|
พันธุกรรมชีวภาพ เมื่อมนุษย์เล่นบทผู้สร้าง
เทคโนโลยีชีวภาพเป็นความรู้ใหม่ในสังคมโลกและการรับรู้ของสังคมไทย
การศึกษาและการเก็บข้อมูลอยู่ภายใต้การติดตามต่อเนื่องของนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
ทั้งที่การค้นคว้าพันธุ์วิศวกรรมในสิ่งมีชีวิติมีความก้าวหน้าในระดับลึกและเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสม
ความถูกต้องในด้านศีลธรรมจรรยา หรือความรู้เหล่านี้ใครจะเป็นคนใช้หากว่าใช้แล้วใช้อย่างไร
จะเป็นปัญหากับสังคมหรือไม่ แค่ไหน ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาบสรุปได้ชัดเจน
เพราะความซับซ้อนของปัญหาที่ทับซ้อนกับส่วนต่างๆ ของสังคมหลายจุด การหาทางออกในเรื่องเหล่านี้จึงยังต้องได้รับการแลกเปลี่ยนในด้านความเห็นของกลุ่มคนในหลายๆ
ส่วนเพื่อทำให้ได้บทสรุปที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับที่สุด
แนวคิดที่ต้องการพัฒนามนุษย์ให้มีความสมบูรณ์พร้อม แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ
ทางพันธุกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาอันเกี่ยวกับข้อบกพร่องต่างๆ
ทางพันธุกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับโรคอันเป็นกรรมพันธุ์
เช่น การรักษาโรคด้วยยาสับเปลี่ยนยีนด้อยด้วยยินดีบางตัวในมนุษย์เป็นแรงผลักให้เกิดการวิจัยอันเกี่ยวเนื่องกับมนุษย์อย่างต่อเนื่อง
การค้นคว้าทดลองที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันอยู่เสมอว่า
ควรจะมีขอบเขตอยู่ที่จุดใดอันจะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเพราะหากมีการละเมิดศีลธรรมจริยธรรมอันดีย่อมเป็นประเด็นปัญหาที่จะต้องมีการพิจารณาว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบประการใดบ้าง
และสังคมมีมุมมองหรือการยอมรับอย่างไรต้อกรณีเช่นนี้
ผลกระทบทางจริยธรรม
การทำลายชีวิต ในการทดลองบางอย่างในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับชีวิต
เช่นการผสมเทียมการสร้างเด็กหลอดแก้ว การทดลองดังกล่าวนำไปสู่การสร้างมนุษย์คนใหม่ด้วยการสร้างตัวอ่อนขึ้นมาหลายๆ
ตัวแล้วเลือกตัวสมบูรณ์ไว้แล้วทำลายที่เหลือ
การคัดเลือกพันธุ์และเพศมนุษย์ ความทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการกำจัดออกไป
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกยุคสมัย ต่างหาหนทางการรักษาด้วยรูปแบบวิธีการต่างๆ
มากมาย ด้วยเป้าหมายที่ว่าต้องการให้เผ่าพันธุ์มนุษย์มีความสุขและยั่งยืน
สิทธิในเรื่องการรับรู้ข้อมูลและสิทธิเหนือข้อมูล การทดลองวิจัยเกี่ยวกับกับชีวิตมนุษย์ที่เกิดขึ้นก้าวหน้าถึงขึ้นที่สามารถตรวจหา
ดีเอ็นเอ. ที่เป็นสาเหตุของโรคและพบข้อมูลที่สำคัญบางประการ เช่น ทราบรหัสพันธุกรรมที่ควบคุมการเกิดโรค
ความสูง ความแข็งแรง ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าข้อมูลเหล่า นี้อาจได้รับการนำมาซึ่งการเรียกร้องผลประโยชน์
หรือจำกัดการใช้เพียงคนบางกลุ่ม
ผลกระทบต่อการประกันสุขภาพและการจ้างงาน การทดลองสามารถค้นพบยีนบางตัวที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดโรค
จึงเป็นเรื่องของการกีดกันและความไม่เสมอภาคในการทำงาน อันเนื่องมาจากนายจ้างอาจจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ
หรือแม้กระทั่งบุคคลที่เจ็บป่วย การได้รับข้อมูลด้านพันธุกรรมแล้วกีดกัน
หรือเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาซึ่งอาจเป็นผลให้บริษัทไม่รับทำประกันสุขภาพได้
การพัฒนาบนความไม่รู้
คำว่า เทคโนโลยี หรือคำว่า เอ็นจีเนียริ่ง คือ ความหมายเดียวกันที่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นเรื่องความเข้าใจ
ความรู้ การประยุกต์เพื่อประโยชน์ของมนุษย์ ที่เรียกว่า ประยุกต์วิทยา
ล้วนเป็นเรื่องการแก้ปัญหาแก่ความเป็นอยู่ของมนุษย์ให้เกิดความสะดวกสบายขึ้น
ทั้งการค้นพบต่างๆ ของมนุษย์เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้อย่างใหม่อยู่เสมอแต่ในที่สุดการสร้างสรรค์จากสิ่งที่ค้นพบเหล่านั้นเปรียบได้ดั่งดาบสองคม
ที่สามารถย้อนกลับมาทิ่มแทงมนุษย์เองในที่สุด เป็นเรื่องของการคำนึงว่าสิ่งที่เราเป็น
สิ่งที่เราใช้ในการดำเนินชีวิตปกติ มีความเหมาะสม มีความปลอดภัยหรือไม่
ควรจะใช้อย่างไรในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสมนั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อราวๆ
๕๐ ปีที่แล้ว มนุษย์พบวิธีที่จะกำจัดแมลง ยุง ที่มารบกวนและก่อให้เกิดโรค
ด้วยการผลิตสารเคมี ที่รู้จักกันดีในนามว่า ดีดีที มาทำลายเผ่าพันธุ์ของแมลง
แต่ในที่สุด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มสัตว์จำพวกนี้ได้พัฒนาร่างกาย
พัฒนาความสามารถในการต้านทานอำนาจของสารเคมีที่เข้ามาทำร้าย กระทั่งเกิดอาการที่เรียกว่า
ดื้อยาในที่สุด ทำให้เราต้องเพิ่มปริมาณ และพัฒนาความแรงของตัวยาให้รุนแรงเพิ่มขึ้นจนย้อนกลับเข้ามาทำร้ายเราในที่สุดนี่แสดงถึงความไม่รู้จริงของมนุษย์การใช้ความรู้โดยไม่เข้าใจว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นจากมันสมองของมนุษย์ทั้งสิ้นนั้น ก่อผลประโยชน์แก่พวกเขาและธรรมชาติบ้าง
ในส่วนของ ไบโอเทคโนโลยี หรือ ไบโอเอ็นจิเนียริ่ง เรื่องของการคัดแยกเซลล์เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมา
หรือการโคลนนิ่งทั้งหมดนี้ในที่สุดเรายังไม่รู้อะไรเอาเสียเลยกับเรื่องนี้
เป็นเรื่องการค้นคว้าที่เรายังไม่ถึง ยิ่งเราค้นคว้าเรายิ่งรู้ว่าเราไม่รู้
หากเราเอาความไม่รู้เหล่านี้มาใช้ลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ศาสนาทุกศาสนาบอกว่าโลกและชีวิตมีความลี้ลับ
ซับซ้อนซ่อนเงื่อน สิ่งที่กล่าวในทุกๆ ศาสนาเหมือนกันว่าสรรพสิ่งซ่อนอะไรไว้มากมาย
แต่ในนิสัยของมนุษย์มีความ อยากรู้ เป็นเรื่องเข้าใจในที่กระตุ้นให้เกิดการค้น
คว้าขึ้นเรื่อยๆ และอย่างต่อเนื่อง เมื่อคิดสิ่งใหม่ได้เราตื่นเต้นเกิดเป็นึความเห่อเหิมและหลงตนคิดไปว่า
เราคือทุกสิ่งเราสามารถสร้างทุกสิ่งได้ตามความปรารถนา โดยไม่แม้แต่จะหยุดคิดถึงผลของมันที่จะตามมา
มันจึงเกิดปัญหา มันจึงเป็นเรื่องที่ถูกเถียงกันไม่รู้จบ
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เป็นเรื่องที่พูดถึงยีนโครโมโซม เมื่อเกิดการโคลนมนุษย์ขึ้นมามีเพียงแต่ร่างกาย
เพียงแต่รูป ไม่มีจิตวิญญาณ เป็นเรื่องที่ คิดเอาว่า หากจะอ้างย้อนกลับไปว่า
บุคคลที่ตีความศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม ยังไม่อาจหยั่งถึงว่าท่านศาสดารู้อะไรบ้าง
และในส่วนที่ท่านสอนเราท่านต้องการบอกอะไรในปริมาณ ในสัดส่วนแค่ไหน
บางทีคนในยุคที่ท่านสอนมาเป็นเพียงพื้นความรู้ที่ไม่ใช่ความหมายในเรื่องวิชาการ
แต่สิ่งที่ท่านศาสดาทุกท่านถ่ายทอดออกมา คือ ความต้องการที่จะช่วยให้มนุษย์พ้นทุกข์มากกว่าเรื่องการสร้างความเจริญด้านวัตถุและเทคโนโลยี
สิ่งที่น่าพูดได้จากตั้งข้อสังเกตว่า หากในปัจจุบันท่านศาสดาอุบัติขึ้น
ณ เวลานี้ คำสอนของท่านจะเปลี่ยนเป็นอย่างไรหรืออยู่ในรูปใด เพราะเมื่อโลกเปลี่ยน
ชีวิตเปลี่ยนสภาวะหรือพื้นความรู้จากสังคมดั้งเดิมที่เปลี่ยนทุกอย่างเป็นเรื่องความเคลื่อนไหว
เปลี่ยนแปลงคำสอนของท่านาจะหยุดอยู่ที่ตรงไหน หรือมีวิธีการสอนอย่างไร
เราไม่สามารถเดาออกได้ เราต้องมาสร้างคำจำกัดความว่า ความเป็นมนุษย์คืออะไร
อยู่ตรงไหน หากเราจะมองว่าใครเป็นมนุษย์ได้ต้องดูที่จิตใจ จิตใจที่สูง
น่าจะพอแยกแยะความเป็นมนุษย์ออกได้ ในความเป็นจริงทุกๆ สิ่งไม่ขึ้นกับกาลเวลาเป็นเรื่องที่มนุษย์นำมันมาตีความทีหลังทั้งสิ้น
เป็นต้นว่า เมื่อมรรคเกิดผลต้องเกิดโดยไม่มีกำหนดเวลาเป็นตัวคั่น เมื่อมรรคคือแนวทางของจิตเกิด
ผลจากจิตที่เกิดจะตามมาโดยไม่มีสิ่งใดมาคั่นแม้แต่เวลา กรรมที่ก่อขึ้นเป็นเรื่องของกุศลและอกุศล
ที่ก่อรูปในอนาคตกาลข้างหน้า แต่เรื่องมรรคผลไม่มีเรื่องเวลามาคั่น
เวลาเปลี่ยนเรื่องราวเปลี่ยนเกิดเทคโนโลยีขึ้นมามากมายทำให้ความเป็นอยู่เปลี่ยน
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือความคิดจิตใจที่เป็นความต้องการ การละโลก
โกรธ หลงกลัว เป็นอารมณ์พื้นฐานที่ต้องได้รับขจัดให้หมดสิ้นในทุกยุคสมัย
นิพพานกับสังสารวัฏ
ในความเป็นจริง ชีวิตเราอยู่ใกล้ชิดนิพพานมากและตลอดเวลา เราสามารถหลุดออกจากหว้งแห่งสังสารวัฏได้เมื่อเราพูดถึง
การเจริญสติ การอยู่อย่างไม่มีคนที่จะต้องโกรธ ไม่ถือโทษ ไม่ถือสากับเรื่องราวที่ไม่เป็นสารัตถะ
การใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่าตายแล้ว อันเป็นแนวทาง ปริญญาบัตร ของท่านพุทธทาส
มี ๓ มุม
กินข้าวจานแมว คือ อย่าอยู่อย่างฟุ่มเฟือย ลดการบริโภคที่ไม่จำเป็นกิน
ใช้แต่เพียงพอกับการบำรุงร่างกายเพื่อปฏิบัติธรรม เพื่อการทำงานเป็นการตั้งตนอยู่ภายในความพอดี
เพื่อลดความต้องการและให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างปกติ
อาบน้ำในคู คือ การทำให้ชีวิตสนิทแนบกับธรรมชาติ กลมกลืนไปกับระบบธรรมชาติและพึงระลึกให้ได้เสมอว่า
แท้ที่จริงเราคือส่วนเสี้ยวของระบบธรรมชาติ ของโลกและจักรวาล
อยู่อย่างตายแล้ว คือ ตายเสียก่อนตาย คนตายแล้วใครจะทำอะไรเขาไม่ได้
อย่างไปยุ่งหรือวิสาสะกับทุกๆ เรื่อง รับผิดชอบและทำหน้าที่ตนเองให้ได้ดีละตัวตนละความคิดยึดถือ
ยึดติดกับความสำคัญตน
สรุปความ
เมื่อเราเกิดมาเป็นชีวิต เซลล์ที่อยู่ภายในร่างกายของเราจะแบ่งตัวออกไปเรื่อยๆ
เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ตลอดเวลาที่เรามีชีวิตอยู่ มันแบ่งตัวได้ไม่มีสิ้นสุดเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
เท่ากับว่าเวลาของชีวิตเราถูกกำหนดให้หมดระยะ หมออายุไปเรื่อยๆ อย่างไปคิดต่อเติมใดๆ
ต่อไปเลย เพราะว่าเวลาในชีวิตเราถูกกำหนดเอาไว้แล้วและอย่าไปคิดว่าจะมีชีวิตตลอดไป
สิ่งต่างๆ มีข้อจำกัดของมันต้องรู้จักผ่อนต้องรู้จักตาย ที่เรียกว่าตายเสียก่อนตาย
การดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา ที่มองว่า ควรเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความมีอยู่
ความไม่มี เป็นเรื่องสามัญที่อยู่ภายใต้ระบบควบคุมของธรรมชาติ เมื่อมนุษย์พยายามเอื้อมมือเข้าไปมีส่วนในการอุบัติขึ้นของธรรมชาติ
ความไม่รู้ ความไม่เข้าใจนี้ อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างชนิดที่เราคาดไม่ถึงระบบการเมืองการทหาร
จะเข้ามามีส่วนในการสนับสนุนร่วมกับพ่อค้า (ทุน) ที่พร้อมจะนำเงินมาทุ่มกับการวิจัยสำหรับการค้าอวัยวะมนุษย์หรือประโยชน์อื่นๆ
ยิ่งในยุคนี้ที่มีนักการเมืองยึดโยงเข้ากับทุน จากอำนาจทีกำหนดขึ้นเพื่อเกื้อกูลกันอาจก่อให้เกิดผลที่น่ากลัวอะไรขึ้นก็ได้
ที่ในส่วนนี้ของศาสนาต้องเข้ามาสร้างระบบควบคุมเพื่อป้องกันการตกต่ำของระดับจิตใจ
เพราะหากจะคิดกันแค่เพียงเล่นๆ ว่าหากมหาอำนาจประเทศหนึ่งประเทศใด
(ไม่ว่าจะตะวันออกกลางหรือตะวันตก) บอมบ์โลกด้วยขีปนาวุธติดหัวรบคร่าชีวิตมนุษยชาติ
แล้วโค่นเผ่าพันธุ์ตนเองขึ้นมาเพื่อครอบครองโลกที่ เหลือ คงเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะคาดเดาว่าโลกที่เหลือจะเป็นอย่างไร
หรือจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป?
|