภูฐานกับนางรมเทาจะเป็นสายพันธุ์ใกล้เคียงกันก็จะประมาณ 30-35 วัน เปิดดอกขายดอกได้ แต่ถ้าเป็นเห็ดหูหนูประมาณ 45 วัน หรือประมาณ 2 เดือนถึงจะขายก้อนถึงจะเปิดดอกได้ เห็ดหูหนูเขาจะช้านิดหนึ่ง ยิ่งถ้าตอนนี้หน้าร้อนด้วยทุกอย่างช้าหมดตามสภาพอากาศ ราคาขายหน้าร้อนจะขายดีกว่าหน้าหนาว มันเป็นราคาตลาดอยู่แล้ว เพราะว่าหน้าหนาวพืชมันออกดี มันได้ความเย็นความชื้นตลอด

ส่วนเรื่องโรคแมลง มีเรื่องเชื้อรา มีราเขียว ราดำ ราส้ม น้ำเข้าก้อนไม่ได้ ก็ วิธีแก้ก็คือ เก็บทิ้งเลย เพราะว่าจะไม่ฉีดยา เน้นที่นี่ไม่ฉีดยา ฟาร์มนี้เป็นเห็ดปลอดสารพิษ

ราคาเห็ดภูฐานตอนนี้กิโลกรัมละ 70-80 บาท ส่วนเห็ดนางรมเทา กิโลกรัมละ 50 บาท เห็ดหูหนู กิโลกรัมละ 50 บาทเหมือนกัน

รูปแบบในการขายจะมีทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์ ตลาดออนไลน์จะขายในเฟสบุ๊ก ส่วนมากจะเป็นเกษตรกรใหม่ๆที่อยากทดลองขายอะไร ก็อยากให้เขาเข้ามาดูในฟาร์มก่อน จะไม่เน้นขายเลย เงินคุณวิไลวรรณก็อยากได้แต่ว่าไม่อยากให้เอาไปแล้วเสียหาย มันเกิดผลไม่ดี แล้วจะเกิดความท้อกับเกษตรกร ก็เลยแนะนำให้เขาเข้ามาศึกษาก่อน เข้ามาดูวิธีการก่อน

ส่วนตลาดออฟไลน์จะเป็นตลาดอ่างทอง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เป็นจุดศูนย์รวม แม้พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดไทก็ยังมาซื้อที่ตลาดอ่างทองเลย คุณวิไลวรรณก็ไปส่ง แม่ค้าก็จะโทรมาถามหาตลอด

และในช่วงที่หยุดพักการทำงานจาก Covid-19 จะมีหนุ่มสาวโรงงานที่ว่างงานออกมาอยู่บ้าน ก็จะอยากทำเห็ดกัน เพราะง่ายที่สุด ทำในบ้าน ในโรงเรือน หรือ ใต้ถุนบ้านก็ได้ เขาก็อยากทดลองกัน ส่วนมากมาเอา 100 – 200 ก้อน เอาไปทดลองกันก่อน

ส่วนใหญ่ลูกค้าของคุณวิไลวรรณจะเป็นคนภาคกลาง คุณวิไลวรรณใช้การตลาดนำการผลิต และรู้ว่าภาคกลางชอบบริโภคเห็ดนางฟ้าภูฐาน ส่วนภาคใต้จะเป็นเห็ดแคง ภาคเหนือจะมีบางส่วน ก็จะเป็นภูฐานเหมือนกัน ส่วนลูกค้าต่างประเทศจะเป็นเพื่อนกันที่ประเทศเยอรมันโทรเข้ามาคุยเพราะเห็นคุณวิไลวรรณทำก็อยากทำบ้าง อยากมีรายได้เพิ่ม แล้วก็จะมีอีกเจ้าที่มาเป็นผู้จัดจำหน่ายให้อีกที เขาจะสอนคนต่างประเทศทำอาหาร แล้วก็เอาเห็ดของฟาร์มเห็ดแม่พาไปเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ส่วนที่อื่น ๆ ตอนนี้มีชิปปิ้งเข้ามาคุยด้วยเรื่องการขนส่งว่าวิธีการจะไปในระบบไหน รูปแบบไหน ที่ต้องเตรียมก่อนตอนนี้คือจะเพิ่มขยายโรงเรือนให้เต็มในพื้นที่ 2 ไร่ ไม่เน้นขยายมากเกินกำลัง เน้นดูแลได้และได้คุณภาพได้ปริมาณ และอยากขึ้นทะเบียนเป็นพืชอินทรีย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงโควิด ที่หลายคนบ่นเรื่องเศรษฐกิจ แต่ฟาร์มเม่พาไม่ประสบปัญหาเลย กลับขายดีกว่าเดิม ตอนนี้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนโดยประมาณของการทำเห็ดอยู่ที่ประมาณ 25,000 - 30,000 บาทต่อเดือน อันนี้ยังไม่รวมถึงรายจ่าย เป็นรายได้อย่างเดียว แต่รายจ่ายก็มีอยู่บ้างในภาคการเกษตร

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณวิไลวรรณ เหมือนทิพย์ (ฟาร์มเห็ดแม่พา) เลขที่ 5/1 หมู่ 4 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง 14000

“เห็ดแม่พา” เห็ดไทยโกอินเตอร์ [ rbk | รักบ้านเกิด ]

เรื่อง/ภาพโดย: นนท์ ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
26-30°C
เชียงใหม่
24-30°C
นครราชสีมา
25-31°C
ชลบุรี
27-29°C
นครศรีธรรมราช
25-31°C
ภูเก็ต
27-29°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×