เกษตรกรต้นแบบ
"สิทธิเดช อ่องเภา : จิ๋วแต่แจ๋ว "มะนาวคาเวียร์" เกษตรกรพิจิตร จากเงินลุงทุน 10,000 บาท"
 11 พฤษภาคม 2563   1,498
จ.พิจิตร
กยิลาเจ กยิลาเถนัง
จะทำสิ่งไร ควรทำให้จริง

จ.อ.สิทธิเดชเป็นทหารเรือ ลูกเสด็จเตี่ย คติที่เขายึดไว้ในใจก็คือคำจากเสด็จเตี่ย “กยิลาเจ กยิลาเถนัง จะทำสิ่งไร ควรทำให้จริง” อย่างเช่นการปลูกส้มคาเวียร์นี้ เขาเคยล้มเคยโดนหลอกมา แต่ก็ยังไปตามหาสายพันธุ์ที่แท้จริงมาได้ และทำให้เกิดผลอย่างจริงจังขึ้นมาในวันนี้

ความสุขตอนนี้ของเขาคือ การได้อยู่กับครอบครัว ได้อยู่กับลูกเมีย แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ภรรยาเรียนปริญญาโทจบมาพร้อมกัน ไม่ได้ให้ไปทำงานที่ไหน ให้อยู่ดูแลสวน ซึ่งไม่ใช่งานหนักอะไรเพราะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่แล้ว สำหรับจ่ามด การได้อยู่กับครอบครัว ได้อยู่ใกล้พ่อแม่ แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว

สำหรับคนออฟฟิศที่อยากจะทำเกษตร จ่ามดแนะนำว่า ในระหว่างที่มีงานอยู่ ให้ทำงานเก็บเงินไป พอมีเวลาว่างก็หาเวลาว่างไปดูสวน ไปดูสิ่งที่สนใจ อย่างเช่น อยากมีสวนไผ่ ก็ไปดูสวนไผ่ อยากปลูกมะม่วง ไปดูสวนมะม่วง ไปดูหลาย ๆ สวน แล้วศึกษาว่าแต่ละสวนเขาทำอย่างไร เพราะว่าแต่ละสวนไม่เหมือนกัน แล้วต้องดูพื้นที่ตัวเองด้วยว่า พื้นที่ของเราเหมาะกับอะไร เพราะสภาพอากาศแต่ละพื้นที่มันต่างกัน ต้องดูว่าพื้นที่ของเราเหมาะกับอะไร นํ้าเพียงพอไหม อย่าคิดว่าเกษตรง่าย เพราะมันไม่ง่ายอย่างที่คิด ใครที่คิดว่าเกษียณแล้วจะออกมาทำเกษตรบอกเลยตอนนั้นคุณอาจจะไม่มีแรงแล้ว ต้องศึกษา ต้องเอาใจใส่มาก ๆ

คุณมด หรือ จ.อ.สิทธิเดช อ่องเภา หรือที่เขาเรียกกันว่าจ่ามด ปัจจุบันรับราชการที่เทศบาลเมืองบางมูลนาก จ.พิจิตร แล้วก็ทำงานที่สวน มะนาวคาเวียร์หรือมะนาวนิ้วมือ

มะนาวคาเวียร์เป็นพืชใหม่ โดยส่วนตัวจ่ามดมีความสนใจเกี่ยวกับพืชแปลก ๆ ก็เลยไปหาพันธุ์ สั่งซื้อพันธุ์มาปลูกจากในอินเตอร์เน็ต

โดยพื้นฐาน จ่ามดเรียนจบนักเรียนจ่าทหารเรือ แล้วก็มาเรียนต่อปริญญาตรีบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ และที่ปริญญาโทรัฐศาสนประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์

เริ่มทำงานครั้งแรก ที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี แล้วขอโอนย้ายกลับมาที่บ้าน จ.พิจิตร ปี พ.ศ. 2554

ก่อนหน้า พ่อแม่ของจ่ามด และคนแถวนี้ทำมะนาวแป้นอยู่แล้ว เป็นสวนมะนาวแป้นพิจิตรที่ดังมาก แต่มีอยู่ปีหนึ่งที่ราคาตก ปีนั้นขาดทุนไปหลายแสน ก็เริ่มมองหาพืชตัวอื่น ก็เลยมาเห็นมะนาวคาเวียร์นี้ เพราะเดิมสนใจอยู่แล้ว ก็เลยลองสั่งซื้อพันธุ์มาปลูก เริ่มแรกซื้อมาสองต้น ต้นละ 2,000 บาท สูงประมาณคืบเดียว ปลูกไปได้ประมาณสองปี ออกลูกมา 2- 3 ลูก ซึ่งมันไม่ตรงตามสายพันธุ์ มันไม่เป็นสีที่สั่งมา พอศึกษาไปก็รู้ว่ามันเป็นบลัดไลน์ เป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งของมะนาวคาเวียร์ แต่ก็คือมะนาวคาเวียร์นั่นแหละ ลูกมันจะไม่เป็นนิ้ว มันจะเป็นกลม ๆ แล้วเม็ดมันจะไม่เป็นคาเวียร์ เม็ดเหมือนกับมะนาว ก็เลยเสาะแสวงหาไปเรื่อย ๆ ว่าสวนไหนมีบ้าง ก็ไปสั่งมาจากเชียงใหม่ ถามเขาว่าติดลูกจริงหรือเปล่า แล้วมีสีแบบไหนบ้าง ก็ไปเอามาเลยต้นเดียว ราคา 7,000 บาท ค่านํ้ามัน 3,000 กว่าบาท รวม ๆ แล้ว 10,000 กว่าบาท เพื่อไปเอาต้นนี้ต้นเดียว ที่ยอมจ่ายขนาดนี้เพราะจ่ามดเห็นแล้วว่า ต้นนี้ออกลูกแน่นอน สามารถขยายพันธุ์ต่อได้ และเมื่อเอามาปลูกแล้ว ก็สามารถขยายพันธุ์เองได้จริง ๆ และตอนนี้ได้คืนหมดแล้ว นำมาขยายต่อได้แล้ว

เริ่มแรกจ่ามดปลูกมะนาวคาเวียร์ในพื้นที่ประมาณไร่กว่า ๆ และได้ขยายเพิ่มอีกเกือบ 5 ไร่ โดยปลูกกระจายประมาณ 5-6 สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ไม่ทนกับอากาศที่พิจิตร มีบางสายพันธุ์ที่ปลูกแล้วตายเยอะ ส่วนสายพันธุ์ที่เหลืออยู่ คือสายพันธุ์ที่ทน เหมาะที่จะทำการค้า ทั้งเรื่องสี และความดกที่สามารถที่จะไปต่อได้

ปัจจุบันที่สวนจ่ามดปลูกสายพันธุ์ ไบร่อน ซันไรส์” (Byron Sunrise) ซึ่งจะมีเนื้อในสีชมพู-แดง , เทสตี้ กรีน เนื้อในสีขาว , ลิตเติ้ล รูบี้ เนื้อในสีแดง , เมีย โรส” (Mia Rose) เปลือกสีม่วงแดง ซึ่งเนื้อในจะมีสีชมพูเข้ม-แดง และ ริกก์ เรด” (Rick Red) ซึ่งจะมีเนื้อในสีชมพู-แดง

จุดเด่นของแต่ละสายพันธุ์ จะมีสีต่างกัน และถ้าสังเกตุดี ๆ กลิ่นจะต่างกัน เหมาะที่จะทำอาหารต่างกัน อย่างสีขาวรสชาติจะเปรี้ยวมาก กลิ่นก็จะแรงหน่อย ส่วนสีแดงเหมาะที่จะไปใส่กับพวกแชมเปญ จะหอมเหมือนอโรม่า สายพันธุ์ที่เป็นที่นิยมจะเป็นโทนสีชมพู สีแดง และสีเขียว สีเขียวก็จะเป็น ดิเอ็มเมอรัล ไบรอน ซันไรส์ สีแดง – เมียโรส , ริกก์เรด - สีชมพู

ส่วนเรื่องการปลูกมะนาวคาเวียร์สำหรับคุณมด เป็นเรื่องไม่ยาก เนื่องจากมะนาวกับคาเวียร์เป็นพืชตระกูลเดียวกันคือตระกูล citrus เป็นพืชตระกูลส้มเหมือนกัน การดูแลโรคและแมลงก็จะคล้าย ๆ กัน ตัวเขาเองมีพื้นฐานการทำสวนมะนาวก็เลยพอรู้เรื่องโรคแมลงอยู่แล้ว

มะนาวนิ้วมือกับมะนาวโดยทั่วไปแตกต่างกันเลยทั้งเรื่องสี รูปทรง และลักษณะการใช้ จะแตกต่างกันไป อย่างมะนาวทั่วไปบีบออกมาจะเป็นนํ้า แต่อันนี้พอบีบออกมาจะเป็นเม็ด ๆ เพื่อที่จะไปแต่งอาหารและสีสวยกว่า

การดูแลมะนาวคาเวียร์นั้น แรกๆ เขาจะโตช้า แต่ตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป เขาจะโตเร็วขึ้นมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับมะนาวแล้ว เดือนหนึ่งมะนาวจะแตกยอดยาวออกไป แต่มะนาวคาเวียร์จะแตกหน่อยเดียวสั้น ๆ มันก็เลยเหมือนโตช้า และสภาพอากาศจะมีผล ถ้าปลูกกลางแดดร้อนโอกาสตายสูงมาก ควรปลูกหน้าฝน

สายพันธุ์ที่เหมาะกับที่จะปลูกบ้านเรามี เทสตี้ กรีน สีขาวปลูกง่ายติดลูกง่าย ไบรอน ซันไรส์ ก็ปลูกง่าย ปลูกได้ เมีย โรส กับ ริกก์ เรด จะรองลงมาค่อนข้างที่จะอ่อนแอกว่า ไบรอน ส่วนดิเอ็มเมอรัลนี้ต้องแนะนำให้ปลูกที่เย็นมากกว่า ตายเยอะมาก ตายเพราะอากาศร้อน แต่สายพันธุ์สีขาวปลูกได้ดี ถ้าบำรุงดูแลดี ๆ ภายในปีกว่าถึงสองปีก็นี้ติดลูกแล้ว แต่โรคที่ต้องระวังคือ ยางไหลออกจากต้น ถ้ายางไหลออกมา แสดงว่าต้นนี้ไม่แข็งแรงแล้ว ต้องฉีดยา ส่วนแมลงก็มีทั่วไปคล้ายกับมะนาว มีเพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยแป้ง อะไรพวกนี้

ระยะปลูกที่เหมาะสม ควรเป็น 4 × 4 เมตร และพืชตระกูล citrus นี้ เขาชอบชื้น แต่ไม่ชอบแฉะ การให้นํ้าคือ ให้แค่เปียกก็พอ วันละหนึ่งครั้ง หรือวันเว้นวันก็ได้ ไม่ต้องมาก ถ้าขังก็อาจจะเป็นโรคโคนเน่าได้ รากเน่าตายได้

รูปแบบผลผลิตตอนนี้ ขายทั้งผล ทั้งต้น ผลราคาทั่วไปก็ 2500 บาทต่อ 1 กิโลกรัม ถ้าลูกค้าประจำก็ 2000 บาท / 1 กิโลกรัม โดยจะคละสี ในหนึ่งกิโลกรัมจะมีทั้งสีแดง สีชมพู สีเขียว แต่ก็จะแยกสีไปให้ แล้วคัดไซส์ไปให้ ส่วนต้นเราสูงประมาณ 50 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อให้ต้นใหญ่ไปก่อนเลย โอกาสตายจะน้อยลง โอกาสรอดมากขึ้น ขายอยู่ต้นละ 300 บาท

นอกจากนั้น ผลผลิตที่แก่แล้ว เก็บขายไม่ทันก็นำมาแปรรูปเป็นไอติมมะนาวคาเวียร์ ซึ่งน้องซื้อเครื่องทำไอติมมา สามารถทำได้ที่บ้าน ก็เลยลองนำมาประยุกต์ทำดู รสชาติดีมาก จะใช้นํ้ามะนาวของสวนผสมกับมะนาวคาเวียร์ไปด้วย มันจะได้กลิ่นมะนาว ได้รสชาติมะนาวเวลาเคี้ยวของมะนาวคาเวียร์ แต่ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่าย ช่วงนี้กำลังพัฒนาสูตรอยู่ และอนาคตจะแปรรูปผลผลิตจากสวน และจะทำแบรนด์สวนจ่ามด

รายได้จากการทำสวนทั้งหมดตอนนี้ปีหนึ่งเป็นล้านบาท แต่รวมทั้งผลไม้อื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่แค่มะนาวคาเวียร์อย่างเดียว ตอนนี้พระเอกเลยคือฝรั่ง รองลงมาคือพุทรา ปีหน้าจะทำโรงเรือนให้เก็บกินในสวนได้เลย รับรองว่าอร่อยมาก จะเปิดเป็นสวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวไปด้วย เพราะว่าที่สวนจ่ามดมีไม้แปลก ๆ เยอะ และคุณภาพดี

ช่องทางการตลาดของสวนจ่ามด มีทั้ง Facebook LINE และที่แชร์ไปในเฟสใน LINE คนก็จะรู้จักมากขึ้น และทำการตลาดทางออนไลน์มาร์เก็ตติ้งด้วย ราคาผลผลิตอยู่ที่ กิโลกรัมละ 2,500 บาท แต่สำหรับลูกค้าประจำกิโลกรัมละ 2,000 บาท

ส่วนต้นพันธุ์ขายต้นละ 300 บาท ค่าส่งต้นแรก 100 บาท ต้นต่อไปต้นละ 50 บาท แต่ถ้ารับเป็น 100 ต้น จ่ามดจะแนะนำให้มารับที่สวน จะได้มาเห็นด้วยตัวเองว่ามันเป็นอย่างไร ตลาดต้นพันธุ์ยังไปได้เรื่อย ๆ คนยังสนใจอยู่เพราะว่ามันแปลกและมีสีที่สวย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

จ.อ.สิทธิเดช อ่องเภา ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร 66130

จิ๋วแต่แจ๋ว

เรื่อง/ภาพโดย: นนท์ ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
20-28°C
เชียงใหม่
17-26°C
นครราชสีมา
16-25°C
ชลบุรี
20-27°C
นครศรีธรรมราช
23-28°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×