เกษตรกรต้นแบบ
"ธเนศ วงษ์สมบูรณ์ : อาชีพพลิกชีวิต! เลี้ยงจิ้งโกร่งส่งขาย รับรายได้งามๆ"
 25 มีนาคม 2563   396
จ.ลพบุรี
ยึดหลักพอเพียง
มีความมุ่งมั่น
ขยัย อดทน เป็นที่ตั้ง

ทุกวันนี้คุณธเนศมีความสุขกับทุกงานที่ทำ รักในอาชีพของตนเอง มีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ปลูกผักกินเอง ทำอะไรด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น กระถาง อ่างน้ำ ถังขยะ เก้าอี้ ปลูกข้าวไว้กินเอง เลี้ยงหอย เลี้ยงปู เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงทุกอย่าง ทำเองทุกอย่าง และมีความสุขที่ทำด้วยตนเอง เป็นการลดค่าใช้จ่ายไปด้วยในตัว ไม่ต้องสร้างหนี้ ทำแบบพอเพียง แค่นี้ชีวิตคุณธเนศก็มีความสุขแล้ว ที่สำคัญมีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่ต้องไปดิ้นรนที่ไหน มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว พอเพียงแค่นี้คุณธเนศก็มีความสุขมากแล้ว

การทำการเกษตรมีปัญหาอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณธเนศสู้คือ ข้อคิดจากแม่ ที่อยากให้ทำงานที่บ้าน จะได้อยู่กับครอบครัว และไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใคร แต่ประเด็นสำคัญที่คุณแม่ของคุณธเนศให้ความสำคัญคือการได้อยู่กับครอบครัว และคุณธเนศเห็นด้วยตามนั้น เมื่อได้แนวคิดแบบนั้น ก็ยืนหยัดที่จะสู้ต่อ ไม่ท้อ ใช้วิธีผสมผสานทุกสิ่งทุกอย่างโดยใช้วิถีแห่งเศรษฐกิจพอเพียง ทำอะไรก็ตามให้เริ่มจากน้อยไปหามาก ศึกษาทุกอย่างให้ดี แล้วจะประสบความสำเร็จเอง

ทำยังไงถึงมาเลี้ยงจิ้งโกร่ง...

คุณธเนศ วงษ์สมบูรณ์ อายุ 37 ปี ประกอบอาชีพเลี้ยงจิ้งโกร่งเป็นงานรอง เกษตรกรเป็นงานหลัก ทำล้อยางขายเป็นงานเสริม

ก่อนหน้า คุณธเนศปลูกมันสำปะหลังและข้าวโพดเป็นหลัก โดยปลูกชนิดละ 10 ไร่ ทำมาเรื่อย ๆ จนเกิดประสบปัญหาเพลี้ยแป้งระบาด ทำให้รายได้ที่มีหมดไป เพราะว่าการลงทุนไม่มีผลผลิต ปลูกแล้วต้องไถทิ้ง พอไถทิ้งแล้วก็เอาถั่วเหลืองมาปลูก ปรากฏว่าเจอปัญหาน้ำแล้งอีก พอถึงตอนนี้ก็อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องหาอาชีพอย่างอื่นมาเสริมแล้ว จึงเริ่มสนใจการเลี้ยงจิ้งโกร่งเป็นอันดับแรก เนื่องจากว่าการเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้อยู่ในพื้นที่ของเรา สามารถบริหารจัดการได้ ดูแลในไร่ได้ แล้วยังสามารถนำมูลขี้จิ้งโกร่งเอามาลดต้นทุนในการผลิตพืชไร่ได้อีกด้วย และที่สำคัญในพื้นที่ใกล้ ๆ กันนี้ ก็มีฟาร์มเลี้ยงจิ้งโกร่งอยู่แล้ว สามารถศึกษาจากเขาได้ เขาจึงไปศึกษาดูงานที่ฟาร์มจิ้งโกร่ง ของ ป้าบัวผิน ที่หมู่บ้านวังอ่าง ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเลี้ยงจิ้งหรีดส่งบริษัทที่รับซื้อ นอกจากนั้นยังศึกษาจากยูทูปเพิ่มเติมอีกด้วย

ครั้งแรกคุณธเนศทดลองเลี้ยงจิ้งโกร่ง ซื้อมา4 ขัน เป็นเงิน 1,000 บาท และลงทุนทำกล่องอีกกล่องละ 1,000 บาท จำนวน 2 กล่อง เนื่องจากเป็นการเลี้ยงครั้งแรกและจำนวนไข่มีน้อยจึงได้ผลผลิตทั้งสองกล่องเพียง 37 กิโลกรัม แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เลี้ยงต่อไป จนกระทั่งตอนนี้คุณธเนศมีรายได้หลักอยู่ที่มันสำปะหลังเป็นอาชีพหลัก อาชีพรองก็คือการเลี้ยงจิ้งโกร่งที่มีรายได้ทุกเดือนเป็นรายเดือน ส่วนรายได้ต่อวันนั้นมาจากการปลูกผักปลอดสาร ผักอินทรีย์ นอกจากนั้น คุณธเนศยังทำล้อยางขึ้นมาเป็นอาชีพเสริม สำหรับคนที่สนใจทำเป็นผักคอนโดในล้อยางแบบง่าย ๆ

การเลี้ยงจิ้งโกร่ง...

ลักษณะของจิ้งโกร่งที่เลี้ยงนี่คือลำตัวจะเป็นสีขาว ปีกสีแดง ตัวเมียจะมีท่อไข่เหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ตัวผู้จะมีปีกลาย ซึ่งต่างจากจิ้งหรีดทองดำ (ตัวดำปีกดำ) ทองแดง (ตัวดำปีกแดง) ระยะการเก็บเกี่ยวของจิ้งโกร่งจะอายุยาวนานกว่าจิ้งหรีด คือ 60-70 วัน ซึ่งต่างจากจิ้งหรีดที่อายุเพียง 45 วันก็จับขายได้แล้ว

จิ้งโกร่งไม่มีการแบ่งแยกสายพันธุ์ มันจะไม่ผสมข้ามสายพันธุ์กัน จิ้งหรีดก็จะทับจิ้งหรีด พันธุ์ใครพันธุ์มัน ขนาดตัวที่สมบูรณ์ของจิ้งโกร่งจะประมาณเท่านิ้วก้อย

พื้นที่ในการเลี้ยงจิ้งโกร่งใช้ไม่เยอะมาก 1 กล่องที่เลี้ยงกัน จะทำเป็นกล่องสี่เหลี่ยมความกว้าง 1.20 เมตร ยาว 2.40 เมตร ครับ 1 กล่องเราจะใช้อยู่ 2 ขัน ถึง 2 ขันครึ่ง กล่องหนึ่งจะได้ประมาณ 17-20 กิโลกรัม แต่ถ้าอยากได้เพิ่มมากกว่านั้นก็เพิ่มไข่ได้ 3-4 ขัน แต่ที่คุณธเนศเคยทดลองทำ ได้จำนวนตัวเยอะก็จริง แต่น้ำหนักไม่ได้ ขนาดลำตัวไม่ใหญ่ ไม่สมบูรณ์ อาหารไม่เพียงพอ 1 ขัน ราคา 250 บาท สามารถสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตได้เลย ในรุ่นแรกที่ซื้อไข่เขามา จะไม่ค่อยได้กำไร กำไรจะได้ในรอบหลัง พอจับรอบแรกแล้ว ก็ล้างกล่อง ฆ่าเชื้อ นำมาเลี้ยงใหม่ได้จนกว่าจะหมดรุ่นต่อไป

การเลี้ยงจิ้งโกร่งนั้น ตอนเช้าก็ให้อาหาร แล้วก็ฉีดน้ำ ถ้าใบมันซึ่งเป็นอาหารของขาหมด ก็เติมใบมัน เติมต้นกล้วย ระยะ 3 สัปดาห์แรก จะให้น้ำจากต้นกล้วยเพราะว่าจิ้งโกร่งยัง ไปไหนไม่ได้ มันยังเป็นตัวอ่อน ยังตัวเล็ก ต้องดูแลเรื่องอาหาร และน้ำให้ทั่วถึง การให้อาหารต้องให้กินหมดภายในวันเดียว ให้ตอนเช้าต้องหมดตอนเย็น ให้ตอนเย็นก็ต้องหมดตอนเช้า แล้วตอนกลางวันก็จะฉีดน้ำให้อีก 1 ครั้ง แต่ถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ ต้องไปประกอบอาชีพอื่น ก็สามารถให้ต้นกล้วยไว้หรือให้เป็นถาดน้ำก็ได้

คุณธเนศเรียนรู้การใช้ใบมันจากธรรมชาติในป่ามัน ศึกษาว่าทำไมจิ้งโกร่งถึงชอบมาอยู่อาศัย และทราบว่าจิ้งโกร่งจะกินใบมันแห้งที่ร่วงหล่นลงมา เป็นอาหารของมันตามธรรมชาติ

การให้ใบมันเป็นอาหารนั้น ใส่ 1 ครั้ง เมื่อหมดก็เติม อาทิตย์สุดท้ายจะเก็บออกหมด เพราะว่าใบมันมันขมถ้าเก็บออกไม่หมดแล้วจิ้งโกร่งกินเข้าไป ถ้าหากคนล้างทำความสะอาดไม่ดี ไม่เกลี้ยง มันจะติดมัน จะทำให้จิ้งโกร่งขม

ก่อนจับจิ้งโกร่ง 1 อาทิตย์ จะให้ฟักทองเป็นอาหาร เก็บใบมันออก แล้วให้ฟักทองเพื่อล้างท้องจิ้งโกร่ง และให้มีกลิ่นหอมเหมือนฟักทอง ในส่วนของฟักทองนั้น สามารถให้เสริมได้ตั้งแต่ 1เดือนขึ้นไป เพื่อเพิ่มน้ำหนักด้วย ไม่ใช่ว่าจะให้ตอนจะจับทีเดียว แต่คุณธเนศเลือกวัตถุดิบที่มันลดต้นทุนคือฟักทอง นอกจากนั้น มันก็กินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ใบมัลเบอรี่ หญ้าจีนแดง แต่คุณธเนศจะให้อาหารที่มีอยู่ในไร่ ส่วนมากคุณธเนศจะให้ใบมันสำปะหลัง เพราะว่าปลูกเอง เลือกสายพันธุ์ที่มีโปรตีนแป้งต่ำ จิ้งโกร่งจะชอบโปรตีนต่ำ ถ้าเลือกเอาโปรตีนสูงมา จะส่งผลให้มันตายได้ ถ้าปรับเปลี่ยนอาหารหรือเปลี่ยนใบมันจะมีผลต่อจิ้งโกร่งเหมือนกัน

คุณธเนศมีวิธีขยายพันธุ์แบบตัดสายเลือดชิดจากสายพันธุ์จิ้งโกร่งป่า คุณธเนศใช้วิธีศึกษาจากในธรรมชาติ จากในป่า คือในเวลากลางคืน คุณธเนศจะเดินออกไปดูว่าในช่วงที่มันออกมาหากินในวัยเดียวกันกับที่คุณธเนศจับมา จะเอามาผสมสายพันธุ์ แต่เลือกเอาวัยที่มันเป็นตัวกั๊ก ถ้าเอาตัวที่มันผสมพันธุ์มาแล้วที่อยู่ในกล่องของเราหรือของเขามันจะไม่ได้ผล ต้องเอาวัยที่เป็นกั๊กมา เราเอาตัวผู้ คือจิ้งโกร่งป่า 1 ตัวสำหรับแม่พันธุ์ที่มี 10 ตัว โดยใช้กล่องกระดาษเพื่อลดต้นทุน กล่องลังทั่วไปนี่แหละ เอามาดัดแปลง ให้จิ้งโกร่งอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ แต่ปัญหาคือจิ้งโกร่งป่าจะหายากมาก คืนหนึ่งจะจับได้ประมาณ 20-30 ตัวแค่นั้น ใน 1 กล่องจะใช้แม่พันธุ์ประมาณ 100 ตัว จิ้งโกร่งป่า 10 ตัว แล้วก็ผสมพันธุ์กันเอาไว้ 1-2 คืน เดี๋ยวมันจะมีไข่ คุณธเนศจะทำเป็นถาดเล็ก ๆ ไว้ หลังจากนั้นจะเอาไข่ไปฟักในลังอีกทีหนึ่ง

การดูจิ้งโกร่งว่าตัวไหนตัวผู้ ตัวไหนตัวเมียนั้น ตัวเมียจะมีท่อไข่แหลมๆ ออกมา ตัวผู้ปีกมันจะหยัก ๆ ปีกมันจะไม่เรียบ

วิธีการจับขาย คุณธเนศใช้วิธีจับตอนกลางวัน ถ้าจับตอนกลางคืนมันจะตื่น จะตั้งถังกลมพลาสติกในกล่อง แล้วก็จับแผงไข่ที่จิ้งโกร่งเข้าไปอยู่ เอาแผงนั้นเขย่าใส่ถัง แล้วเอาจิ้งโกร่งไปล้างด้วยการน็อคน้ำให้มันสลบ และถนอมให้อยู่ได้นานด้วยการต้ม ต้มแล้วก็ใส่เกลือเล็กน้อยให้มันเกิดความหอม อาจจะใส่ใบเตยเพิ่มความสดชื่นก็ได้ พอต้มเสร็จก็จะมาชั่งกิโล แต่ก่อนที่จะมาชั่งกิโลต้องคัดแยกตัวกั๊ก กับตัวมีปีกออกจากกัน ตัวมีปีกมันจะมีการผสมพันธุ์แล้ว มีไข่อยู่ในท้อง จะมันกว่า อร่อยกว่าตัวกั๊ก ราคาตัวกั๊กจะอยู่ที่ 60 บาท ราคาตัวปีกก็อยู่ที่ 150-160 บาท คนซื้อสามารถแปรรูปได้หลายอย่าง ทำน้ำพริกจิ้งโกร่งก็ได้ ทำน้ำยาขนมจีนก็ได้ ส่วนมากในต่างประเทศเขาจะทำเป็นส่วนผสมของกาแฟ สร้างโปรตีนและให้เป็นผงของนักกีฬากล้ามเนื้อยกน้ำหนัก

นอกจากขายจิ้งโกร่งแล้ว คุณธเนศยังทำกล่องขายเอง อบ ฟักไข่ให้ออกเป็นตัว คนซื้อเอาไปเลี้ยงได้เลย จะสอนวิธีขั้นตอนการเลี้ยงให้ทุกอย่าง ให้เป็นแนวทาง แล้วก็รับซื้อด้วย มีตลาดให้แล้ว ส่งเสริมให้เกษตรกรทุกคนมีอาชีพเสริมแล้วก็มีรายได้หลักด้วย ส่งเสริมให้ทำเศรษฐกิจพอเพียงอย่างที่เขาทำอยู่ คือพออยู่ พอกิน พอใช้ แล้วให้มีผักปลอดสารกินให้มีสุขภาพแข็งแรง แล้วปลอดภัยต่อโรค ปัจจุบันคุณธเนศมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,000 - 40,000 บาท

คุณธเนศเริ่มจากมีตลาดอยู่ในละแวกใกล้ ๆ บ้าน โดยการรวบรวมกลุ่มสมาชิกแล้วเอาไปส่งเขาอีกทีหนึ่ง นอกจากนั้นก็ขายจากทาง Facebook ทาง Line คนซื้อก็มารับถึงบ้าน ไม่ต้องไปวิ่งขายที่อื่น หรือบางครั้งก็ส่งไปทางระบบขนส่ง ลูกค้าที่เคยซื้อแล้ว ก็เชื่อใจกัน มารับที่นี่ที่เดียว จึงต้องทำการขยายฟาร์มจิ้งโกร่งเพิ่ม และหาลูกฟาร์มเพิ่มขึ้นอีกเพื่อผลิตให้ทันกับลูกค้าเดิมก่อน ตอนนี้ลูกค้าที่อยู่ไกลที่สุด อยู่ที่ประเทศลาว ก็ทำการเก็บรักษาโดยการ freez แล้วจึงส่งไป

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณธเนศ วงษ์สมบูรณ์ หมู่ที่ 10 ต.ห้วยขนุน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 15140

อาชีพพลิกชีวิต! เลี้ยงจิ้งโกร่งส่งขาย รับรายได้งามๆ



ทำปุ๋ยน้ำจากมูลจิ้งโกร่ง ใช้แทนปุ๋ยยูเรียได้ ปลอดภัย100%



สูตรเด็ดเลี้ยงจิ้งโกร่ง เลี้ยงยังไงไม่ให้ขาดทุน? เลี้ยงทั้งหมู่บ้านยังไม่พอจะขาย

เรื่อง/ภาพโดย: ณัฏฐ์ คำวิชัย ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
28-34°C
เชียงใหม่
25-38°C
นครราชสีมา
26-35°C
ชลบุรี
26-32°C
นครศรีธรรมราช
25-34°C
ภูเก็ต
27-31°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×