|
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
คอลัมน์ หน้าต่างศาสนา /โดย สมชาย สุรชาตรี
รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่
5) พ.ศ. 2545 ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2545
มีผลให้เกิดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานราชการระดับกรมขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2545 เป็นต้นมา และเนื่องจากกฎหมายบัญญัติว่าการแบ่งส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมให้ออกเป็นกฎกระทรวง
พร้อมทั้งระบุอำนาจหน้าที่ไว้ด้วย ต่อมานายกรัฐมนตรีจึงออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
พ.ศ. 2545 ดังนี้
ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ
โดยการทำนุบำรุงส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์ คุ้มครอง
และส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนารวมทั้งให้การสนับสนุน
ส่งเสริมพัฒนาบุคลากรทางศาสนา
พูดแบบง่ายๆ ว่า เมื่อมีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เกิดขึ้น
งานด้านการศาสนาก็แยกออกเป็น 2 ทาง งานด้านศาสนาทั่วไปเป็นหน้าที่ของกรมการศาสนา
กระทรวงวัฒนธรรม ส่วนงานด้านพระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2545 ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นคนแรกได้ให้นโยบายและแนวดำเนินการแก่ผู้บริหาร
ข้าราชการ พนักงานศาสนการ และเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ดังนี้
"วันที่ 3 ตุลาคม 2545 เป็นวันสถาปนาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เช่นเดียวกัน จะเป็นวันสถาปนากระทรวงใหม่ 6 กระทรวง และกรมใหม่อีกหลายกรม
เพราะว่าพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2545 ซึ่งบังเอิญเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระสังฆราช
นับว่าเป็นสิริมงคลหลายสถาน
เราจะต้องประคับประคองไปเพื่อให้อยู่รอด ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้สมกับที่มีการผลักดันกันมาจนเกิดหน่วยงานนี้ขึ้นเป็นหน่วยงานอยู่ในความหวังของคนทั้งประเทศ
ภารกิจประการแรกคือปัญหาเรื่องอุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทบกับวัดวาอาราม
ช่วยกันดูแลเร่งสำรวจความเสียหาย จัดการช่วยเหลือ
ในส่วนเนื้องานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องทำให้สมบูรณ์โดยไม่เลือกนิกาย
ให้ความสำคัญและถวายอารักขาในทุกๆ สถาน ให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรีมีหน้ามีตามีโอกาสทัดเทียมกัน
คนที่จะเป็นชาวพุทธที่ดีนั้นคือคนที่มีคุณลักษณะ 4 ประการ คือ ประการแรกศึกษาหลักธรรมมาอย่างดี
ประการที่สองปฏิบัติดี ประการที่สามรู้จักเผยแผ่ ประการที่สี่ให้การอารักขาคุ้มครองพระศาสนา
ใครทำได้ครบ 4 ประการนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธที่ดี เราจะต้องเน้นในเรื่องของศาสนธรรม
ศาสนวัตถุ และศาสนบุคคล
อีกเรื่องหนึ่งคือ จะทำให้กฎหมายคณะสงฆ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ได้ใช้ทุกมาตรา
เวลามีการพูดถึงเรื่องจะแก้รัฐธรรมนูญก็จะมีคนมาค้านว่าอย่าพึ่งไปแก้เลยใช้ให้หมดทุกมาตราเสียก่อน
คณะสงฆ์ก็เหมือนกัน ทำอย่างไรจะได้ใช้ให้หมดทุกมาตรา และมาตราหนึ่งที่เป็นเครื่องมือสำคัญในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
ปี 2535 ก็คือ การให้มหาเถรสมาคมมีคณะกรรมการคณะต่างๆ เพื่อมอบหมายงานกระจายงานออกไป
ทำให้ มส. ลดภาระลง ขณะเดียวกันการมีกรรมการคณะต่างๆ ก็จะเป็นการดึงพระที่มีสติปัญญามาร่วมงาน..."
นอกจากที่กล่าวมานี้แล้วนั้น ดร.วิษณุ เครืองาม ยังให้แนวทางดำเนินงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีกว่า
ต้องให้ความสำคัญกับการประชุมอบรมพระสังฆาธิการ อีกทั้งเรียนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเข้าเป็นคณะกรรมการประชุมกันอย่างน้อยเดือนละครั้ง
เพื่อขอคำปรึกษาแนะนำในทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการพระพุทธศาสนา
ทางด้าน นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ ผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศานาแห่งชาติ
กล่าวถึง โครงสร้างงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ภารกิจหลักคือดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ
โดยการทำนุบำรุงส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา ให้การอุปถัมภ์คุ้มครอง
และส่งเสริมพัฒนางานพระพุทธศาสนา ดูแล รักษา จัดการศาสนสมบัติ พัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา
ทำนุบำรุงพุทธศาสนศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แบ่งส่วนราชการออกเป็น 5 กอง 1 สำนัก
ดังนี้ กองกลาง กองพุทธศาสนศึกษา กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพุทธมณฑล
สำนักงานศาสนสมบัติ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม โดยมีอัตรากำลังทั้งหมด
222 อัตรา ใช้อักษรย่อของสำนักงาน คือ พศ เช่น กองกลาง ใช้เลขหนังสือ
พศ 0001 สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมใช้ พศ 0006 เป็นต้น
ดวงตราสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นรูปวงกลม ภายในมีศิรประภา
หมายถึง รัศมีเกศแห่งพระพุทธปฏิมาอันเป็นแสงสว่างแห่งพระธรรม มีดอกบัวเป็นฐานหมายถึงดอกไม้ประจำพระพุทธศาสนา
และลายเปลวเพลิงหมายถึงเปลวเทียนบูชาพระรัตนตรัย ตราประจำสำนักงานนี้ออกแบบโดยศิลปินแห่งชาติ
ศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อักษรย่อ พศ) กำหนดวิสัยทัศน์ไว้คือ
"พัฒนากิจการพระพุทธศาสนาและสนองงานคณะสงฆ์อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้สามารถนำหลักธรรมมาพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน และให้เกิดสันติสุขแก่สังคม"
|