|
สัมผัส 5 สตรีรางวัลดีเด่น ในพุทธศาสนาแห่งโลก
สกู๊ป / โดย เรืองอุไร เพชรสังข์
ในทุกวันที่ 8 มี.ค. ของทุกปี ซึ่งเป็นวันสตรีสากล คณะกรรมการรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโลก
มองเห็นความสำคัญของสตรีที่ทำงานเยี่ยงบุรุษ มีความอดทนเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สตรีที่ผ่านการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิแห่งพุทธสาวกในบวรพุทธศาสนา
สิทธิแห่งการบวช และสิทธิแห่งภิกษุณีเพศ ต้องถือว่าพวกเธอคือผู้กล้าหาญ
ฟันฝ่าด่านอคติสังคมที่ถูกครอบงำโดยเพศตรงข้ามจนสำเร็จ
ณ วันนี้ความสำเร็จทั้งปวงจึงเป็นของเหล่า "ภิกษุณี" สตรีผู้กล้าและเสียสละเพื่อผู้หญิง
เป็นบุคคลที่ควรค่าในการรับรางวัลดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโลก
ในปีนี้มีสตรีผู้ทรงเกียรติ 11 คน จากทั่วทุกมุมโลก หลากหลายสาขาอาชีพ
ที่ล้วนแต่เป็นผู้เสียสละ และอุทิศชีวิตเพื่อเติมเต็มเจตคติแห่งพุทธศาสนา
จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง ที่เขาเหล่านั้นจะได้รับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโลก
ประจำปี 2546
เช้าวันที่ 8 มี.ค. สถานส่งเสริมสถานภาพสตรี ดอนเมือง ถูกใช้เป็นสถานที่มอบรางวัล
ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยเหล่าสตรีและบุรุษที่มีใจเปิดกว้างต่อสถานการณ์ความเท่าเทียมและสิทธิแห่งการบวชในโลก
"เราขอแค่พื้นที่ หรือชุมชนใหม่ ที่จะนำผู้หญิงหลุดพ้นจากวังวนแห่งความทุกข์
ไปสู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกที่ไม่เบียดเบียนกัน
นั่นคือโลกภายใต้บวรพุทธศาสนาแห่งชีวิตภิกษุณี"
คือหนึ่งในแนวคิดของ ดร.กรวิภา บุญซื่อ แห่งยูนิเฟม สหประชาชาติ 1
ในผู้ได้รับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโลก ประจำปี พ.ศ.2546
จากคณะกรรมการรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโลก
ในฐานะผู้เขียนพุทธศาสนากับอคติทางเพศ
ดร.กรวิภา เป็นนักวิชาการที่กระทำกิจกรรมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของสตรี
และมวลมนุษย์มาโดยตลอด งานเขียนที่ทรงคุณค่ายิ่งคือ "พระพุทธศาสนากับอคติทางเพศ"
ซึ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความเชื่อทางวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความรุนแรงต่อผู้หญิง
ซึ่งความเชื่อดังกล่าวก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการผสมผสานของอุดมการณ์แห่งรัฐ
ที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาแห่งรัฐในไทยอีกทีหนึ่ง
ดร.กรวิภา หยิบเอาส่วนหนึ่งของงานวิจัยมาบอกเล่าให้ฟัง ว่า เริ่มต้นงานวิจัยครั้งนี้จากความคิดที่ว่า
ทำไมความรุนแรงในประเทศไทยจึงเกิดขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะความรุนแรงที่เกิดกับผู้หญิง
ทั้งในสถาบันครอบครัว พ่อตีแม่ ในภาคสังคม ผู้ชายข่มขืนผู้หญิง และในตอนนี้ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ทั่วประเทศคือการฆ่าตัดตอน
ซึ่งจากสถิติพบว่าการฆ่าคราวนี้มีผู้หญิงโดนฆ่าตายมากเป็นพิเศษ
"อคติทางเพศ" จึงน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบดังกล่าว และน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นผลสืบโยงมาจนทุกวันนี้ว่า
ผู้หญิงไทยไม่สามารถบวชเป็นภิกษุณีได้ ทั้งที่ในหลักพุทธบริษัท 4 แห่งพุทธศาสนา
ประกอบด้วย ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา แต่ทำไมหลักพุทธบริษัทในประเทศไทยจึงขาดภิกษุณี
"ดิฉันจึงต้องย้อนรอยอดีตไปกับไตรภูมิพระร่วง แหล่งค้นหาแนวคิดทางศาสนาแต่ดั้งเดิม
มีส่วนหนึ่งได้อธิบายว่าหากใครเกิดเป็นผู้หญิงถือว่าบุคคลนั้นเป็นคนมีบุญน้อย
ยิ่งถ้าเป็นโสเภณีด้วยแล้วยิ่งกลายเป็นคนต่ำต้อย จากความเชื่อดังกล่าวจึงสะท้อนออกมาในรูปของกฎหมาย
ดั่งเช่นกฎหมายมโนธรรมศาสตร์ในสมัยอยุธยา ที่ระบุชัดเจนว่าผัวตีเมียเพื่อสั่งสอนได้
ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด และแม้ว่าภายหลังรัชกาลที่ 3 กฎหมายในทำนองให้ประโยชน์กับความรุนแรงจะได้รับการแก้ไขไปพอสมควร
กระทั่งวันนี้ไทยมีกฎหมายเอาผิดกับผู้สร้างความรุนแรงในครอบครัวแล้ว
แต่ทำไมปัญหาความรุนแรงในสังคมไม่ลดลง อย่าถึงขั้นนั้นเลยแม้แต่พื้นที่จะให้ผู้หญิงได้วางอุเบกขา
สร้างอหิงสาก็ยังหายากในสังคม"
นอกจากนี้ ดร.กรวิภา กล่าวอีกว่า เราผู้หญิงรู้ว่า ทางหลุดพ้นไม่ได้มีแค่หนทางเดียวคือการบวชเป็นภิกษุณี
แต่เราก็จำเป็นต้องสู้เพื่อให้มีพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมา ที่สำคัญ เราอยากให้พุทธศาสนาได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างแท้จริง
คุณสนิทสุดา เอกชัย อีกหนึ่งในผู้รับรางวัล ในฐานะนักข่าวสตรีในพระพุทธศาสนาดีเด่น
ซึ่งในขณะนี้คุณสนิทสุดา ทำงานอยู่ที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ผลิตงานเขียนเฉพาะด้าน
โดยเฉพาะด้านพัฒนาชนบท พระพุทธศาสนาของไทย และความเสมอภาคทางเพศ
คุณสนิทสุดา ย้ำชัดเจนถึงบทบาทสื่อต่อการนำเสนอปัญหาทางศาสนา ว่า
สิ่งแรกที่ต้องทำคือเข้าใจในคำสั่งสอนของศาสนา เพื่อให้เข้าใจถึงรากฐานของสังคม
และปัญหาที่เกิดกับศาสนานั้นเกิดจากอะไร เพราะคำสั่งสอน หรือการนำมาปฏิบัติใช้ของคน
และเมื่อตนเองเป็นหญิงจึงต้องชัดเจนว่าสถานะของผู้หญิงควรทำอะไรได้บ้าง
เมื่อมีความรู้ก็สามารถนำไปถกเถียงหรือรายงานข่าวด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อสร้างความแตกแยกและสร้างอคติต่อผู้หญิงในสังคมเพิ่มขึ้นไปอีก
อีกบทบาทของผู้ได้รับรางวัล ภิกษุณี อัมพิกา คูวินิชกุล หรือ "เมี่ยวเสิ้น"
หญิงสาววัย 29 ปี จากนครศรีธรรมราช ที่ต้องเดินทางไปอุปสมบทตัวเองเป็นภิกษุณี
ไกลถึงไต้หวัน ด้วยจุดประสงค์เดียวคืออุทิศตนตามรอยของพระโพธิสัตว์กวนอิม
เพื่อรับใช้พุทธธรรมในพุทธมหายานตลอดไป
ภิกษุณี อัมพิกา เล่าให้ฟังถึงเหตุที่ทำให้ตนเดินในเส้นทางสายธรรม
ว่า มีอยู่วันหนึ่งในช่วงมัธยมต้น คุณครูให้เขียนประวัติชีวิตตนเอง
ก็เขียนไปเรื่อยจนถึงส่วนที่ว่านับถือศาสนาพุทธ ก็เกิดคำถามว่าตนเป็นชาวพุทธจริงหรือ
แล้วที่ผ่านมาทำอะไรให้ศาสนาของเราบ้าง จึงตั้งต้นหาคำตอบ ขณะเดียวกันก็ปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างประโยชน์ให้ตนเองและผู้อื่น
ถึงวันนี้ตนดีใจที่รู้ว่าเป็นชาวพุทธ จึงอยากเชิญชวนน้องๆ เยาวชน
ที่เป็นชาวพุทธจงมั่นใจในศาสนาของตน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นนักบวช แต่ศึกษาธรรมะเพื่อให้รู้เท่าทันและรอดพ้นจากภัยในสังคมปัจจุบัน
เช่น ภัยจากยาเสพติด ที่หลายคนเข้าใจว่าเสพแล้วจะคลายทุกข์ แท้จริงแล้วเป็นแค่สิ่งบรรเทาชั่วคราวเท่านั้น
ไม่ถาวรเลย
ทั้งนี้สตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแห่งโลก ยังมีอีก 8 ท่านคือ อาจารย์มันตา
หอรัตนชัย รับรางวัลด้านอาจารย์วิปัสสนากรรมฐาน แม่ชี ดร.ไพเราะ ทิพยทัศน์
ด้านธรรมาจารย์แห่งสวนโมกข์นานาชาติ และผู้นำทางจิตใจแห่งวิทยาลัยมหาปชาบดีเถรี
แม่ชีจุติภา ทรรพสุทธิ์ ด้านการบริการชุมชนแก่เด็ก ธรรมสถานสำหรับเด็กกำพร้าในกาญจนบุรี
วุฒิสมาชิก ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ด้านการเมืองด้านสิทธิสตรีในพระพุทธศาสนา
ดร.โทโมมิ อิโตะ จากญี่ปุ่น ด้านความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเสวนาพุทธปรัชญาในเอเชียอาคเนย์
ภิกษุณี ดร.ยิฟา จากอเมริกา ด้านผู้นำศูนย์วัฒนธรรมพระพุทธศาสนาแห่งบอสตัน
และผู้เขียนการปกป้องคุ้มครองใจ ทรรศนะของชาวพุทธต่อความทุกข์และโศกนาฏกรรม
11 กันยายน ภิกษุณี เทนชิน คาโช จากอเมริกา ด้านการก่อตั้งชุมชนชาวพุทธ
และการเผยแพร่พุทธธรรมสู่สถาบันทหารอากาศแห่งอเมริกา และเวคาดา ภัทรา
ภิกขุณี จากศรีลังกา ด้านผู้นำชุมชน และผู้เขียนการบวชสตรีในพระพุทธศาสนา
ต้องยกย่องให้ทุกท่านเป็นผู้หญิงเก่ง ที่ชัดเจนในมุมของพระพุทธศาสนาโดยแท้
ข่าวสด
|